ครั้งแรกในไทย! ท็อปส์ ในเครือเซ็นทรัล รีเทล จับมือ แฟร์ไพรซ์ กรุ๊ป ยกอัตลักษณ์รสชาติจากสิงคโปร์สู่ครัวไทย เปิดตัว Golden Chef สุดยอดวัตถุดิบต้นตำรับแท้จากสิงคโปร์ เอ็กซ์คลูซีฟเฉพาะที่ท็อปส์

  • ชูคอนเซปต์ ‘The Taste of Singapore’ ยกระดับเมนูมงคลตรุษจีนให้พิเศษกว่าที่เคยด้วยวัตถุดิบจาก Golden Chef กับ 2 เมนูพิเศษ กุ้งปูกรอบสไตล์สิงคโปร์ และ ผัดหมี่ซั่วซอสปูผัดพริกสิงคโปร์

กรุงเทพฯ 5 กุมภาพันธ์ 2569 – ท็อปส์ ธุรกิจกลุ่มฟู้ด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ต่อยอดความร่วมมือกับ แฟร์ไพรซ์ กรุ๊ป ค้าปลีกรายใหญ่สิงคโปร์เปิดตัว “Golden Chef” แบรนด์วัตถุดิบต้นตำรับแท้จากสิงคโปร์ครั้งแรกในประเทศไทย ชวนผู้บริโภคไทยเปิดประสบการณ์ Taste of Singapore ภายใต้คอนเซปต์ “Singapore’s Favorite Flavors Have Arrived in Thailand” พร้อมเสิร์ฟความอร่อยสไตล์สิงคโปร์แท้สู่ครัวเรือนไทย ครอบคลุมทั้งกลุ่มเครื่องแกง และซอสสำเร็จรูป ที่ช่วยให้การรังสรรค์เมนูสไตล์สิงคโปร์เป็นเรื่องง่าย สะดวก
และเติมเต็มทุกมื้ออาหารให้พิเศษยิ่งขึ้น พร้อมชวนเชฟชื่อดังแห่งวงการอย่าง เชฟกัมพล ธารีเทียน จาก TOPS EATERY มาร่วมรังสรรค์เมนูพิเศษในโอกาสเฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีน ด้วยผลิตภัณฑ์จาก Golden Chef เพื่อตอกย้ำความเชี่ยวชาญของแฟร์ไพรซ์ กรุ๊ป ในการส่งต่อรสชาติพรีเมียมที่ผู้บริโภคชาวสิงคโปร์ไว้วางใจสู่ผู้บริโภคไทย ภายใต้แนวคิด ‘Everyday Value’ คุณภาพระดับโลกที่เข้าถึงได้จริง สัมผัสความอร่อยต้นตำรับจากสิงคโปร์ผ่านผลิตภัณฑ์จาก Golden Chef ได้แล้ววันนี้ วางจำหน่ายแบบเอ็กซ์คลูซีฟเฉพาะที่
ท็อปส์เท่านั้น

พิเศษ! เมื่อซื้อสินค้าแบรนด์ Golden Chef และในเครือแฟร์ไพรซ์ กรุ๊ป ที่ร่วมรายการ ครบ 229 บาทขึ้นไปต่อใบเสร็จ รับฟรี! กระเป๋าเก็บความเย็น (Cooler Bag) มูลค่า 159 บาท จำนวน 1 ใบ (จำกัดจำนวน 1,600 ใบ) ที่ ท็อปส์ และท็อปส์ ฟู้ด ฮอลล์ สาขาที่ร่วมรายการ รวมถึง ท็อปส์ ออนไลน์ ตั้งแต่วันนี้ – 31 มีนาคม 2569

นายไบรอัน ฮิลล์ ผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจและพันธมิตรระหว่างประเทศ บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล กล่าวว่า “ท็อปส์มุ่งมั่นมอบประสบการณ์ ‘Every Day DISCOVERY’ ให้ลูกค้าได้ค้นพบประสบการณ์การช้อปปิ้งในทุกวันที่ไม่ธรรมดาได้ที่ท็อปส์ โดยจับมือ แฟร์ไพรซ์ กรุ๊ป ผู้ดำเนินธุรกิจค้าปลีกรายใหญ่ที่สุดของประเทศสิงคโปร์ ส่งต่อรสชาติแบบต้นตำรับแท้ของสิงคโปร์มาสู่ผู้บริโภคชาวไทย โดยคัดสรรสินค้าที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมืองที่มองหาคุณภาพและความสะดวก การนำเข้าผลิตภัณฑ์แบรนด์ Golden Chef ซึ่งเป็นแบรนด์ยอดนิยมอันดับ 1 ในใจชาวสิงคโปร์มาอย่างยาวนาน ช่วยเปิดโลกการช้อปปิ้งให้กับคนไทยให้ได้สัมผัสรสชาติที่เป็น ‘The Taste of Singapore’ ที่แท้จริง โดยไม่ต้องบินไปไกลถึงต่างประเทศ” 

ท่ามกลางไลฟ์สไตล์คนเมืองที่มองหาทั้งความสะดวกและรสชาติที่ดีในทุกวัน ท็อปส์ชวนเปิดประสบการณ์ความอร่อยแบบสิงคโปร์แท้ ผ่านการคัดสรรวัตถุดิบคุณภาพจาก Golden Chef แบรนด์ที่เปรียบเสมือน “เชฟส่วนตัว” ประจำบ้าน และสะท้อนเสน่ห์อาหารสิงคโปร์ซึ่งผสานความหลากหลายทางวัฒนธรรมเข้ากับความพิถีพิถันในการปรุงอาหารอย่างลงตัว ช่วยให้การทำอาหารสไตล์สิงคโปร์เป็นเรื่องง่าย สนุก และเข้าถึงได้มากขึ้น ครอบคลุมตั้งแต่มื้อพิเศษในโอกาสสำคัญ ไปจนถึงความอร่อยในชีวิตประจำวัน โดยมีผลิตภัณฑ์ไฮไลต์ครอบคลุมทั้งผลิตภัณฑ์กลุ่มเครื่องแกง และซอส ได้แก่

