ท็อปส์ เดลี่ แตกไลน์โมเดลใหม่ “TOPS DAILYxTOPS WINE CELLAR” ผสานความแข็งแกร่งแบรนด์ในเครือ “ร้านสะดวกซื้อ – ร้านไวน์เฉพาะทาง” เจาะตลาดนักท่องเที่ยว – ดีมานด์เครื่องดื่มพรีเมียมแอลกอฮอล์ ปักหมุดนำร่องทดลองเฟสแรก 13 สาขาในไพรม์โลเคชัน รับตลาดคอนวีเนียนสโตร์โตกว่า 6 แสนล้าน

  • ท็อปส์ เดลี่ ลากูน่า วิลเลจ (TOPS DAILY Laguna Village) การันตีความเป็นเลิศจากการสร้างสรรค์โมเดลธุรกิจใหม่ด้วยรางวัล Convenience Retailer of the Year จากเวที 2025 NACS Convenience Retail Award ASIA-PACIFIC 

กรุงเทพฯ 18 มีนาคม 2568 – ท็อปส์ เดลี่ ธุรกิจภายใต้ เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล กรุ๊ป ในเครือเซ็นทรัล รีเทล สร้างปรากฏการณ์ครั้งใหญ่ให้กับวงการร้านสะดวกซื้อ เปิดตัว “TOPS DAILY x TOPS WINE CELLAR” ไฮบริดโมเดลใหม่ที่ผสาน 2 ความแข็งแกร่งจาก 2 แบรนด์ในเครือเซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล กรุ๊ป ได้แก่ “ท็อปส์ เดลี่ (TOPS DAILY) มินิซูเปอร์มาร์เก็ต และท็อปส์ ไวน์ เซลล่าร์ (TOPS WINE CELLAR)” สเปเชียลตี้สโตร์ สร้างนิยามความสะดวกสบายรูปแบบใหม่ให้กับลูกค้าด้วยการขยายไลน์จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์พรีเมียมจาก 13 ประเทศทั่วโลก กว่า 700 รายการ รับอานิสงส์ภาคการท่องเที่ยวฟื้นตัว และดีมานด์กลุ่มสินค้าแอลกอฮอล์ที่เติบโตเพิ่มขึ้น โดยมุ่งเจาะกลุ่มลูกค้าในเมืองท่องเที่ยว เปิดตัวนำร่องในเฟสแรก 13 สาขาในไพร์มโลเคชัน ได้แก่ ภูเก็ต เกาะสมุย เกาะพะงัน และพัทยาเป็นพื้นที่แรก พร้อมตั้งเป้าขยายเพิ่ม 20 – 25 สาขาในปี 2568 นอกจากนี้ ยังการันตีความเป็นผู้นำธุรกิจฟู้ดรีเทลที่ไม่หยุดนิ่งผ่านการสร้างสรรค์นวัตกรรมค้าปลีกที่ต่อยอดโมเดลธุรกิจดัวกล่าวด้วยรางวัล Convenience Retailer of the Year  จากงาน 2025 NACS Convenience Retail Award ASIA-PACIFIC

นายสเตฟาน คูม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มฟู้ด เซ็นทรัล รีเทล กล่าวว่า ธุรกิจร้านสะดวกซื้อในประเทศไทยยังคงมีอัตราการแข่งขันที่สูงจากอานิสงส์เทรนด์การบริโภคใหม่ ๆ มาตรการกระตุ้นการใช้จ่าย และการเติบโตขึ้นของภาคการท่องเที่ยว โดยมีการคาดการณ์ว่าในปี 2568 มูลค่าตลาดดังกล่าวมีแนวโน้มเติบโตสูงถึง 6.38 แสนล้านบาท (ที่มา: ธนาคารแลนด์แอนด์เฮ้าส์) จึงได้เดินหน้าวางหมากกลยุทธ์สำคัญด้วยการสร้างความแตกต่างทางธุรกิจให้กับท็อปส์ เดลี่ เพื่อสู้สังเวียนธุรกิจร้านสะดวกซื้อที่มีการแข่งขันสูง โดยเล็งเห็นโอกาสทางธุรกิจจากการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวต่างชาติ จากการคาดการณ์ของ ททท. จะมีนักท่องเที่ยวถึง 40 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากปี 2567 ที่มีจำนวนนักท่องเที่ยวที่ 35.54 ล้านคน ซึ่งมาพร้อมดีมานด์สินค้ากลุ่มแอลกอฮอล์ในพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องถึง 13% ในพัทยาและภูเก็ต บวกกับจุดขายของแบรนด์ใมเครือของท็อปส์ที่มีอยู่ นำมาผสานเข้าด้วยกัน เกิดเป็นโมเดลธุรกิจใหม่ ‘TOPS DAILY x TOPS WINE CELLAR’ นิยามใหม่ของร้านสะดวกซื้อไฮบริดโมเดลที่ผสานความแข็งแกร่งของแบรนด์ ท็อปส์ เดลี่ มินิซูเปอร์มาร์เก็ตที่มีจุดแข็งในเรื่องของสินค้าอุปโภค-บริโภคหลากหลายจากทุกมุมโลกเข้ากับสเปเชียลตี้ สโตร์อย่าง ท็อปส์ ไวน์ เซลล่าร์ ซึ่งมีความโดดเด่นด้านการคัดสรรไวน์ที่มีคุณภาพโดยทีมผู้เชี่ยวชาญการจัดซื้อไวน์ จำหน่ายไวน์ พรีเมียมและไวน์เอกสิทธิ์โดยตรงจากโรงบ่มไวน์ชั้นนำ ในราคาที่คุ้มค่า เพื่อสร้างสรรค์ประสบการณ์การช้อปปิ้งในร้านสะดวกซื้อในรูปแบบใหม่ที่แตกต่างและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ความต้องการของลูกค้าในพื้นที่แบบตรงจุด ครบจบในที่เดียวตามวิสัยทัศน์ Truly World-Class Omni-Channel Lifestyle Food Retail 

ด้าน นางสาวเมทินี พิศุทธิ์สินธพ รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล กล่าวเสริมว่า TOPS DAILY x TOPS WINE CELLAR คือไฮบริดโมเดลที่มีเอกลักษณ์เฉพาะและยังเป็นแบรนด์แรกในตลาดที่รวมร้านสะดวกซื้อและร้านขายไวน์เฉพาะทางเข้าด้วยกันเพื่อสร้างความสะดวกสบายพร้อมประสบการณ์ช้อปปิ้งที่สนุกและตอบโจทย์ให้กับลูกค้ามากยิ่งขึ้น ตามแนวคิด Joy-venience Store ของท็อปส์ เดลี่ ซึ่งได้นำร่องเปิดตัวสาขาแรกที่ ท็อปส์ เดลี่ ลากูน่า วิลเลจ จ.ภูเก็ต โดยเปิดให้บริการเมื่อปลายปี 2567 ที่ผ่านมา เราได้ขยายไลน์กลุ่มสินค้าแอลกอฮอล์เช่น เบียร์ ไวน์ และสุรา จาก 240 รายการ เพิ่มขึ้นเป็น 700 รายการ พร้อมทั้งจัดพื้นที่เป็นโซนพิเศษโดยเฉพาะ เพื่อให้ลูกค้าที่มาช้อปที่ท็อปส์ เดลี่ ได้รื่นรมย์กับสินค้าคุณภาพหลากหลายรายการและได้ดื่มด่ำกับเครื่องดื่มชั้นเลิศ จึงมั่นใจได้ว่าไฮบริดโมเดลนี้จะดึงความสนใจจากทั้งนักท่องเที่ยวและลูกค้าในพื้นที่ได้ สะท้อนจากความสำเร็จของสาขา ท็อปส์ เดลี่ ลากูน่า วิลเลจ ที่ช่วยกระตุ้นยอดขายต่อวันเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเห็นได้จากยอดขายเฉลี่ยต่อวันของท็อปส์ เดลี่ ลากูน่า วิลเลจ สูงกว่ายอดขายที่คาดการณ์ไว้ถึง 37% โดยมีฐานลูกค้าหลักเป็นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติสูงถึง 60% 