  • แค่เปิดซอง ก็ได้รสชาติสิงคโปร์แท้ ด้วยเครื่องแกงสำเร็จรูปที่ช่วยให้การเข้าครัวเป็นเรื่องง่ายและอร่อยในทุกวัน พร้อมเสิร์ฟรสชาติแบบต้นตำรับสิงคโปร์แท้นำโดย โกลเด้นเชฟเครื่องแกงปูผัดพริกสิงคโปร์สำเร็จรูป (Singapore Chilli Crab Paste) ซอสซิกเนเจอร์สูตรต้นตำรับที่หยิบรสชาติสไตล์ร้านอาหารสิงคโปร์มาไว้ในครัวบ้าน โดดเด่นด้วยซอสเข้มข้น หอมเครื่องเทศ และรสเผ็ดหวานที่กลมกล่อมอย่างพอดี เพียงฉีกซองใส่เนื้อสัตว์หรือซีฟู้ดที่มี แล้วเคี่ยวให้เข้ากัน ก็พร้อมเสิร์ฟในไม่กี่ขั้นตอน เปลี่ยนวัตถุดิบใกล้ตัวให้กลายเป็นมื้ออร่อยที่ดูพิเศษขึ้นได้ทันที ตอบโจทย์คนเมืองที่มองหาความสะดวกโดยไม่ลดทอนรสชาติในทุกมื้ออาหาร โกลเด้นเชฟ ซอสลักซาสิงคโปร์สำเร็จรูป (Singapore Laksa Paste) ซอสลักซาสูตรต้นตำรับ หอมกะทิและเครื่องเทศ ช่วยให้การทำลักซาเส้นหรือเมนูก๋วยเตี๋ยวสไตล์สิงคโปร์เป็นเรื่องง่าย อร่อยได้ที่บ้าน โกลเด้นเชฟ ซอสแกงกะหรี่ไก่สิงคโปร์สำเร็จรูป (Singapore Chicken Curry Paste) ซอสแกงกะหรี่กลิ่นเครื่องเทศหอมละมุน รสชาติเข้มข้นกำลังดี เพียงเคี่ยวกับเนื้อสัตว์ตามชอบ ก็ได้เมนูอร่อยทานง่าย โกลเด้นเชฟ ซอสข้าวมันไก่ไหหลำสำเร็จรูป (Hainanese Chicken Rice Paste) ซอสปรุงสำเร็จสูตรต้นตำรับ ช่วยทำให้ข้าวมันไก่หอมมัน รสละมุนในหม้อเดียว ไม่ต้องปรุงเพิ่ม โกลเด้นเชฟ ซอสสะเต๊ะบีฮุนสิงคโปร์สำเร็จรูป (Singapore Satay Beehoon Paste) ซอสสะเต๊ะหอมมันจากถั่วและเครื่องเทศ รสเข้มข้นแบบต้นตำรับ เหมาะสำหรับคลุกเส้นหรือเมนูเส้นสไตล์สิงคโปร์ โกลเด้นเชฟ ซอสหมี่เรบูสสำเร็จรูป (Mee Rebus Paste) ซอสหมี่เรบูสรสดั้งเดิม หวานเค็มกลมกล่อม หอมมันจากเครื่องเทศและถั่ว คลุกเส้นได้ง่าย อร่อยครบในจานเดียว โกลเด้นเชฟเครื่องแกงเรนดังสิงคโปร์สำเร็จรูป (Singapore Rendang Paste) เครื่องแกงเรนดังสูตรเข้มข้น หอมเครื่องเทศ ใช้เคี่ยวกับเนื้อสัตว์ก็ได้เมนูพิเศษแบบไม่ต้องเตรียมเครื่องแกงเอง
  • เติมเต็มทุกมื้อด้วยรสชาติที่ไว้ใจ เพียงมีซอสและเครื่องแกงที่ใช่ การทำอาหารในทุกวันก็ไม่ใช่เรื่องยุ่งยากอีกต่อไป กับซอสคุณภาพจาก Golden Chef ที่คัดสรรสูตรต้นตำรับมาให้พร้อมใช้ในครัวบ้าน ตอบโจทย์ทั้งสายทำอาหารจริงจังและคนเมืองที่อยากได้มื้ออร่อยแบบไม่ยุ่งยาก นำโดย Premium Oyster Sauce – Perfect for Stir-Frying ซอสหอยนางรมรสเข้มข้น หอมกลมกล่อม พร้อมช่วยดึงรสชาติของวัตถุดิบให้อร่อยขึ้นแบบมืออาชีพ Light Soy Sauce – Balanced & Versatile ซีอิ๊วขาวรสละมุน เค็มกลมกล่อมกำลังดี ใช้ได้ทั้งปรุง ผัด หมัก หรือจิ้ม เติมรสเอเชียให้ทุกจานได้อย่างพอดี Dark Soy Sauce – Rich Color, Deep Flavor ซีอิ๊วดำที่ช่วยเพิ่มสีสันและความหอมเข้มให้เมนู
    ไม่ว่าจะเป็นการผัด เคี่ยว หรือหมัก ก็ช่วยยกระดับจานธรรมดาให้ดูน่าทานยิ่งขึ้น

พร้อมกันนี้เพื่อต้อนรับเทศกาลตรุษจีน จึงได้ชวน เชฟกัมพล ธารีเทียน จาก TOPS EATERY มาร่วมครีเอทและรังสรรค์เมนูพิเศษสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่ถ่ายทอดทั้งความมงคลและรสชาติสไตล์สิงคโปร์
อย่างลงตัว โดยมี ซอสปูผัดพริกสิงคโปร์สำเร็จรูป (Singapore Chilli Crab Paste) เป็นหัวใจสำคัญของทั้ง 2 เมนูไฮไลต์ ได้แก่ กุ้งปูกรอบสไตล์สิงคโปร์ เมนูมื้อฉลองที่ชูความอุดมสมบูรณ์ ด้วยเนื้อกุ้งและเนื้อปูชิ้นโต ห่อด้วยแผ่นแป้งเวียดนามบางกรอบ ทอดจนสีเหลืองทอง ก่อนเสิร์ฟคู่กับซอสปูผัดพริกสิงคโปร์รสเข้มข้น
หอมเครื่องเทศ ที่ช่วยเติมเต็มรสชาติให้โดดเด่นยิ่งขึ้น และอีกหนึ่งเมนูมงคลรับตรุษจีนอย่าง ผัดหมี่ซั่วซอสปูผัดพริกสิงคโปร์ ที่สื่อถึงความยืนยาวและความมั่งคั่ง ผ่านการคลุกเคล้าวัตถุดิบมงคล ไม่ว่าจะเป็นกุ้ง
ปู เห็ดหอม แปะก๊วย และผักหลากชนิด เข้ากับซอสปูผัดพริกสิงคโปร์สูตรต้นตำรับ ซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวเชื่อมรสชาติทั้งหมดให้กลมกล่อมลงตัว พร้อมยกระดับเมนูตรุษจีนให้ทั้งอร่อยและเปี่ยมความหมายในทุกคำ

และนอกจาก 2 เมนูสุดพิเศษที่เชฟได้รังสรรค์จากผลิตภัณฑ์ Golden Chef แล้ว ในเทศกาลตรุษจีนนี้ Golden Chef ยังพร้อมเป็นไอเทมคู่ครัวที่ช่วยยกระดับเมนูไหว้และมื้อฉลองเทศกาลตรุษจีนกับสมาชิกในครอบครัวเพื่อเสริมความเป็นสิริมงคล และพิเศษยิ่งขึ้น ผ่านซอส และเครื่องปรุงสูตรต้นตำรับจากสิงคโปร์
ไม่ว่าจะเป็น Golden Chef Singapore Chilli Crab Paste ที่ช่วยเติมความจัดจ้านให้เมนูปูผัดพริกในมื้อฉลองใหญ่, Golden Chef Abalone Sauce ตัวช่วยสำหรับเมนูตุ๋น ผัดผักมงคล หรือบะหมี่อายุยืนที่ต้องการรสชาติกลมกล่อม และ Golden Chef 100% Pure Sesame Oil ที่เพียงเหยาะปิดท้ายก็ช่วยเพิ่มกลิ่นหอมและความหรูหราให้ทุกจาน ช่วยให้การทำอาหารรับตรุษจีนเป็นเรื่องง่าย อร่อยแบบต้นตำรับ และเปี่ยมความหมาย
ในทุกมื้อของการเฉลิมฉลองร่วมกันในครอบครัว

นอกจากแบรนด์ Golden Chef แล้ว แฟร์ไพรซ์ กรุ๊ปยังมีผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ FairPrice ที่ได้นำเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยก่อนหน้านี้ที่ท็อปส์ และพร้อมเดินหน้าคัดสรรสินค้าเข้ามาเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับประสบการณ์ของผู้บริโภคไทยให้เข้าถึงทั้งรสชาติและไลฟ์สไตล์จากสิงคโปร์ได้อย่างครบถ้วน
โดยนำเสนอผ่านผลิตภัณฑ์ 3 กลุ่มหลักที่เป็น “Must-Buy” ได้แก่ กลุ่มเครื่องปรุง และซอสสำเร็จรูป หัวใจสำคัญที่ช่วยให้การปรุงอาหารเอเชียเป็นเรื่องง่าย, กลุ่มอาหารเช้าอย่าง FairPrice Kaya รับประทานคู่กับ Cream Crackers ให้รสสัมผัสสไตล์สิงคโปร์แท้ ๆ และ กลุ่มขนม (Snack) อาทิ Potato Chips ที่โดดเด่นด้วยรสชาติ
อันเป็นเอกลักษณ์ สะท้อนความมุ่งมั่นของ FairPrice ในการส่งต่อคุณภาพและแนวคิด Everyday Value
ที่ได้รับความไว้วางใจจากผู้บริโภคชาวสิงคโปร์สู่ตลาดไทยอย่างแท้จริง

พิเศษ! พบกับโปรโมชันสุดว้าวเมื่อซื้อสินค้า FairPrice และ Golden Chef ครบ 229 บาทขึ้นไปต่อใบเสร็จ รับฟรี! กระเป๋าเก็บความเย็น (Cooler Bag) มูลค่า 159 บาท จำนวน 1 ใบ (จำกัดจำนวน 1,600 ใบ) ตั้งแต่วันนี้ – 31 มีนาคม 2569 ท็อปส์ และท็อปส์ ฟู้ด ฮอลล์ สาขาที่ร่วมรายการ รวมถึง ท็อปส์ ออนไลน์

ร่วมค้นพบ “รสชาติแห่งเอเชีย” และสัมผัสประสบการณ์ความอร่อยแบบสิงคโปร์แท้ ๆ กับผลิตภัณฑ์ Golden Chef และ FairPrice ได้แล้ววันนี้ เอ็กซ์คลูซีฟเฉพาะที่ ท็อปส์ และท็อปส์ ฟู้ด ฮอลล์ สาขาที่ร่วมรายการ รวมถึง ท็อปส์ ออนไลน์ เท่านั้น ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมและโปรโมชันต่าง ๆ ได้ที่ www.TOPS.co.th, เฟซบุ๊ก TOPS Thailand หรือ LINE @TOPSThailand

#TOPS #EveryDayDISCOVERY #FairPrice #GoldenChef

เตรียมตัวช้อป! ท็อปส์ สาขาเขาพระตำหนัก ไลฟ์สไตล์ฟู้ดสเปซใหม่ รวมไอเท็มของกิน–ของใช้คุณภาพจากทั่วโลก พร้อมเสิร์ฟใจกลางย่านท่องเที่ยวพัทยา

พัทยา, 29 มกราคม 2569– ท็อปส์ ธุรกิจกลุ่มฟู้ด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล เดินหน้าขยายประสบการณ์
ช้อปปิ้งสู่ย่านท่องเที่ยวศักยภาพ พร้อมเติมสีสันให้ทุกไลฟ์สไตล์การช้อป เปิดตัว “ท็อปส์ สาขาเขาพระตำหนัก” บนทำเลสำคัญจุดตัดระหว่างถนนเกษตรสินและถนนเขาพระตำหนัก หนึ่งในแลนด์มาร์กยอดนิยมของนักท่องเที่ยวที่รายล้อมด้วยจุดชมวิวพัทยา ร้านอาหารชื่อดัง และโรงแรมกว่า 246 แห่ง พร้อมรองรับทั้งนักท่องเที่ยว และกลุ่มผู้อยู่อาศัยระยะยาว (Expat Community) ในฐานะจุดหมายใหม่ของการช้อปปิ้งและ
ไลฟ์สไตล์ใจกลางพัทยา

สำหรับ ท็อปส์ สาขาเขาพระตำหนัก พัทยาตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 3 ไร่ บนทำเลศักยภาพบริเวณแยกถนนเกษตรสิน–ถนนเขาพระตำหนัก มีพื้นที่ให้บริการกว่า 970 ตร.ม. รวมถึงมีพื้นที่เช่ารวมกว่า 1,200
ตร.ม. นับเป็นหนึ่งในย่านที่มีชีวิตชีวาและโดดเด่นที่สุดของพัทยารายล้อมด้วยจุดชมวิวพัทยา ร้านอาหารชื่อดัง โรงแรมกว่า 246 แห่ง รวมถึงคอนโดมิเนียมไฮเอนด์และวิลล่าหรูในบรรยากาศรีสอร์ต สะท้อนเสน่ห์ของย่านพักอาศัยระดับพรีเมียมที่ผสานการท่องเที่ยวและการใช้ชีวิตเข้าด้วยกันอย่างลงตัว โดยสาขาใหม่นี้พัฒนาขึ้นภายใต้แนวคิด “Food Discovery & Destination” ที่รวบรวมสินค้ากว่า 18,000 รายการ เพื่อเปลี่ยนการแวะ
ช้อปให้กลายเป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาผ่อนคลายของวัน ไม่ว่าจะเป็นการเลือกซื้ออาหารสดสำหรับมื้อสบาย ๆ
หลังกลับจากเที่ยวทะเล อาหารพร้อมทานสำหรับวันที่อยากใช้เวลาชิล หรือวัตถุดิบนำเข้าคุณภาพสำหรับมื้อพิเศษในวันพักผ่อน

 ด้วยดีไซน์ร้านในรูปแบบ Room Concept ที่จัดหมวดหมู่สินค้าอย่างเป็นระบบและเข้าถึงง่าย สะท้อนเอกลักษณ์ของท็อปส์ในทุกมิติการใช้ชีวิต — ไม่ว่าจะเป็นโซน THE BAKER, TOPS WINE CELLAR, FROZEN & CO, FRESH FROM FIELD, LOOKS, EVERCLEAN, BABY & ME, PET ’N ME ไปจนถึง I LOVE TH ที่ครบจบในที่เดียว ที่สามารถเลือกช้อปได้อย่างสะดวก เข้าถึงง่าย และตอบโจทย์ทุกจังหวะไลฟ์สไตล์ของทั้งนักท่องเที่ยว ชาวต่างชาติ และผู้อยู่อาศัยในพื้นที่ ที่มองหาความสะดวก ความรวดเร็ว และคุณภาพ ในบรรยากาศที่เป็นกันเองและผ่อนคลาย โดยสาขานี้มาพร้อมกับร้านค้าชั้นนำ อาทิ McDonald’s, The Coffee Club, Dairy Queen, Café Amazon, FUKU, Taco Bell, getfresh รวมถึงร้านค้าและบริการไลฟ์สไตล์อื่น ๆ อีกมากมาย เสริมประสบการณ์การใช้เวลาของลูกค้าให้ครบครันมากยิ่งขึ้น

ภายในพิธีเปิดได้รับเกียรติจาก นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา เป็นประธานในพิธีเปิดงาน  พร้อมด้วย นายณฐาภพ ยมจินดา ปลัดอำเภอบางละมุง, นายสกน ผลลูกอินทร์ รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี,  นายภูมิพิพัฒน์ กมลนาถ เลขานุการนายกเมืองพัทยา, นายกว้าง  เกตุศร รองประธานหอการค้าจังหวัดชลบุรี และนายธพ จันทรประเสริฐ กรรมการ บริษัท เกษตรสิน จำกัด เข้าร่วมพิธี

โดยมีคณะผู้บริหารท็อปส์ นำโดยนางสุจิตา เพ็งอุ่น รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการ
บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล และนายจักรกฤษณ์  จตุปัญญาโชติกุล รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายการตลาด, ประชาสัมพันธ์ กิจกรรมเพื่อสังคม บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด ในเครือเซ็นทรัล
รีเทล และนายโรเบิร์ต เจมส์ เดสโบโร รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายการพัฒนาและขยายธุรกิจ บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ให้การต้อนรับ