TOPS DAILY x TOPS WINE CELLAR ร้านสะดวกซื้อไฮบริดโมเดลใหม่ โดดเด่นด้วย 3 ไฮไลต์ที่พร้อมสร้างประสบการณ์การช้อปปิ้งที่เหนือกว่า คือ

  • ครบ จบ ทุกความต้องการช้อป การผนึกความแข็งแกร่งของ “TOPS DAILY x TOPS WINE CELLAR” เป็นการตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่ต้องการสินค้าครบครันในที่เดียว ทั้งสินค้าอุปโภคบริโภคและเครื่องดื่มคุณภาพสูง ลูกค้าสามารถเลือกซื้อสินค้าได้หลากหลาย ตั้งแต่อาหารสดของใช้ในครัวเรือน ไปจนถึงไวน์และเครื่องดื่มนำเข้าจากทั่วโลก
  • ครบครันสินค้าไวน์นำเข้าชั้นเลิศที่คัดสรรอย่างดี ซึ่ง TOPS DAILY x TOPS WINE CELLAR ถือเป็นสวรรค์สำหรับคนรักไวน์และนักสังสรรค์อย่างแท้จริง โดยนำเสนอไวน์พรีเมียมมากกว่า 300 รายการจาก 13 ประเทศ รวมทั้งไวน์พิเศษถึง 200 รายการ ที่คัดสรรโดยตรงจากโรงบ่มไวน์และจัดจำหน่ายเฉพาะโดย TOPS เท่านั้น พร้อมด้วยผู้เชี่ยวชาญด้านไวน์ (Wine Specialist) ที่คอยให้คำแนะนำและช่วยเลือกไวน์ที่เหมาะกับความชอบของลูกค้า 
  • ครบเครื่องด้วยบรรยากาศผ่อนคลาย: เติมเต็มสุนทรียภาพด้วยพื้นที่ที่ให้ลูกค้าได้นั่งสังสรรค์และผ่อนคลายพร้อมเพลิดเพลินกับเครื่องดื่มหลากหลาย มอบประสบการณ์ที่เหนือระดับแห่งการช้อปให้กับลูกค้า 

“ปัจจุบันโมเดลไฮบริด TOPS DAILY x TOPS WINE CELLAR ได้ทดลองเปิดให้บริการเฟสแรกแล้วรวม 13 สาขา ในพื้นที่เมืองท่องเที่ยว อันได้แก่ ภูเก็ต เกาะสมุย เกาะพะงัน และพัทยา เพื่อทำความเข้าใจและศึกษาถึงการตอบรับของลูกค้าได้อย่างแท้จริงในแต่ละพื้นที่ ซึ่งนอกจากการนำร้าน TOPS WINE CELLAR เข้ามาผนวกแล้ว ที่ท็อปส์ เดลี่ สาขาในยาง จ.ภูเก็ต ยังได้เพิ่มสีสันด้วยการผนึกร้าน The Baker Café เข้าด้วยกัน เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งและสร้างภาพลักษณ์ที่แตกต่างของ ท็อปส์ เดลี่ ให้กับลูกค้ามากยิ่งขึ้น โดยคำนึงถึงไลฟ์ไสตล์และความต้องการของลูกค้าในแต่ละพื้นที่ ทั้งนี้เรามีเป้าหมายที่จะขยายโมเดลดังกล่าวเพิ่มขึ้น 20 – 25 สาขา ภายในปี 2568” นางสาวเมทินี กล่าวสรุป 

พร้อมกันนี้ ด้วยความสำเร็จทั้งเชิงยอดขายที่เพิ่มสูงขึ้นและความโดดเด่นของท็อปส์ เดลี่  ลากูน่า วิลเลจ ที่สร้างนวัตกรรมค้าปลีก ด้วยไฮบริดโมเดล TOPS DAILY x TOPS WINE CELLAR อันเกิดจากการผสานจุดแข็งของแบรนด์ย่อยในเครือเซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล กรุ๊ป นำมาต่อยอดโอกาสทางธุรกิจ เพื่อตอบสนองต่อไลฟ์สไตล์และความต้องการของลูกค้า ล่าสุดโมเดลดังกล่าวได้รับรางวัล 2025 NACS Convenience Retailer of the Year Award for Asia-Pacific จากงาน NACS Convenience Summit Asia จัดขึ้นที่ เมืองโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นเวทีประชุมผู้นำค้าปลีกระดับภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกมารวมตัวกันเพื่อประชุม แลกเปลี่ยนความคิดเห็น แบ่งปันความรู้ในเชิงกลยุทธ์ของอุตสาหกรรมค้าปลีก รางวัลดังกล่าวตัดสินโดยผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมร้านสะดวกซื้อ ซึ่งถือเป็นมาตรฐานสูงสุดด้านความเป็นเลิศด้านการขายปลีกสินค้าสะดวกซื้อระดับโลก

ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.tops.co.th, เฟซบุ๊ก TopsThailand, หรือแอปพลิเคชันไลน์ @TopsThailand

#TOPS #TOPSDAILY #EveryDayDISCOVERY

###

เจ้าแรกในไทย! ท็อปส์ เดลี่ ส่ง “Daily Smoothie” เสิร์ฟความเฟรช ด้วย 3 เมนูสุขภาพ รับเทรนด์เครื่องดื่มสมูทตี้มาแรง

กรุงเทพฯ 13 กุมภาพันธ์ 2568 – ท็อปส์ เดลี่ ในเครือเซ็นทรัล  รีเทล สร้างปรากฏการณ์ใหม่ในวงการร้านสะดวกซื้อ เปิดตัว “Daily Smoothie” ครั้งแรกกับเครื่องทำสมูทตี้อัตโนมัติในไทย มอบประสบการณ์ใหม่ให้ลูกค้าได้เพลิดเพลินกับการเลือกสมูทตี้ผลไม้แท้ 100% ด้วยตนเอง 3 รสชาติ 3 สไตล์ ไม่ว่าจะเป็นทรอปิคอล ซันไชน์  สมูทตี้ (Tropical Sunshine Smoothie) เบอร์รี่ลิเชียส สมูทตี้ (Berrylicious Smoothie) กรีนพาราไดซ์ สมูทตี้ (Green Paradise Smoothie) ช่วยตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ที่มองหาทางเลือกเพื่อสุขภาพได้ง่ายขึ้น ในราคาที่เข้าถึงได้ โดยล่าสุดได้นำร่องเปิดตัวในท็อปส์ เดลี่ 4 สาขา ได้แก่สาขา ดิ ออฟฟิศเซส แอท เซ็นทรัลเวิลด์, สาขาศูนย์ราชการ  แจ้งวัฒนะ, สาขากรุงเทพกรีฑา 32 และสำนักงานใหญ่  เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล (เซ็นทรัลแจ้งวัฒนะ ชั้น 17) และจะขยายเพิ่มเติมไปที่จังหวัดภูเก็ตในเร็วๆ นี้