พิเศษ! ฉลองการเปิดสาขาใหม่ ท็อปส์ สาขาเขาพระตำหนัก พัทยา จัดเต็มโปรโมชันเอาใจสมาชิก The 1 เริ่มจาก คุ้มที่ 1 ดีล Buy 1 Get 1 FREE และสินค้าราคาพิเศษที่คัดสรรมาเฉพาะช่วงวันที่ 29 มกราคม
– 10 กุมภาพันธ์ 2569 ครอบคลุมทั้งสินค้าอาหารสด อาหารพร้อมทาน เบเกอรี่ เครื่องดื่ม และของใช้ในชีวิตประจำวัน อาทิ ส้มแมนดาริน, S&P เค้กแช่แข็งรสเนยสด, ครัวซองต์ French Butter Artisan, Chocolate Chip Banana Muffin มัฟฟินอบสด, ไส้กรอก TGM, AllSpring น้ำแร่ธรรมชาติ และ Smarter เซนซิทีฟซอฟท์แอนด์เจนเทิลเบบี้ไวพส์ คุ้มที่ 2 เมื่อช้อปครบ 1,000 บาทขึ้นไป ต่อ 1 ใบเสร็จ รับ Gift Voucher มูลค่า 100 บาท ฟรีทันที ตั้งแต่วันที่ 29 มกราคม – 28 กุมภาพันธ์ 2569 พร้อมสิทธิพิเศษจากแคมเปญ The 1 Rewards สำหรับสมาชิกที่สะสมยอดซื้อครบตามเงื่อนไข รับทั้ง The 1 Points จำนวน 100 คะแนน และ คูปองส่วนลดมูลค่า 100 บาท เพื่อใช้ในการช้อปครั้งถัดไป เพิ่มความคุ้มค่าให้ทุกบิลอย่างต่อเนื่อง คุ้มที่ 3 โปรโมชันจากโซน TOPS FLAVOUR เมื่อช้อปครบ 800 บาทขึ้นไป ต่อ 1 ใบเสร็จ รับฟรี TOPS Cooler Bag กระเป๋าเก็บความเย็น มูลค่า 279 บาท พร้อมคูปองส่วนลดมูลค่า 40 บาท คุ้มที่ 4 โปรโมชันจาก ARIGATO Tea & Coffee ซื้อ 1 แถม 1 อเมริกาโน่เย็น และเอสเพรสโซ่เย็นขนาด 16 ออนซ์ ในราคาเพียง 40 บาท ระหว่างวันที่ 29 มกราคม – 4 กุมภาพันธ์ 2569 (*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด)

ชาวพัทยาห้ามพลาด! มาช้อปสุดคุ้ม ได้แล้ววันนี้ที่ ท็อปส์ สาขาเขาพระตำหนัก อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี พร้อมเปิดให้บริการทุกวัน เวลา 08.00 – 24.00 น. ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.tops.co.th, เฟซบุ๊กแฟนเพจ TOPSThailand หรือแอปพลิเคชัน @TOPSThailand

#TOPS #TOPSKhaoPhraTamnak

ท็อปส์ เปิด 5 เทรนด์ “ตรุษจีน 69” เผยคนไทยเน้น “ซื้อสินค้าแบบฉลาดเลือก” ‘คุณภาพ’ สำคัญกว่า ‘โปรโมชัน’ และ ‘ความประหยัดต้องมาพร้อมความมงคล’ พร้อมออกกลยุทธ์ ‘Discover Prosperity Together’ ผสานจุดแข็ง “สินค้า – AI & The 1 Ecosystem – ประสบการณ์ลูกค้า” ดันท็อปส์ขึ้นแท่นผู้นำเบอร์ 1 ในใจผู้บริโภค พร้อมยอดขายโต 20%

กรุงเทพฯ 22 มกราคม 2569 – ท็อปส์ ธุรกิจกลุ่มฟู้ด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล เปิดผลสำรวจพฤติกรรมผู้บริโภคช่วงเทศกาลตรุษจีน 2569 เผย 5 เทรนด์สำคัญ พบคนไทยมีแนวโน้ม ‘ซื้อสินค้าแบบฉลาดเลือก’                       โดยความสำคัญกับ ‘คุณภาพ’ มากกว่า ‘โปรโมชัน’ และ ‘ความประหยัดต้องมาพร้อมความมงคล’ พร้อมเดินหน้าเปิดศักราชใหม่รับปีมะเมีย ส่งแคมเปญใหญ่แห่งปี “THE GREAT CHINESE NEW YEAR 2026” กระตุ้นบรรยากาศการจับจ่ายช่วงเทศกาลตรุษจีน โดยนำอินไซต์ลูกค้ามาต่อยอดสู่กลยุทธ์ Discover Prosperity Together’ ผ่าน 3 แกนหลัก ‘A.C.E’ ได้แก่ A – ASSORTMENT: “Discover the Finest Fortune” คัดสรรที่สุดแห่งสินค้ามงคล                            C – CONNECT & CUSTOMER EMPOWERMENT: “Discover Your Personalized Prosperity”
เชื่อมอินไซต์ รู้ใจด้วย AI และ E – EXPERIENCE: “Discover Seamless Celebration” สร้างประสบการณ์เฮง
ไร้รอยต่อ ตอบโจทย์ ไลฟ์สไตล์ และพฤติกรรมการจับจ่ายของลูกค้าช่วงตรุษจีน พร้อมเติมเต็มความเป็นสิริมงคลให้เทศกาลตรุษจีนผ่าน หมอช้างทศพร ศรีตุลา ผู้เชี่ยวชาญด้านโหราศาสตร์และฮวงจุ้ยชื่อดัง ร่วมถ่ายทอดเคล็ดลับการไหว้ที่ถูกหลัก และแนะนำชุดของไหว้ที่ออกแบบมาอย่างครบถ้วน ควบคู่กับโปรโมชันจัดเต็มกับ “ท็อปส์แจก 3 เฮง                  รับตรุษจีน” มอบสิทธิพิเศษสุดคุ้มจัดเต็มสำหรับลูกค้า The1 ตั้งแต่วันนี้ – 17 กุมภาพันธ์ 2569 ตอกย้ำผู้นำ Food Discovery & Destination สำหรับเทศกาลตรุษจีน คาดตั้งเป้ากระตุ้นยอดขายช่วงเทศกาลเติบโตกว่า 20%

นายจักรกฤษณ์  จตุปัญญาโชติกุล รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายการตลาด, ประชาสัมพันธ์ และกิจกรรมเพื่อสังคม บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล กล่าวว่า “แม้ภาพรวมตลาดค้าปลีกไทยในปี 2569 จะยังคงมีความท้าทายจากสภาวะเศรษฐกิจที่เติบโตแบบค่อยเป็นค่อยไป ซึ่ง SCB EIC คาดการณ์ไว้ที่ 3.7% แต่เราเชื่อมั่นอย่างยิ่งว่าปี 2569 จะเป็น ‘ปีแห่งความหวังและการฟื้นตัว’ (Recovery & Hope) ของคนไทยทุกคน หลังจากที่เราได้ก้าวผ่านความท้าทายต่างๆ ในปีที่ผ่านมา และในโอกาสสุดพิเศษที่ ท็อปส์ครบรอบ 30 ปี เราจึงมุ่งมั่นสร้างคุณค่าทางใจภายใต้แกนหลัก ‘Togetherness’ เพื่อดึงสถาบันครอบครัวให้กลับมาแข็งแกร่งและมีความสุขร่วมกันอีกครั้งผ่านประเพณีตรุษจีนที่สืบทอดกันมา

เราคาดการณ์ว่าบรรยากาศการจับจ่ายในช่วงเทศกาลตรุษจีนปีนี้ยังคงมีความคึกคัก เนื่องจากเทศกาลตรุษจีนถือเป็นหนึ่งในเทศกาลสำคัญประจำปีที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญเพื่อการเฉลิมฉลอง และเสริมความเป็นสิริมงคล ผสานกับเม็ดเงินสะพัดในช่วงตรุษจีนในปีที่ผ่านมามีมูลค่าสูงถึง 5 หมื่นล้านบาท สะท้อนถึงกำลังซื้อที่มีแนวโน้มในเชิงบวก รวมถึงพลังซอฟต์พาวเวอร์ด้านความเชื่อและวัฒนธรรมที่ฝังรากลึกในสังคมไทย ยังทำหน้าที่เป็นที่พึ่งทางใจสำคัญ และเป็นแรงผลักดันให้ผู้บริโภคออกมาจับจ่ายใช้สอยอย่างต่อเนื่อง

ปัจจัยเหล่านี้ล้วนเป็นแรงผลักดันให้เราพัฒนาแคมเปญที่ตอบโจทย์ ‘ความฉลาดเลือก’ ของลูกค้าอย่างแท้จริง ทั้งการคัดสรรของไหว้คุณภาพพรีเมียมที่หลากหลาย ครบถ้วนตามหลักมงคลในราคาที่เข้าถึงได้ พร้อม
โปรโมชันที่คุ้มค่ากว่าเดิม เรามั่นใจว่ากลยุทธ์ที่เน้นความเข้าใจลูกค้าอย่างลึกซึ้ง จะเปลี่ยนความท้าทายให้เป็นความคึกคัก และมีส่วนสำคัญในการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจโดยรวมให้เติบโต”