นางสาวเมทินี พิศุทธิ์สินธพ รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล กล่าวว่า “ปัจจุบันผู้บริโภคให้ความสำคัญกับสุขภาพมากขึ้น จากปัจจัยด้านสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง สิ่งแวดล้อม โรคระบาด รวมถึงการดูแลรูปร่าง หน้าตา ผิวพรรณ ส่งผลให้เครื่องดื่มสมูทตี้จากผักและผลไม้สดได้รับความนิยมเพิ่มอย่างต่อเนื่อง ด้วยรสชาติอร่อย ดื่มง่าย สดชื่น และอุดมไปด้วยสารอาหารสำคัญอย่างวิตามินและแร่ธาตุ ท็อปส์ เดลี่ จึงเล็งเห็นโอกาสพัฒนาสินค้าและบริการให้ตอบโจทย์ทุกความต้องการของผู้บริโภค ทั้งนี้ ได้สำรวจเทรนด์และเทคโนโลยีจากร้านสะดวกซื้อทั่วโลกซึ่งพบว่า เครื่องทำสมูทตี้อัตโนมัติในร้านสะดวกซื้อเป็นนวัตกรรมที่แปลกใหม่และน่าสนใจ สร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ให้ลูกค้า รวมถึงโอกาสในการทำตลาดให้กับท็อปส์ เดลี่ จึงได้นำมาต่อยอดเป็นเจ้าแรกในประเทศไทย เพื่อสร้างประสบการณ์ให้แก่ลูกค้าด้วยสมูทตี้ที่ดีต่อสุขภาพ รสชาติอร่อย พร้อมราคาที่เข้าถึงได้ นับเป็นการยกระดับร้านสะดวกซื้อที่จะส่งมอบความสนุกมากยิ่งขึ้นตามคอนเซ็ปต์ Joy-venience Store ของท็อปส์ เดลี่”

สำหรับ Daily Smoothie จาก ท็อปส์ เดลี่ เครื่องทำสมูทตี้อัตโนมัติ สุดเฟรช พร้อมเปิดประสบการณ์ให้ลูกค้าคนพิเศษได้เพลิดเพลินกับการเลือกเครื่องดื่มสมูทตี้ด้วยตนเอง เพียงกดปุ่มเดียวก็ได้สมูทตี้ผลไม้แท้ 100% ปั่นสดเนียนละเอียดภายในเวลาไม่กี่นาที พร้อมเติมความสดชื่นให้ทุกวันด้วย 3 เมนูสมูทตี้สุดเฟรชจาก Daily Smoothie ได้แก่ 

  • Tropical Sunshine Smoothie สดชื่นเต็มแม็กซ์กับสมูทตี้รสชาติเปรี้ยวหวานจากมะม่วง เสาวรส และสับปะรด ให้ความรู้สึกเหมือนได้จิบความสดใสของฤดูร้อน เหมาะสำหรับคนรักผลไม้เขตร้อนตัวจริง
  • Green Paradise Smoothie เฮลตี้แบบเต็มขั้นกับกีวี่ แอปเปิ้ลเขียว และสับปะรด รสหวานละมุน ดื่มง่าย ได้ประโยชน์ เหมาะสำหรับสายสุขภาพที่มองหาเครื่องดื่มดีๆ ตลอดวัน
  • Berrylicious Smoothie สดชื่นไปกับความเปรี้ยวอมหวานของสตรอว์เบอร์รี่และบลูเบอร์รี่ ผสานความกลมกล่อมจากกล้วยหอม อร่อย  ลงตัว อุดมไปด้วยวิตามินจากผลไม้ตระกูลเบอร์รี่

สัมผัสความสดชื่นแบบเต็มรสชาติไปกับ Daily Smoothie เครื่องทำสมูทตี้อัตโนมัติสุดล้ำ ที่พร้อมเสิร์ฟความอร่อยสดใหม่ในทุกแก้ว เลือกฟินได้กับสมูทตี้ 3 รสชาติ 3 สไตล์ ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์สายเฮลตี้ พบกับประสบการณ์สุดเฟรชได้แล้ววันนี้ ที่ ท็อปส์ เดลี่ สาขาที่ร่วมรายการ

ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.tops.co.th, เฟซบุ๊ก TopsThailand, หรือแอปพลิเคชันไลน์ @TopsThailand

#Tops #EveryDayDISCOVERY

###

ชวนเปิดโมเมนต์สุดพิเศษต้อนรับวาเลนไทน์ ฉบับอเมริกันสไตล์ยกทัพพาเหรดสินค้าพรีเมียม Made in USA พร้อมให้ดื่มด่ำในงาน ‘Discover USA: Love at First Bite’

กรุงเทพฯ 11 กุมภาพันธ์ 2568 – ท็อปส์ ธุรกิจกลุ่มฟู้ด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล สร้างปรากฎการณ์ความพิเศษรับเทศกาลวาเลนไทน์ ฉบับอเมริกันสไตล์ จัดงาน ‘Discover USA: Love at First Bite’ พร้อมเสิร์ฟความรักผ่านกองทัพพาเหรดสินค้าของดีและของขึ้นชื่อจากแต่ละรัฐ ส่งตรงถึงไทย ครบครันทั้งขนมสุดฮิต และวัตถุดิบสุดพรีเมียม มาให้ช้อปกันแบบจุใจกว่า 1,500 รายการ ตอกย้ำแนวคิด Every Day DISCOVERY ชวนค้นพบประสบการณ์ที่ไม่ธรรมดาได้ทุกวัน พร้อมเติมเต็มช่วงเวลาแห่งความสุขและบอกรักผ่านรสชาติสุดประทับใจไปกับสินค้า Made in USA และโปรโมชันสุดคุ้ม ตั้งแต่วันที่ 5 – 18 กุมภาพันธ์ 2568 ที่ท็อปส์ และ

ท็อปส์ ฟู้ด ฮอลล์ สาขาที่ร่วมรายการ 

เทศกาลวันวาเลนไทน์ถือเป็นช่วงเวลาแห่งความรัก ที่เปิดโอกาสให้ผู้คนได้แสดงความรู้สึกและความสัมพันธ์ที่มีต่อคนสำคัญ ผ่านหลากหลายวิธี โดยเฉพาะการมอบของขวัญ ซึ่งเป็นหนึ่งในภาษารักที่ช่วยเติมเต็มโมเมนต์พิเศษให้ยิ่งประทับใจ และเพื่อเปลี่ยนวันวาเลนไทน์ปีนี้ให้พิเศษกว่าที่เคย ท็อปส์ จึงได้ร่วมมือกับ สำนักงานกระทรวงเกษตรสหรัฐอเมริกา ประจำประเทศไทย (United States Department of Agriculture (USDA) in Thailand ) จัดงาน Discover USA: Love at First Bite โดยได้พิถีพิถันคัดสรรสินค้าคุณภาพเยี่ยมจากสหรัฐอเมริกาหลากหลายรายการ มาให้นักช้อปได้สัมผัสเสน่ห์อเมริกันสไตล์ แบบไม่ต้องบินไกล 

เปิดประสบการณ์ความฟินตามแบบฉบับ USA ที่ผสานคอนเซ็ปต์สุดโรแมนติกรับบรรยากาศวาเลนไทน์นี้ด้วย 3 ไฮไลต์พิเศษ ที่ท็อปส์ คัดสรรมาให้อย่างดี ไม่ว่าจะเป็น 