สำหรับตรุษจีนในปีที่ผ่านมา ท็อปส์พบอินไซต์ที่น่าสนใจว่า กลุ่มผู้หญิงคือผู้ทรงอิทธิพลหลักในการจับจ่าย โดยมีสัดส่วนสูงถึง 75% และเมื่อเจาะลึกกลุ่มอายุพบว่า Gen Y (39.5%) และ Gen X (37.7%) คือสองกำลังหลักที่มีสัดส่วนการใช้จ่ายในการซื้อสินค้าตรุษจีนรวมกันกว่า 77% ขณะที่ช่องทาง Offline ยังคงครองความนิยมสูงสุดด้วยสัดส่วนยอดขายถึง 96% โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ซึ่งเป็นทำเลศักยภาพที่สร้างยอดขายได้เกือบ 70% ของทั้งหมด

ในส่วนของพฤติกรรมการซื้อ พบปรากฏการณ์ยอดขายพุ่งทะยานอย่างโดดเด่นใน ‘วันจ่าย’ ซึ่งมียอดขายโตถึง 188% และมีขนาดตะกร้าสินค้า (Basket Size) เพิ่มขึ้นถึง 64% เมื่อเทียบกับช่วงปกติ โดยกลุ่มสินค้าที่ครองแชมป์ขายดี 5 อันดับแรก ได้แก่ สินค้าทำความสะอาด (Cleaning) ซึ่งสอดคล้องกับธรรมเนียมการทำความสะอาดบ้านรับโชค ตามด้วย กลุ่มของสด (Produce), สินค้าเพื่อการปรุงอาหาร (Cooking), กลุ่มของใช้ในบ้าน
(Home Care) และอาหารสำเร็จรูปบรรจุแพ็กเกจ (Packaged Food) นอกจากนี้ เทรนด์การสั่งจองสินค้าล่วงหน้า
(Pre-order) ยังมีการเติบโตขึ้น 6.3% แสดงให้เห็นว่าผู้บริโภคยุคใหม่เริ่มมีการวางแผนการซื้อ (Smart Planner) เพื่อความสะดวกและมั่นใจว่าจะได้รับสินค้ามงคลคุณภาพครบตามหลักประเพณี

และในปีนี้ท็อปส์ยังพบเทรนด์พฤติกรรมผู้บริโภคช่วงตรุษจีนที่น่าสนใจจากการจัดทำผลสำรวจอินไซต์แนวโน้มการจับจ่ายช่วงเทศกาลตรุษจีนปี 2569 ของลูกค้าท็อปส์ ผ่านช่องทาง LINE TOPS Thailand และ Personal Shopper พบว่า

  • กลุ่ม Gen X & Gen Y ผู้คุมบังเหียนความเชื่อและการใช้จ่าย – Key Decision Makers หลักของการจับจ่ายช่วงตรุษจีนยังคงเป็นกลุ่ม Gen X (48%) และ Gen Y (30%) โดยส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มรายได้ระดับกลางถึงบน และอาศัยในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล (80%) โดยผู้บริโภคกลุ่มนี้ให้ความสำคัญกับการไหว้เจ้าตามประเพณีอย่างเคร่งครัด (44%) ไม่ว่าจะเป็นการทำความสะอาดบ้านก่อนวันไหว้ การสวมเสื้อผ้าใหม่ ไปจนถึงการหลีกเลี่ยงคำพูดที่ไม่เป็นมงคล
  • “คุณภาพ” ชนะ “ราคา” ผลไม้มงคลยังเป็น Must-Have Item- หนึ่งในเทรนด์ที่โดดเด่นคือ ผู้บริโภคถึง 84% ยืนยันว่าผลไม้มงคลเป็นสินค้าที่ต้องมีในช่วงตรุษจีน และกว่า 55% พร้อมตัดสินใจซื้อแม้ไม่มีโปรโมชัน สะท้อนให้เห็นว่าในเทศกาลที่มีความหมายเชิงวัฒนธรรมและความเชื่อ “ความสดและคุณภาพ” (Freshness & Quality) มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจมากกว่าปัจจัยด้านราคาเพียงอย่างเดียว
  • Smart Planner วางแผนล่วงหน้า รับมือค่าครองชีพ – ความกังวลด้านค่าครองชีพยังคงเป็นปัจจัยสำคัญ โดยผู้บริโภคกว่า 57% กังวลเรื่องราคาอาหารที่ปรับตัวสูงขึ้น และ 36% กังวลภาระค่าใช้จ่ายโดยรวม โดยเฉพาะในกลุ่ม Gen Y และ Gen X ส่งผลให้ผู้บริโภค 40% วางแผนการซื้อและกำหนดงบประมาณล่วงหน้าอย่างละเอียด ขณะที่ 36% มีแนวโน้มใช้จ่ายน้อยกว่าปีที่ผ่านมา ซึ่งผู้บริโภคส่วนใหญ่ต้องการควบคุมงบการใช้จ่ายช่วงตรุษจีนไม่ให้เกิน 2,500 บาท หรือคิดเป็นสัดส่วน 53% โดยยังคงให้ความสำคัญกับการใช้จ่ายด้านอาหารและเครื่องดื่มเป็นอันดับแรก (52%) รองลงมาคือการให้อั่งเปา (29%)
  • ฉลองความมงคลแบบรักษ์โลก ลด Food Waste – ตรุษจีนปี 2026 สะท้อนการเปลี่ยนผ่านสู่การเฉลิมฉลองอย่างใส่ใจสิ่งแวดล้อมมากขึ้น โดย 63% ของผู้บริโภคตั้งใจจัดการปริมาณของไหว้ให้เหมาะสม เพื่อลดปัญหาอาหารเหลือทิ้ง (Food Waste) แสดงให้เห็นถึงบทบาทของเทรนด์ Sustainability ที่เริ่มชัดเจน โดยเฉพาะในกลุ่มผู้บริโภคเมือง
  • Modern vs Traditional ความสะดวกที่มาพร้อมความหมาย – แม้ความเชื่อและประเพณียังคงมีบทบาทสำคัญ แต่รูปแบบการช้อปปิ้งได้ปรับเปลี่ยนไป ผู้บริโภคมองหาความสะดวกและความครบจบในที่เดียว (Convenience) ส่งผลให้โมเดิร์นเทรดกลายเป็นช่องทางหลักในการจับจ่าย (67%) เนื่องจากสามารถผสานความถูกต้องตามประเพณีเข้ากับไลฟ์สไตล์สมัยใหม่ได้อย่างลงตัว

นอกจากนี้ยังพบ Pain Points สำคัญของลูกค้าไม่ว่าจะเป็น ความกลัวทำผิดธรรมเนียม (The Fear of Getting it Wrong) โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่ยังไม่มั่นใจเรื่องของไหว้ที่ถูกต้อง ความยุ่งยากในการหาของ (The Frustration of the Hunt) ที่ต้องซื้อหลายแห่ง ความกดดันด้านงบประมาณ (Anxiety of a Budget) จาก
ค่าครองชีพที่สูงขึ้น และ ข้อจำกัดด้านเวลา (The Pressure of Time) จากไลฟ์สไตล์ที่เร่งรีบ ท็อปส์จึงนำปัจจัยดังกล่าวมาต่อยอดสู่แคมเปญ THE GREAT CHINESE NEW YEAR 2026 โดยออกแบบกลยุทธ์ด้านสินค้า
โปรโมชัน ช่องทางการจำหน่าย และการสื่อสารการตลาดให้ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคอย่างรอบด้าน
มุ่งมอบประสบการณ์การช้อปปิ้งที่สะดวก ครบจบในที่เดียว และช่วยให้การเฉลิมฉลองตรุษจีนเป็นไปอย่างมั่นใจ

สำหรับแคมเปญ THE GREAT CHINESE NEW YEAR 2026 ในปีนี้ ท็อปส์ได้เดินหน้าภายใต้กลยุทธ์ “Discover Prosperity Together” รับปีแห่งการฟื้นตัวและความหวัง (Recovery & Hope) โดยที่มุ่งเน้นการสร้างคุณค่าทางใจ (Togetherness) โดยขับเคลื่อนผ่าน 3 แกนหลัก A.C.E. ได้แก่

  • A – ASSORTMENT: “Discover the Finest Fortune” คัดสรรที่สุดแห่งสินค้ามงคล
    ท็อปส์ยกระดับการนำเสนอที่สุดแห่งสินค้ามงคลที่ผสานความเชื่อและไลฟ์สไตล์อย่างลงตัว จากความเข้าใจอินไซต์ผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับ “คุณภาพและความถูกต้อง” มากกว่าราคา จึงคัดสรรสินค้าอย่างพิถีพิถัน พร้อมการันตีความมงคลโดยกูรูตัวจริง หมอช้าง–ทศพร ศรีตุลา เพื่อตอบโจทย์ 4 พลังมงคลครบทุกมิติทั้ง Luck (พลังแห่งโชคลาภและโอกาสใหม่) เปิดรับสิ่งดี ๆ ตลอดปี ด้วยส้ม เป็ด พลับ และปุ้ยฝ้าย Health (พลังสุขภาพที่ดี) สื่อถึงความสมดุลและแข็งแรง ด้วยทับทิม แอปเปิ้ลแดง ปลา และซิ่วท้อ Wealth (พลังความมั่งคั่ง) เสริมความอุดมสมบูรณ์และความมั่งมี ด้วยองุ่นแดง สับปะรด หัวหมู และชุดไหว้กระดาษ และ Love (พลังแห่งความรัก) เติมความอบอุ่นให้ครอบครัว ด้วยเชอร์รีแดง สตรอว์เบอร์รี ซาลาเปา และผัดหมี่สีชมพูพร้อมตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านอาหารสด Premium Freshness ด้วยผลไม้มงคลเกรดพรีเมียมที่สดใหม่ ตอบโจทย์ผู้บริโภคที่มองว่าผลไม้คือหัวใจสำคัญของการไหว้ ตลอดจนตอบรับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ผ่านแนวคิด
    Convenience & Sustainabilityด้วยชุดและของไหว้ ที่ครบจบในที่เดียว เน้นปริมาณพอดี เพื่อลดปัญหาอาหารเหลือทิ้ง (Food Waste) ซึ่งเป็นหนึ่งในเทรนด์การบริโภคที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญ
  • C – CONNECT & CUSTOMER EMPOWERMENT: “Discover Your Personalized Prosperity”(เชื่อมอินไซต์ รู้ใจด้วย AI) ครั้งแรกกับการนำ AI-Powered Lifestyle Segmentation มาใช้เต็มรูปแบบสำหรับแคมเปญตรุษจีน ผ่านฐานข้อมูล The 1 Ecosystem เพื่อวิเคราะห์และคาดการณ์ความต้องการของผู้บริโภคในระดับรายบุคคล (Hyper-Personalization) ช่วยยกระดับความแม่นยำในการสื่อสารและการนำเสนอสินค้าให้สอดคล้องกับพฤติกรรมการจับจ่ายของลูกค้าแต่ละกลุ่มอย่างแท้จริง ประกอบด้วย
    • ลูกค้าปัจจุบัน (Existing Shoppers): กระตุ้นซื้อซ้ำจากประวัติการซื้อ หรืออัพเกรดการซื้อโดยใช้ AI แนะนำสินค้าที่สร้างประสบการณ์การซื้อสินค้าที่น่าประทับใจมากขึ้น
    • ลูกค้าใหม่ที่มีศักยภาพ (Seasonal Patterns): AI จะตรวจจับพฤติกรรมการซื้อสินค้าของลูกค้าที่มีศักยภาพหรือแนวโน้มจะซื้อสินค้าอื่นๆ ในช่วงเวลาหรือฤดูกาลเดียวกัน เช่น การจับแนวโน้มของกลุ่มลูกค้าที่เริ่มต้นจากการซื้อสินค้าทำความสะอาดบ้านก่อนเทศกาล เพื่อนำเสนอโปรโมชันตรุษจีนได้อย่างทันท่วงทีและตรงจังหวะการตัดสินใจ
    • ลูกค้าที่หายไป (Lapsed): ดึงลูกค้ากลุ่มนี้กลับมาด้วยข้อเสนอพิเศษเฉพาะบุคคล

นอกจากนี้ ภายใต้กลยุทธ์ Customer Empowerment Ang-Pao ท็อปส์มอบอำนาจการช้อปให้ลูกค้าด้วยแคมเปญอั่งเปาที่ “เลือกความคุ้มค่าได้เอง” ไม่ว่าจะเป็นส่วนลด, การแลกคะแนน หรือเครดิตเงินคืน เพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่แตกต่างกัน

  • E – EXPERIENCE: “Discover Seamless Celebration” (สร้างประสบการณ์เฮง ไร้รอยต่อ) ยกระดับประสบการณ์การช้อปปิ้ง ด้วยการเนรมิตบรรยากาศซูเปอร์มาร์เก็ตให้กลายเป็น China Town ร่วมสมัย ที่เต็มไปด้วยสีสันและพลังแห่งการเฉลิมฉลอง สร้างความแตกต่างและความจดจำในช่วงเทศกาล พร้อมกระตุ้นการมีส่วนร่วมผ่านคอนเทนต์จาก หมอช้าง–ทศพร ศรีตุลา ในรูปแบบ How-to Guide แนะนำเคล็ดลับการจัดโต๊ะไหว้และการเตรียมตัวรับโชคอย่างถูกต้องตามธรรมเนียม ช่วยลดความกังวลของผู้บริโภค และเสริมความมั่นใจในการเฉลิมฉลอง นอกจากนี้ ยังเชื่อมต่อประสบการณ์แบบ Offline-to-Online (O2O) เปิดโอกาสให้ลูกค้าสามารถสั่งจองสินค้าล่วงหน้า และรับความเฮงส่งตรงถึงบ้านได้อย่าง
    ไร้รอยต่อ ตอบโจทย์ทั้งความสะดวกและไลฟ์สไตล์ยุคดิจิทัล

พร้อมกันนี้ยังเสริมทัพความเฮงผ่านโปรโมชัน “ท็อปส์แจก 3 เฮง รับตรุษจีน” มอบสิทธิพิเศษสุดคุ้มให้สมาชิกเดอะวันตลอดเทศกาล เพื่อเติมเต็มความคุ้มค่าในการจับจ่ายและช่วยให้ผู้บริโภควางแผนการใช้จ่ายได้อย่างมั่นใจ ตั้งแต่วันนี้ – 17 กุมภาพันธ์ 2569

  • เฮงที่ 1: รับคูปองส่วนลด The Great Chinese New Year 2026 ลดสูงสุด 15% เมื่อซื้อสินค้าครบตามเงื่อนไข โดยคูปองส่วนลดมีทั้งหมด 3 รูปแบบ ได้แก่
    • แบบที่ 1: เมื่อซื้อสินค้าครบทุก 600 บาท รับฟรีคูปองส่วนลด 1 แผ่น ที่ ท็อปส์, ท็อปส์ ฟู้ด ฮอลล์,
      ท็อปส์ ไฟน์ ฟู้ดส์ เฉพาะสาขาที่ร่วมรายการ และท็อปส์ ออนไลน์
    • แบบที่ 2: เมื่อซื้อสินค้าครบทุก 400 บาท รับฟรีคูปองส่วนลด 1 แผ่น ที่ ท็อปส์เฉพาะสาขาที่ร่วมรายการ, ท็อปส์แคร์ ทุกสาขา, เพ็ตแอนด์มี ที่เข้าร่วมรายการ รวมถึงร้านมัทสึคิโยะ
    • แบบที่ 3: เมื่อซื้อสินค้าครบทุก 150 บาท รับฟรีคูปองส่วนลด 1 แผ่น ที่ ท็อปส์ เดลี่ ทุกสาขา