  • Sweetheart Treats – สุดยอดขนมและของหวานยอดนิยมจากอเมริกาที่อินเลิฟสุดๆ อาทิ ขนมเคลือบช็อกโกแลต รวมถึง ไอศกรีมสุดเฟรชที่มีเนื้อสัมผัสเนียนนุ่มและครีมมี่ จากแบรนด์ Ben & Jerry รัฐเวอร์มอนต์ และ Fruit Roll-Ups แบรนด์ขนมขบเคี้ยวรสผลไม้ยอดฮิตในหมู่วัยรุ่นอเมริกา จากรัฐนิวยอร์ก 
  • Fruits of Love – สุดยอดผลไม้สุดเฟรชที่ปลูกจากความรักจากแหล่งกำเนิดชั้นยอด อาทิ ส้มนาเวลไร้เมล็ด สีสันสดใสเป็นเอกลักษณ์ รสชาติหวานฉ่ำ จากรัฐแคลิฟอร์เนีย และ แอปเปิ้ลแดง รสชาติกรอบ หวาน จาก รัฐวอชิงตัน 
  • Creamy Indulgence – สุดยอดผลิตภัณฑ์จากนม-เนยจากอเมริกา รสชาติเข้มข้น หอมมัน อาทิ ชีสคุณภาพสูง โยเกิร์ตรสพิเศษ และเนยชนิดพิเศษ อาทิ เชดด้าชีสจาลาปิโน (Jalapeno Cheddar) แบรนด์ Vintage ที่รังสรรค์ความอร่อยผ่านสูตรต้นตำรับดั้งเดิม ทำให้รสชาติเข้มข้นและเนื้อสัมผัสที่แตกต่างไม่เหมือนใคร และครีมชีสจากแบรนด์ชื่อดังอย่าง Cascade Dairy จากรัฐแคลิฟอร์เนีย นอกจากนี้ ยังมีสินค้าสุดพรีเมี่ยมจากรัฐดังรวมแล้วกว่า 1,500 รายการ มาให้ช้อปชิมและเลือกสรรกันแบบจุใจ อาทิ ปลาแบล็คค็อดจากรัฐอลาสก้า ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นอาหารทะเลที่มีคุณภาพสูงมีโอเมก้าสูง ไขมันต่ำ และปลาโซล เนื้อหวาน นุ่ม แคลต่ำ เหมาะกับสายรักสุขภาพ และเนื้อสัญชาติ USA เกรดพรีเมียม จากรัฐเทกซัส ที่ผ่านการคัดสรรอย่างพิถีพิถันได้รับการรับรองจาก USDA ให้รสสัมผัสนุ่ม ไม่เหมือนใคร เป็นต้น
  • Sweetheart Treats – สุดยอดขนมและของหวานยอดนิยมจากอเมริกาที่อินเลิฟสุดๆ อาทิ ขนมเคลือบช็อกโกแลต รวมถึง ไอศกรีมสุดเฟรชที่มีเนื้อสัมผัสเนียนนุ่มและครีมมี่ จากแบรนด์ Ben & Jerry รัฐเวอร์มอนต์ และ Fruit Roll-Ups แบรนด์ขนมขบเคี้ยวรสผลไม้ยอดฮิตในหมู่วัยรุ่นอเมริกา จากรัฐนิวยอร์ก  

พร้อมกันนี้ในพิธีเปิดงาน Discover USA: Love at First Bite’ ยังได้รับเกียรติจาก นายแพทริค แพคเน็ท รองปลัดกระทรวงเกษตรสหรัฐอเมริกา ร่วมพิธีเปิดงาน พร้อมเยี่ยมชมสินค้าในงาน โดยมี นางสุพัตรา จิราธิวัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สำนักนโยบาย องค์กรสัมพันธ์และภาพลักษณ์ บริษัท กลุ่มเซ็นทรัล จำกัด นางนงนุช เพ็ชรรัตน์ ที่ปรึกษา บริษัท กลุ่มเซ็นทรัล จำกัด นางสุจิตา เพ็งอุ่น รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล นายธนวัตร จิรจริยาเวช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการพาณิชย์ บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล นายจักรกฤษณ์  จตุปัญญาโชติกุล รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายการตลาด, ประชาสัมพันธ์ และกิจกรรมเพื่อสังคม บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ร่วมให้การต้อนรับ นอกจากนี้ ภายใต้แคมเปญดังกล่าวยังได้ เชฟเอียน พงษ์ธวัช เฉลิมกิตติชัย ท็อปเชฟระดับแถวหน้าของเมืองไทยที่โด่งดังจากรายการเชฟกระทะเหล็ก และเป็นกรรมการในรายการแข่งขันทำอาหารระดับประเทศมากมาย มาร่วมแชร์ไอเดียการครีเอทเมนูสุดเอ็กซ์คลูซีฟจากวัตถุดิบและเครื่องปรุงจากอเมริกา ที่มีจำหน่ายเฉพาะที่ท็อปส์ เท่านั้น อาทิ ปลาอลาสกาค็อดแช่แข็ง, น้ำมันอะโวคาโด และ น้ำส้มสายชูแอปเปิล ไซเดอร์ แบรนด์ Spectrum, ชีสจากวิสคอนซิน แบรนด์ ORA Life ที่มีให้เลือกหลากหลายชนิด,  แป้งขนมปัง ไม่ฟอก แบรนด์ King Arthur เป็นต้น เพื่อสร้างประสบการณ์การบอกรักผ่านเมนูใหม่ ๆ รับเทศกาลแห่งความรัก โดยสามารถรับชมวิธีการทำผ่านทางเฟซบุ๊กหรือ อินสตาแกรม Tops Food Hall 

ร่วมสร้างปรากฎการณ์สุดฟินรับเทศกาลวันวาเลนไทน์ สไตล์อเมริกันแท้ได้ในงาน ‘Discover USA: Love at First Bite’ พร้อมโปรโมชันสุดพิเศษ! เพียงช้อปสินค้า USA ที่ร่วมรายการครบ 1,000 บาทขึ้นไป/ใบเสร็จ รับฟรี บัตรของขวัญมูลค่า 100 บาท และสิทธิพิเศษเพิ่มเติมสำหรับลูกค้าสมาชิก The 1 Expat รับสิทธิพิเศษเพิ่มเติมใน The 1 App โดยรับส่วนลด 70 บาท เพียงช้อปสินค้า USA ที่ร่วมรายการ ครบ 800 บาท/ใบเสร็จ (จำกัดสิทธิ์เฉพาะ 1 ท่านต่อสมาชิก) ตั้งแต่วันที่ 5-18 กุมภาพันธ์ 2568 ที่ท็อปส์ และ ท็อปส์ ฟู้ด ฮอลล์ สาขาที่ร่วมรายการ 

ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.tops.co.th, เฟซบุ๊ก TopsThailand, หรือแอปพลิเคชันไลน์ @TopsThailand

#Tops #EveryDayDISCOVERY

###

จุดประทัดต้อนรับปีมะเส็ง ส่งความเฮงทั่วประเทศ

ท็อปส์ ในเครือเซ็นทรัล รีเทล จุดประทัดต้อนรับปีมะเส็ง ส่งความเฮงทั่วประเทศ 

ในแคมเปญ “THE GREAT CHINESE NEW YEAR 2025” 