ทั้งนี้ คูปองส่วนลดดังกล่าวเป็นสิทธิพิเศษสำหรับสมาชิกเดอะวันเท่านั้น และจำกัดการรับคูปองสูงสุด
12 สิทธิ์ต่อหมายเลขสมาชิก ตลอดแคมเปญ

  • เฮงที่ 2: แลกคะแนน The1 เท่ายอดซื้อ รับส่วนลดเพิ่มสูงสุด 20% (ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด)
  • เฮงที่ 3: รับหรือแลกคะแนน เพื่อรับเครดิตเงินคืนสูงสุด 20% จากบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ (ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด)

พิเศษ! สำหรับลูกค้า The1 พบกับโปรโมชันสุดเอ็กซ์คลูซีฟ Super Burn ลด on-top ทั้งตะกร้า เพียงแลกคะแนน The 1 ตามยอดซื้อ รับส่วนลดเพิ่มทันที 20% โดยมียอดแลกขั้นต่ำ 800 คะแนนต่อใบเสร็จ ที่ท็อปส์ ทุกสาขา และ ท็อปส์ ออนไลน์

สำหรับผู้ที่สนใจสั่งจองสินค้าตรุษจีนล่วงหน้า ท็อปส์มอบสิทธิพิเศษให้แก่ลูกค้าที่สั่งจองสินค้าผ่าน ท็อปส์,  ท็อปส์ ฟู้ด ฮอลล์, ท็อปส์ ไฟน์ ฟู้ดส์,  ท็อปส์ ออนไลน์ และบริการ Personal Shopper เมื่อสั่งจองสินค้าตรุษจีนล่วงหน้าครบ 800 บาท รับทันที Gift Voucher 100 บาท และเมื่อสั่งจองผ่าน ท็อปส์ เดลี่  ครบ 800 บาท รับส่วนลดทันที 100 บาท จำกัด 1 สิทธิ์ ต่อหมายเลขเดอะวัน โดยสามารถสั่งจองได้แล้วตั้งแต่วันนี้ – 13 กุมภาพันธ์ 2569 กำหนดรับสินค้าวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2569 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่หน้าร้าน

นอกจากนี้ ในช่วงเทศกาลตรุษจีน ท็อปส์ยังเตรียมเสิร์ฟความอร่อยกับหลากหลายเมนูอาหารจีนจากร้านค้าชื่อดังและร้านยอดนิยม อาทิ ร้านขาหมูตรอกซุง บางรัก, ร้านหลี่ชิมเฮีย จุ๋ยก้วย, ร้านเจ๊แดงเยาวราช รวมถึงเมนูสตรีทฟู้ดระดับมิชลินและอาหารจีนสไตล์ต้นตำรับที่คัดสรรมาเป็นพิเศษ ให้ผู้บริโภคได้อิ่มอร่อยและเติมเต็มบรรยากาศการเฉลิมฉลองตรุษจีนอย่างครบครันในที่เดียว

“ในปี 2569 นี้ ท็อปส์ยังคงมุ่งมั่นบทบาทในการร่วมกระตุ้นการจับจ่ายและเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้กับ
ภาคค้าปลีกไทย ควบคู่กับการยกระดับท็อปส์สู่การผู้นำเบอร์ 1 ในใจผู้บริโภคในทุกเทศกาล โดยเรามั่นใจว่าแคมเปญ
“THE GREAT CHINESE NEW YEAR 2026” จะเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้ผู้บริโภคไทยเริ่มต้นปีใหม่อย่างมั่นใจ เมื่อช้อปที่ท็อปส์ พร้อมตั้งเป้ายอดขายช่วงตรุษจีนในปีนี้เติบโตขึ้น 20%” นายจักรกฤษณ์ กล่าวสรุป

ช้อปแบบปังๆ วันจ่าย-วันไหว้-วันเที่ยว ครบจบในที่เดียว กับแคมเปญ “THE GREAT CHINESE NEW YEAR 2026” ที่ท็อปส์คัดสรรสินค้าและโซลูชันสำหรับเทศกาลตรุษจีนมาอย่างครบถ้วน เพื่อรับทั้งความเฮงและ
ความปัง ตั้งแต่วันนี้– 17 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ท็อปส์, ท็อปส์ ฟู้ด ฮอลล์, ท็อปส์ ไฟน์ ฟู้ดส์ และท็อปส์ เดลี่ ทุกสาขา รวมถึงช่องทางออนไลน์ พร้อมติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมและโปรโมชันต่าง ๆ ได้ที่ www.tops.co.th, เฟซบุ๊ก TOPS Thailand หรือ LINE @TOPSThailand

#TOPS #EveryDayDISCOVERY #THEGREATCHINESENEWYEAR2026

ท็อปส์ ในเครือเซ็นทรัล รีเทล รวมพลังภาครัฐ-ท้องถิ่น–พนักงานจิตอาสา เดินหน้าภารกิจ “TOPS Rebuild Hat Yai” ฟื้นฟูเมืองหาดใหญ่หลังน้ำลด พร้อมยกระดับสวัสดิการดูแลพนักงาน และขอบคุณพันธมิตรกว่า 225 ราย ที่ร่วมเป็นพลังสำคัญเคียงข้างชาวใต้

กรุงเทพฯ 11 ธันวาคม 2568 – ท็อปส์ ธุรกิจกลุ่มฟู้ด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล เดินหน้าเร่งภารกิจฟื้นฟูเมืองหาดใหญ่หลังสถานการณ์อุทกภัยที่ผ่านมา ผ่านโครงการ “TOPS Rebuild Hat Yai” ระดมกำลังผนึกความร่วมมือภาครัฐ-หน่วยงานท้องถิ่น พนักงานจิตอาสา TOPSTER และคนในชุมชน ลงพื้นที่ทำกิจกรรม “TOPS Rebuild Hat Yai Community Cleaning Day” ทำความสะอาดถนนในบริเวณที่ได้รับผลกระทบ เพื่อให้ประชาชนสามารถสัญจรไปมาได้อย่างสะดวก ทำให้สุขอนามัยชุมชนปลอดภัย และกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างรวดเร็วที่สุด ตลอดจนยกระดับสวัสดิการดูแลพนักงานท็อปส์ที่ได้รับผลกระทบกว่า 115 ราย อย่างรอบด้าน พร้อมขอบคุณพันธมิตรคู่ค้ากว่า 225 ราย ที่ร่วมสนับสนุนสินค้า วัตถุดิบ อาหารแห้ง และของใช้จำเป็น แจกจ่ายประชาชน รวมถึงนำมาจัดทำถุงปันน้ำใจล่าสุดรวม 14,300 ชุด มูลค่ากว่า 12,840,000 บาท 
ซึ่งนับเป็นกำลังสำคัญที่ช่วยให้ภารกิจช่วยเหลือภาคใต้ดำเนินไปได้อย่างรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ

นายสเตฟาน คูม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มฟู้ด เซ็นทรัล รีเทล กล่าวว่า “สถานการณ์อุทกภัยในภาคใต้ครั้งนี้ส่งผลกระทบรุนแรงต่อบ้านเรือน และชุมชน โดยตลอดช่วงที่ผ่านมา ท็อปส์ได้ดำเนินมาตรการช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง ทั้งการสนับสนุนภาครัฐในการส่งมอบถุงยังชีพเพื่อกระจายสิ่งของจำเป็น และการลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัยในจุดที่ได้รับผลกระทบ และสำหรับในช่วงหลังน้ำลด ความจำเป็นในการฟื้นฟูคุณภาพชีวิตและเมือง จึงมีความสำคัญและเป็นภารกิจที่ต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วน เพื่อให้ประชาชนสามารถกลับมายืนหยัด และใช้ชีวิตได้ตามปกติได้เร็วที่สุด ท็อปส์จึงได้จัดโครงการ “TOPS Rebuild Hat Yai” โดยได้ร่วมมือกับภาครัฐ หน่วยงานท้องถิ่น และพนักงานจิตอาสา TOPSTER ลงพื้นที่ร่วมฟื้นฟูเมืองหาดใหญ่ พร้อมส่งมอบอาหารแห้ง น้ำดื่ม และเครื่องอุปโภคเพิ่มเติม ตลอดจนอุปกรณ์ทำความสะอาดสู่ครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบ รวมถึงยกระดับมาตรการเยียวยาพนักงานที่ท็อปส์ที่ได้รับผลกระทบให้สามารถกลับมาดำเนินชีวิตได้ตามปกติอีกครั้ง โดยภารกิจครั้งนี้ คือ พลังของการร่วมแรงร่วมใจระหว่างภาครัฐ–เอกชน–ชุมชน ที่ทำให้การฟื้นฟูเกิดขึ้นได้เร็วขึ้น เห็นผลได้อย่างเป็นรูปธรรม และมีความหมายยิ่งขึ้นสำหรับทุกครอบครัวในภาคใต้”