พร้อมปลุกตลาดค้าปลีกช่วงตรุษจีน ตั้งเป้ากระตุ้นยอดขายโต 20%

กรุงเทพฯ 14 มกราคม 2568 – ท็อปส์ ธุรกิจกลุ่มฟู้ด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล มั่นใจค้าปลีกไทยยังโต เดินหน้าเปิดประตูรับศักราชใหม่ปีมะเส็ง เปิดตัวแคมเปญใหญ่แรกแห่งปี “THE GREAT CHINESE NEW YEAR 2025” จับเทรนด์ผู้บริโภคและอินไซต์ลูกค้าช่วงเทศกาลตรุษจีน พัฒนาเป็นกลยุทธ์ ‘The Great 4As’ มุ่งตอบโจทย์ทุกความต้องการของลูกค้า ด้วยพาเหรดสินค้ามงคลคุณภาพเยี่ยมคัดสรรมาอย่างดี รวมกว่า 1,500 รายการ เสริมทัพด้วยโปรโมชันและดีลสุดคุ้ม พิเศษสำหรับลูกค้าที่มียอดจับจ่ายสินค้าตรุษจีนสูงสุด (Top Spenders) รับสิทธิ์ลงทะเบียนเข้าร่วมทริปสุดเอ็กซ์คลูซีฟ กับ ดร. วิทย์ สิทธิเวคิน พรีเซ็นเตอร์ประจำแคมเปญ พร้อมตั้งเป้ากระตุ้นยอดขายเติบโตขึ้นกว่า 20% เปิดให้สั่งจองสินค้าล่วงหน้าได้แล้ววันนี้ – 24 มกราคม 2568
ที่ท็อปส์, ท็อปส์ ฟู้ด ฮอลล์, ท็อปส์ ไฟน์ ฟู้ด, ท็อปส์ เดลี่ และช่องทางท็อปส์ ออนไลน์

นายจักรกฤษณ์ จตุปัญญาโชติกุล รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายการตลาด ประชาสัมพันธ์ และกิจกรรมเพื่อสังคม บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล เปิดเผยว่า “เทศกาลตรุษจีนนับเป็นอีกหนึ่งบิ๊กโมเมนตัมของธุรกิจค้าปลีกที่ต่อเนื่องมาจากช่วงปีใหม่ ที่จะสร้างความคึกคักและก่อให้เกิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจในภาพรวมทั่วประเทศ โดยในปี 2567 ตลาดค้าปลีกสินค้าอุปโภคบริโภคของไทย มีมูลค่าประมาณ 2 ล้านล้านบาท ฟื้นตัวเต็มที่จากสถานการณ์โควิด-19 โดยคาดการณ์ว่า ตลาดจะเติบโตที่อัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) ที่ 4.6% ในช่วงปี 2568-2570 ทำให้มูลค่าตลาดขยายตัวเป็น 2.3 ล้านล้านบาท (ที่มา: Euromonitor) ซึ่งในช่วงไตรมาสแรกของปี 2568 นั้น คาดว่าได้รับอานิสงค์จากโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐอย่าง มาตรการ ‘EASY e-RECEIPT’ และภาคการท่องเที่ยวที่ยังคงคึกคักอย่างต่อเนื่อง ท็อปส์ ในฐานะผู้นำเชนธุรกิจซูเปอร์มาร์เก็ตของไทย เล็งเห็นโอกาสในการกระตุ้นภาคการบริโภคของตลาดในช่วงเทศกาลตรุษจีนปีนี้ จึงเดินหน้าจัดแคมเปญใหญ่ครั้งแรกของปี THE GREAT CHINESE NEW YEAR 2025 ต้อนรับปีมะเส็ง ด้วยสารพัดสินค้าและเอ็กซ์คลูซีฟไอเท็มที่หลากหลายและตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ เพื่อให้ท็อปส์ได้เป็นจุดหมายของการจับจ่ายและซื้อสินค้าในช่วงเทศกาลตรุษจีน”

สำหรับแคมเปญ THE GREAT CHINESE NEW YEAR 2025 ซึ่งเป็นแคมเปญใหญ่รับเทศกาลตรุษจีนประจำปีนี้ ท็อปส์ มุ่งสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับลูกค้า โดยพบข้อมูลแนวโน้มพฤติกรรมผู้บริโภคในปี 2568 ที่เรียกว่า 4s Trends ซึ่งสามารถจำแนกได้ดังนี้

  1. Smart Spending & Value Equation – ใช้จ่ายอย่างคุ้มค่า เน้นคุ้มค่า คุ้มราคา: แม้เศรษฐกิจไทยจะยังมีแนวโน้มขยายตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง และมีมาตรการจากภาครัฐช่วยเป็นแรงหนุนในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจตั้งแต่ปี 2567 ที่ผ่านมา แต่ผู้บริโภคส่วนใหญ่ก็ยังคงใช้จ่ายด้วยความระมัดระวัง คำนึงถึงความจำเป็นของสินค้าเป็นปัจจัยหลัก รวมทั้งพิจารณาความคุ้มค่าของสินค้าเทียบกับราคา เพื่อให้มั่นใจว่าแผนการใช้จ่ายรัดกุมมากพอ และจะไม่ส่งผลต่อสภาพคล่องทางการเงินในอนาคต 
  1. Self-Healing – ฮีลใจ, ทันกระแส, และมีสตอรี่: เศรษฐกิจที่กำลังกลับมาฟื้นตัว และสังคมที่มีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นรายวัน ทำให้ผู้บริโภคชาวไทยมุ่งแสวงหาความสุขทางใจมากขึ้นซึ่งความสุขที่ใกล้ตัวและตอบสนองความต้องการได้เร็วที่สุด ก็คือการซื้อหาสินค้าที่สวยงามทันสมัย นำเทรนด์ใหม่ ๆ หรือมีเรื่องราวที่ทำให้ประทับใจ 
  1. Sustainability – ดีต่อโลก ดีต่อใจ เน้นความยั่งยืน: การเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ และภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นหลายครั้งในช่วงปีที่ผ่านมา ทำให้เทรนด์ผู้บริโภคในปี 2568 นี้ มีแนวโน้มจะสนับสนุนกระแสรักษ์โลก สินค้าที่ทำจากวัสดุธรรมชาติเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม รวมทั้งธุรกิจที่คำนึงถึงความยั่งยืนมากขึ้น 
  1. Saiyasart – ความเชื่อ พึ่งพาไสยศาสตร์ มูเตลู: แม้ในยุคที่ดิจิทัลเชื่อมต่อกับทุกไลฟ์สไตล์ แต่คนไทยกว่า 88% เชื่อยังคงมีความเชื่อเรื่อง ‘มูเตลู’ ซึ่งข้อมูลจากสถาบันวิจัยความเป็นอยู่ ฮาคูโฮโด อาเซียน (ประเทศไทย) ระบุว่า 5 อันดับสิ่งที่สายมูเตลูต้องการมูมากที่สุด ได้แก่ การเงิน 44%, โชคลาภ 17%, สุขภาพ 12%, การงาน 8% และการเรียนและความรักอีก 3% นอกจากนี้ จากผลสำรวจของวิจัยกรุงศรี พบว่า ผู้บริโภค Gen Y และ Gen X ประมาณหนึ่งในสาม ใช้จ่ายเงินสำหรับสินค้าเสริมโชคลาภ มากกว่า 1,000 บาทต่อปี ในขณะที่ผู้บริโภคกลุ่มเบบี้บูมเมอร์เป็นกลุ่มที่ใช้จ่ายมากที่สุด โดย 7% ของกลุ่มนี้ใช้จ่ายมากกว่า 5,000 บาทต่อปี

นายจักรกฤษณ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า จากดาต้าของลูกค้าท็อปส์ในช่วงเทศกาลตรุษจีนปี 2567 ที่ผ่านมาพบว่า 54% ของลูกค้าที่มาจับจ่ายมีอายุระหว่าง 35 – 54 ปี หรืออยู่ในช่วงระหว่าง Gen Y และ Gen X เป็นส่วนใหญ่ โดยมีสัดส่วนของลูกค้าผู้หญิงมากถึง 76% และกว่า 69% อาศัยอยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล นอกจากนี้ ยังพบว่าช่วงระยะเวลาดังกล่าว มียอดจับจ่ายซื้อสินค้าต่อตะกร้า (Basket Size) เติบโตขึ้น 23% เทียบกับช่วงเวลาปกติ รวมทั้งในปี 2567 มียอดขายการสั่งซื้อสินค้าตรุษจีนล่วงหน้า (พรีออเดอร์) ของท็อปส์ที่เติบโตขึ้น 59% เทียบกับปี 2566 และมียอดขายสูงสุด ในวันจ่ายเพิ่มขึ้น +35% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาปกติ ทั้งนี้ 5 หมวดหมู่สินค้าขายดีในช่วงตรุษจีนปี 2567 คือ ผักและผลไม้ (Produce) 22.2%, ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด (Cleaning) 20.5%, เครื่องปรุงและอุปกรณ์ทำอาหาร (Cooking) 11.7%, เนื้อสัตว์และอาหารทะเล (Meat & Seafood) 9.4% และ ของใช้ในบ้าน (Home Care) 8.6%

เพื่อตอบรับกับเทรนด์ผู้บริโภคและดาต้าอินไซต์ ท็อปส์จึงคิดค้นกลยุทธ์ ‘The Great 3As’ สำหรับเทศกาลตรุษจีนในปีนี้ขึ้น เพื่อนำเสนอแคมเปญตรุษจีนแนวใหม่ที่ตอบโจทย์ทั้งความคุ้มค่า และประสบการณ์ที่เหนือระดับให้กับลูกค้าทุกไลฟ์สไตล์ ซึ่งได้แก่ 

  • The Great ASSORTMENT: ตอกย้ำความเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการคัดสรรสินค้าที่ดีที่สุดมาสู่มือลูกค้า ตรุษจีนปีนี้ท็อปส์ พาเหรดสินค้าอาหารและวัตถุดิบเกรดชั้นนำ รวบรวมมาให้เลือกสรรกว่า 1,500 รายการ ครบครันและตอบรับกับผู้บริโภคในทุกเจเนอเรชัน ครบครันด้วยผลไม้หลากหลายชนิด (Fruit Destination) คุณภาพพรีเมียม มีความหมายพิเศษ ตามหลักการไหว้ อาทิ ส้ม, แอปเปิ้ล, สาลี่ และเมล่อนจากเกษตรกรไทยสลักอักษรมงคล สินค้าของไหว้มงคล (Worship Offering Set) เช่น ชุดไหว้เทพเจ้าไฉ่ชิงเอี๊ยะชุดพิเศษ, ชุดซาแซประหยัด สินค้าตกแต่งเพื่อความมงคล (Auspicious Decoration Set) อาทิ แจกันดอกไม้มงคล, ป้ายคำอวยพรเด็กชาย-หญิงคู่, โคมแดงมงคล สินค้าสุดพิเศษ จำหน่ายเฉพาะที่ท็อปส์เท่านั้น (Only at Tops) เช่น มายช้อยส์ชุดเฮลท์ตี้ซาแซไขมันต่ำตอบโจทย์คนรักสุขภาพ, ชุดเครื่องไหว้เซตมงคลอาหารไหว้ซีฟู้ดพรีเมียม รวม 5 ชนิด กุ้งล็อบสเตอร์ หอยเป๋าฮื้อ ปลากระพงแดง ปลาหมึกทาโกะ และกุ้ง, และชุดหัวหมูไหว้ครบเซ็ต เป็นต้น
  • The Great ANG-PAO: ตรุษจีนปีนี้ ท็อปส์เดินหน้ามอบของขวัญสุดพิเศษให้กับลูกค้าผู้มีอุปการคุณ แจกหนักจัดเต็มกว่าทุก ๆ ปี ด้วย ‘อั่งเปาส่วนลดสูงสุด 15%’ เมื่อช้อปสินค้าที่ท็อปส์, ท็อปส์ ไฟน์ ฟู้ด และท็อปส์ ฟู้ด ฮอลล์ ครบทุกๆ 600 บาท หรือช้อปที่ท็อปส์ เดลี่ ครบทุก ๆ 100 บาท นอกจากนี้ ยังเติมความคุ้มค่าสำหรับสมาชิก The1 ใช้ 1,600 คะแนน แลกรับส่วนลด 250 บาท เมื่อมียอดซื้อสินค้าครบ 3,000 บาทขึ้นไป/ ใบเสร็จ หรือใช้ 800 คะแนน แลกรับส่วนลด 120 บาท เมื่อช้อป 1,800 บาทขึ้นไป
    ที่ท็อปส์, ท็อปส์ ฟู้ด ฮอลล์ ท็อปส์ ไฟน์ ฟู้ด และท็อปส์ เดลี่ 
  • The Great CX with AMBASSADOR: ฉีกกฎตรุษจีนแบบเดิม ๆ กับการเป็น ‘A Cultural Leader’ ที่เชื่อมโยงขนบธรรมเนียมดั้งเดิมให้เข้ากับยุคสมัย ด้วยผลิตภัณฑ์ที่คัดสรรมาอย่างดี และกิจกรรมใหม่ ๆ ที่น่าสนใจ และในปีนี้ ท็อปส์ยังได้เปิดมุมมองใหม่จับมือ ดร. วิทย์ สิทธิเวคิน ผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์ร่วมสมัย เสริมทัพในฐานะพรีเซ็นเตอร์ประจำแคมเปญเพื่อร่วมสื่อสารเทศกาลตรุษจีนในแง่มุมใหม่ ๆ นอกจากนี้ ยังร่วมกิจกรรมทริปสุดเอ็กซ์คลูซีฟ กับลูกค้าสมาชิก The1 ที่มียอดจับจ่ายสินค้าตรุษจีนสูงสุด (Top Spenders) 20 คนแรกที่ลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรมทริปพิเศษผ่าน Tops My Rewards ช่องทาง Line Tops Thailand โดยผู้เข้าร่วมกิจกรรมทุกท่าน จะได้ร่วมทริปสักการะศาลเจ้าเกียนอันเกงเพื่อความเป็นสิริมงคล พร้อมล่องเรือชมวิวแม่เจ้าพระยา เพลิดเพลินกับเรื่องราวประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจของเทศกาลตรุษจีน โดย ดร. วิทย์ สิทธิเวคิน เคล้าด้วยเสียงดนตรีจากนักร้องชื่อดัง เจนนิเฟอร์ คิ้ม และปิดท้ายด้วยการมอบของรางวัลจี้ทองคำแท้จากท็อปส์   

นอกจากนี้ ท็อปส์ยังได้คัดสรรความอร่อยหลากหลายเมนูจีน จากร้านดัง อาทิ ภัตตาคารเฮงเชียง, กุยช่ายสวรรค์, ศิริชัย ปอเปี๊ยะสด, Bakery Hut, แม่ประณาม, กระเพาะปลาเฮียเจ๊ก By ครัวลับแล, อากงโฮมเมด อาหารเจสูตรโบราณ, ทอดมันเจ้าสัว, GPR GOLD, เต้าทึงเฉาก๊วยเยาวราช, ลื้อมันรั้น, Tasty Congee, ลูกชิ้นปลาเยาวราช, เต้าหู้ทอด By สวัสดี, ลูกชิ้นปลาระเบิด, ขนมเปี๊ยะซอย 8, ก. เกี๊ยวต้ม, สว่างกระเพาะปลา, หมูกรอบแข็งแรง, จ้อเส้นยาว, อร่อยนางเลิงซาลาเปา, ข้าวมันไก่เฮงเชียง, อาตี๋ลูกชิ้นปลาเยาวราช, อินเตอร์ กุชช่าย ก๋วยเตี๋ยวหลอด, ครัวคุณนุชกับข้าวจีน, กระเพาะปลาท่าดินแดง, บ๊ะจ่างเศรษฐี, เต้าหู้โพธาราม, สมานหมูกรอบพระราม5, ครัวแม่ทองสุข, กุ่งอบสุราษฎ์, กระเพาะปลาเยาวราช, หลี่ชิมเฮีย, หมูสวรรค์บ้านหมูฝอย, Tomoko, เฮงปังดังรวย ฯลฯ 

“จุดมุ่งหมายของท็อปส์สำหรับแคมเปญ THE GREAT CHINESE NEW YEAR 2025 ในปีนี้ คือ การสร้างให้ท็อปส์ เป็นจุดหมายของการจับจ่ายสินค้าในช่วงเทศกาลตรุษจีน โดยเป็นซูเปอร์มาร์เก็ตเจ้าแรกที่มอบทั้งความครบ คุ้มค่า เกร็ดความรู้ที่น่าสนใจ และประสบการณ์เชิงวัฒนธรรมรูปแบบใหม่ให้กับผู้บริโภค สอดคล้องกับแนวคิด Every Day DISCOVERY ค้นพบทุกวันที่ไม่ธรรมดาได้ที่ท็อปส์ พร้อมทั้งกระตุ้นเศรษฐกิจของไตรมาสที่ 1 ของประเทศให้คึกคัก โดยตั้งเป้าแคมเปญช่วยดันยอดขายเพิ่มขึ้นกว่า 20% นายจักรกฤษณ์ กล่าวสรุป

ตรุษจีนปีนี้ออกสตาร์ทเตรียมช้อปก่อนใครกับโปรโมชันพรีออเดอร์สุดคุ้ม เพียงสั่งจองสินค้าล่วงหน้าสำหรับช่วงตรุษจีน ตั้งแต่วันนี้-24 ม.ค. 68 ครบ 1,500 บาทขึ้นไปต่อใบเสร็จ รับทันที ท้อปส์ Gift Voucher มูลค่า 150 บาท ที่ ท็อปส์ / ท็อปส์ ฟู้ด ฮอลล์ / ท็อปส์ ไฟน์ ฟู้ด หรือ สั่งจองสินค้าล่วงหน้าสำหรับไหว้ตรุษจีน ครบ 800 บาทขึ้นไปต่อใบเสร็จ รับส่วนลดทันที 100 บาท ที่ ท็อปส์ เดลี่

พร้อมรับดีลพิเศษสุดคุ้มได้แล้ววันนี้ – 28 มกราคม 2568 ที่ท็อปส์, ท็อปส์ ฟู้ด ฮอลล์, ท็อปส์ ไฟน์ ฟู้ด และท็อปส์ เดลี่ สาขาที่ร่วมรายการ หรือผ่านช่องทางท็อปส์ ออนไลน์ และบริการผู้ช่วยช้อปส่วนตัว Personal Shopper ตรวจสอบเงื่อนไขและติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.tops.co.th, เฟซบุ๊ก TopsThailand, หรือแอปพลิเคชันไลน์ @TopsThailand

#Tops #EveryDayDISCOVERY #TheGreatChineseNewYear2025

###

ต้อนรับปี 68 ด้วย 3 สาขาเมืองท่องเที่ยว

ท็อปส์ ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ต้อนรับปี 68 ด้วย 3 สาขาใหม่เมืองท่องเที่ยว
‘สมุย – พะงัน -กมลา’ รับดีมานด์ท่องเที่ยวคึกคัก
มุ่งเป้าสู่ผู้นำธุรกิจเชนซูเปอร์มาร์เก็ตที่ใหญ่ที่สุดในไทย

กรุงเทพฯ 8 มกราคม 2568 – ท็อปส์ ธุรกิจกลุ่มฟู้ด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ติดสปีดขยายธุรกิจต้อนรับศักราชใหม่ ตามยุทธศาสตร์การขยาย 1,000 สาขาภายในปี 2569 ปักหมุดบุกทำเลท่องเที่ยวภาคใต้ เปิดตัว 3 สาขาใหม่ ท็อปส์ สาขาเฮเว่น สมุย, และท็อปส์ สาขาพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี และท็อปส์ สาขา กมลา จ.ภูเก็ต รับดีมานด์การท่องเที่ยวประเทศไทยช่วงไฮซีซั่น มุ่งคัดสรรสินค้าพรีเมียมที่ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวกว่า 10,000 รายการทุกสาขา เจาะฐานลูกค้าต่างชาติกำลังซื้อสูง พร้อมเดินหน้าเสิร์ฟประสบการณ์ช้อปที่เหนือระดับให้กับลูกค้า และเพิ่มอัตราการจ้างงานให้กับชุมชน ตอกย้ำภาพลักษณ์การเป็น Food Discovery & Destination ที่ครองใจลูกค้ากว่า 28 ปี

นายสเตฟาน คูม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มฟู้ด เซ็นทรัล รีเทล กล่าวว่า “จากสถิติล่าสุดของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย พบว่า ในปี 2567 มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มขึ้นจากปีก่อนถึง 26% และข้อมูลจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ยังยืนยันว่า ภาคใต้ทำรายได้จากการท่องเที่ยวได้สูงที่สุดราว 6.6 แสนล้านบาท (ที่มา: กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา) ท็อปส์ จึงเดินหน้าเพิ่มจำนวนสาขาใหม่ในทำเลทองภาคใต้ เปิดตัว 3 สาขาใหม่ คือ ท็อปส์ สาขาเฮเว่น สมุย และ ท็อปส์ สาขาพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี และท็อปส์ สาขากมลา จ.ภูเก็ต เพื่อเจาะฐานลูกค้าทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ รองรับการขยายตัวของเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว ภายใต้วิสัยทัศน์ Truly World-Class Omni-Channel Lifestyle Food Retail ด้วยการวางเป้าหมายการขยาย 1,000 สาขาให้ได้ภายในปี 2569 หรือในอีก 2 ปีข้างหน้า พร้อมกันนี้ ท็อปส์ยังส่งเสริมให้เกิดการจ้างงานในพื้นที่ เพื่อเดินหน้าสู่การเป็นผู้นำธุรกิจซูเปอร์มาร์เก็ตที่ใหญ่ที่สุดในไทย ที่ใส่ใจทั้งการขยายตลาด และการขยายโอกาสให้กับคนในชุมชน”

ที่ผ่านมาท็อปส์ได้มีสาขาในเมืองท่องเที่ยว อาทิ เชียงใหม่ พัทยา นครศรีธรรมราช และสงขลา รวมจำนวน 28 สาขา โดยจากข้อมูลอินไซต์พบว่าแต่ละสาขามีจำนวนลูกค้าเพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 9 ซึ่งแสดงให้เห็นว่า ทุกสาขา  ในเมืองท่องเที่ยวมีแนวโน้มเติบโตอย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับการกลับมาของตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทยในปีนี้ และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในปี 2568 โดยท็อปส์ ได้ขยาย 3 สาขาใหม่ใจกลางทำเลท่องเที่ยวภาคใต้ ได้แก่ ท็อปส์ สาขาเฮเว่น สมุย และ ท็อปส์ สาขาพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี และท็อปส์ สาขากมลา จ.ภูเก็ต เพิ่งจะเปิดตัวส่งท้ายปลายปี 2567 เพื่อตอบรับกับความต้องการของลูกค้าและนักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติในแต่ละพื้นที่ โดยมีไฮไลต์แต่ละสาขา อันได้แก่

ท็อปส์ สาขาเฮเว่น สมุย จ.สุราษฎร์ธานี – แหล่งรวมสินค้าอินเตอร์แห่งใหม่ จุดเช็คอินแห่งใหม่ของนักท่องเที่ยวบนเกาะสมุย

ท็อปส์ เฮเว่น สมุย มีขนาดพื้นที่ 870 ตารางเมตร ตั้งอยู่ภายในคอมมูนิตี้มอลล์แห่งใหม่ ฮาเว่น สมุย เปิดให้บริการบนหาดเฉวง หาดทรายขาวที่ทอดยาวที่สุดบนเกาะสมุย ห้อมล้อมด้วยโรงแรม 3 – 5 ดาวกว่า 50 แห่ง สามารถรองรับทราฟฟิกลูกค้าชาวไทยและต่างชาติบนหาดเฉวงได้กว่า 14,000 ราย/วัน ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในระยะที่สามารถเดินถึงได้ โดดเด่นด้วยเสน่ห์ของแหล่งช้อปปิ้งครบวงจร โดยคัดสรรสินค้าอุปโภค – บริโภค ที่ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวกว่า 15,000 รายการ อาทิ ข้าวของเครื่องใช้ ผักและผลไม้นำเข้า เนื้อสัตว์ อาหารแช่แข็ง อาหารปรุงสำเร็จ ขนมขบเคี้ยว เบเกอรี่อบหอมกรุ่น เครื่องดื่ม ฯลฯ ให้เติมเต็มทุกประสบการณ์การช้อปครบจบได้ในที่เดียว

ท็อปส์ สาขาพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี – ซูเปอร์มาร์เก็ตแห่งแรกบนถนนเชื่อมต่อหาดริ้นและหาดท้องศาลาแหล่งรวมสินค้าที่ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวต่างชาติมากที่สุด

ท็อปส์ สาขาพะงัน เป็นส่วนหนึ่งของศูนย์กลางย่านการค้าบนถนนสายหลัก เชื่อมต่อระหว่างหาดริ้นและหาดท้องศาลา มีขนาดพื้นที่ 550 ตารางเมตร อยู่ใกล้กับโรงแรมระดับ 3 – 5 ดาวกว่า 70 แห่งและจากการศึกษาของท็อปส์ นักท่องเที่ยวบนเกาะพะงันยังเป็นชาวยุโรปมากถึง 60 % ท็อปส์ จึงรุกเปิดสาขาใหม่พื้นที่นี้ โดยยกขบวนสินค้าพรีเมียมและเอ็กซ์คลูซีฟไอเท็มจากทั่วทุกมุมโลกมาไว้กว่า 11,000 รายการ เน้นขายสินค้าอุปโภค – บริโภคเกรดนำเข้า ที่ตอบโจทย์วิถีชีวิตและการปรุงอาหารของชาวตะวันตก รวมถึงสินค้าจากท้องถิ่นไทยสำหรับซื้อเป็นของฝาก นอกจากนี้ ท็อปส์ สาขาเกาะพะงัน ยังเป็นซูเปอร์มาร์เก็ตแห่งแรกบนเส้นทางระหว่างหาดริ้นและหาดท้องศาลา ที่พร้อมให้บริการนักท่องเที่ยวตลอด 365 วัน

ท็อปส์ สาขาหาดกมลา จ. ภูเก็ต – พรีเมียมซูเปอร์มาร์เก็ตเจ้าแรกบนหาดกมลา แหล่งรวมสินค้าระดับเวิลด์คลาส

ท็อปส์ สาขาหาดกมลา ภูเก็ต พรีเมียมซูเปอร์มาร์เก็ตแห่งแรกบนชาดหาดกมลา หาดทรายเงียบสงบความยาว 2 กิโลเมตร ซึ่งได้รับความนิยมมากทั้งในหมู่นักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ โดยแต่ละวันมีนักท่องเที่ยวหมุนเวียนอยู่ในพื้นที่ราว 34,000 คน หาดกมลา จึงเป็นทำเลศักยภาพที่กำลังเติบโตรองรับกับโครงการอสังหาริมทรัพย์ระดับลักชัวรี่ในอนาคตตอบโจทย์นักท่องเที่ยวที่มีกำลังซื้อสูง ท็อปส์ หาดกมลามีขนาดพื้นที่กว่า 950 ตารางเมตร จัดเต็มสินค้าอุปโภค – บริโภค อาทิ ผัก – ผลไม้สด เนื้อสัตว์ วัตถุดิบนำเข้า อาหารพร้อมทาน ขนม เบเกอรี่อบร้อน และข้าวของเครื่องใช้ต่าง ๆ รวมกว่า กว่า 17,000 รายการ เพื่อเนรมิตประสบการณ์จับจ่ายชั้นเยี่ยมให้กับนักท่องเที่ยวบนหาดกมลา เสมือนช้อปปิ้งสินค้าด้วยตัวเองที่ต่างประเทศพร้อมร้านค้าชั้นนำ ได้แก่ McDonald’s, Fruit Fusion on The Go, King Kebab, Five Star Chicken พร้อมและบริการ Money Exchange

“จากการรุกขยายสาขาตามยุทธศาสตร์ที่วางไว้ ทำให้ปัจจุบันท็อปส์มีจำนวนสาขาในภาคใต้แล้วทั้งสิ้น 16 สาขา โดยเรายังคงมุ่งมั่นในการขยายสาขาใหม่ๆ ตามทำเลศักยภาพที่ตอบโจทย์นักช้อปในแต่ละพื้นที่ท่องเที่ยวพร้อมสร้างสรรค์ประสบการณ์รูปแบบใหม่ๆ ให้กับลูกค้าเพื่อเป็น Food Discovery & Destination ในทุกๆ ช่วงเวลา อย่างไรก็ดี นอกจากการสร้างการเติบโตให้กับธุรกิจแล้ว ท็อปส์ ยังให้ความสำคัญกับการกระจายรายได้สู่ท้องถิ่น ผ่านการจ้างงานคนในพื้นที่ รวมถึงส่งเสริมสินค้าจากชุมชนและเอสเอ็มอี เพื่อร่วมเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับภาคเศรษฐกิจไทยต่อไป” นายสเตฟาน กล่าวสรุป

ท็อปส์ สาขาเฮเว่น สมุย และ ท็อปส์ สาขาพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี และท็อปส์ สาขากมลา จ.ภูเก็ต เปิดให้บริการแล้ววันนี้ จัดเต็มไอเท็มพรีเมียมทั้งของกินของใช้เอาใจลูกค้าสายท่องเที่ยว พร้อมโปรโมชันสุดคุ้มที่หาได้ที่ท็อปส์ที่เดียวเท่านั้น! ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.tops.co.th, เฟซบุ๊ก TopsThailand, หรือแอปพลิเคชันไลน์ @TopsThailand

#Tops #EveryDayDISCOVERY

ภาพรวมความเป็นส่วนตัว

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อให้เราสามารถมอบประสบการณ์การใช้งานที่ดีที่สุดแก่คุณได้ ข้อมูลคุกกี้จะถูกจัดเก็บไว้ในเบราว์เซอร์ของคุณ และทำหน้าที่ต่างๆ เช่น จดจำคุณเมื่อคุณกลับมาที่เว็บไซต์ของเรา และช่วยให้ทีมงานของเราเข้าใจว่าส่วนใดของเว็บไซต์ที่น่าสนใจและมีประโยชน์สำหรับคุณมากที่สุด นโยบายความเป็นส่วนตัว