สำหรับโครงการฟื้นฟู “TOPS Rebuild Hat Yai” ท็อปส์ได้ดำเนินการผ่าน 2 มิติสำคัญที่ครอบคลุมรอบด้าน ได้แก่

  • การฟื้นฟูชุมชน (Community Recovery) โดยในก่อนหน้านี้ในช่วงของภาวะวิกฤติท็อปส์
    ได้ดำเนินการลงพื้นที่ครอบคลุมอำเภอหาดใหญ่ เพื่อแจกจ่ายถุงปันน้ำใจ และสินค้าอุปโภคบริโภคจากพันธมิตรคู่ค้าไปแล้ว 14,300 ถุง รวมมูลค่า 12,840,000 บาท และเมื่อสถานการณ์เริ่มเข้าสู่ภาวะ
    น้ำลด ท็อปส์ยังคงเดินหน้าช่วยเหลือต่อเนื่องด้วยภารกิจ “TOPS Rebuild Hat Yai Community Cleaning Day”  ฟื้นฟูชุมชนหลังน้ำลดอย่างเร่งด่วน ประสานความร่วมมือกับทางจังหวัดสงขลา โดยมี นายจิรวัตร์ มณีโชติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เป็นประธานในกิจกรรมดังกล่าว ร่วมกับ หน่วยเฉพาะกิจชุดช่วยเหลือผู้ประสบภัยหาดใหญ่ หน่วยกองร้อยฝึกรบพิเศษที่ 4 ที่ อ. สิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช, กองกำลังอาสาสมัครรักษาดินแดน จังหวัดเพชรบูรณ์, เทศบาลนครหาดใหญ่, และพนักงานจิตอาสา TOPSTER จิตอาสาชุมชน รวมจำนวนกว่า 100 คน ลงพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เพื่อร่วมทำความสะอาดถนนคลองเรียน 2 ระยะทางกว่า 800 เมตร ทั้งการขนย้ายเศษซากขยะ ฉีดล้างพื้นถนน และกวาดล้างเศษโคลนที่เกาะพื้นถนนเส้นหลักที่ได้รับผลกระทบ รวมถึงส่งมอบถุงยังชีพให้ชุมชนคลองเรียน ชุมชนร่มเย็น และบริเวณท็อปส์ สาขาเซ็นทรัล หาดใหญ่  และส่งมอบ TOPS Rebuild Hat Yai Kit ถุงเครื่องมือทำความสะอาดแก่คนในชุมชน และอาหาร สิ่งของจำเป็นให้แก่ครัวเรือนทั่วจังหวัดที่ได้รับผลกระทบตลอดจนการส่งต่ออาหารและของใช้จำเป็นจากหลากหลายแบรนด์อย่างต่อเนื่อง 

พร้อมกันนี้ยังจัดโปรโมชั่นพิเศษลดราคาสินค้ากลุ่มผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดสูงสุด 50%  พร้อมมอบสิทธิพิเศษผ่อน 0% นานสูงสุด 6 เดือน จากบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ ตั้งแต่วันนี้  – 31 ธันวาคม 2568 ที่ ท็อปส์ สาขาเซ็นทรัล หาดใหญ่, สาขาหาดใหญ่ วิลเลจ, สาขาหาดใหญ่ ซิตี้, สาขาเซ็นทรัล นครศรีธรรมราช 2, สาขาเซ็นทรัล สุราษฎร์ธานี, สาขาโรบินสันไลฟ์สไตล์ ตรัง, สาขาพะงัน, สาขาเฮเว่นสมุย และ ท็อปส์ ฟู้ด ฮอลล์ สาขาเซ็นทรัล สมุย, รวมถึงช่องทางออนไลน์ผ่าน TOPS ONLINE เพื่อสนับสนุนการฟื้นฟูเมืองหาดใหญ่ให้ประชาชนสามารถกลับมาดำเนินชีวิตประจำวันได้อย่างปลอดภัย มั่นคง และเร็วที่สุด

  • การดูแลพนักงานที่ได้รับผลกระทบ (Employee Support) ท็อปส์ได้ดำเนินมาตรการดูแลพนักงานที่ได้รับผลกระทบจำนวน 115 คน โดยในระยะแรกได้มอบเงินเยียวยาเบื้องต้นสูงสุด 13,000 บาทต่อราย พร้อมให้ความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่องและรอบด้าน เพื่อให้พนักงานสามารถฟื้นตัวได้ทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และการดำเนินชีวิตประจำวัน เพราะพนักงานทุกคนคือหัวใจสำคัญขององค์กร โดยความช่วยเหลือที่ท็อปส์ได้ดำเนินการได้แก่
  • จัดส่งถุงยังชีพ มอบชุดเครื่องนอนปิกนิก ชุดทำความสะอาดบ้าน อาหาร และน้ำดื่มให้แก่ผู้ได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่อง
  • จัดหาโรงแรมรองรับพนักงานที่ไม่สามารถกลับเข้าบ้านได้ 
  • จัดทีมลงพื้นที่ช่วยทำความสะอาดบ้านเรือน ซ่อมแซมที่อยู่อาศัย และซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ได้รับความเสียหาย พร้อมจัดทีมผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านเข้าไปตรวจเช็ระบบไฟฟ้าเบื้องต้นและระบบน้ำภายในบ้าน รวมถึงให้คำปรึกษาด้านสุขภาพและยา เพื่อให้การฟื้นฟูครัวเรือนและจิตใจของพนักงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
  • เปิดจุดซ่อมมอเตอร์ไซค์ที่ท็อปส์ หาดใหญ่ วิลเลจ เพื่อช่วยซ่อมยานพาหนะของพนักงานในเครือเซ็นทรัล รีเทลที่ได้รับผลกระทบ พร้อมมีบริการรถรับ–ส่งเพื่ออำนวยความสะดวกด้านการเดินทาง 
  • เปิดวงเงินกู้ฉุกเฉินสูงสุด 3 เท่าของเงินเดือน ผ่อนชำระ 24 งวด พร้อมสิทธิ “ลาหยุดพิเศษกรณีภัยพิบัติ” โดยไม่ถือเป็นวันลา ตลอดระยะเวลาน้ำท่วม

นอกจากนี้ ท็อปส์ขอขอบคุณพันธมิตรคู่ค้ากว่า 225 ราย ที่ร่วมเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนภารกิจช่วยเหลือและฟื้นฟูผู้ประสบอุทกภัยในภาคใต้ ผ่านการสนับสนุนอาหาร วัตถุดิบ เครื่องดื่ม และของใช้จำเป็น ซึ่งประกอบไปด้วยของกินของใช้ทั้งสิ้นกว่า 120,000 ชิ้น รวมถึงร่วมสนับสนุนถุงปันน้ำใจ รวมมูลค่ากว่า 7,000,000 บาท แรงสนับสนุนครั้งนี้มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการทำให้การกระจายถุงยังชีพสามารถส่งต่อถึงประชาชนหลายครัวเรือนได้อย่างรวดเร็ว เป็นระบบ และครอบคลุมที่สุด สะท้อนถึงความร่วมมือของเครือข่ายธุรกิจที่พร้อมยืนหยัดเคียงข้างสังคมไทยในยามวิกฤต และช่วยผลักดันการฟื้นฟูเมืองหาดใหญ่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ท็อปส์เชื่อมั่นว่า พลังเล็ก ๆ จากทุกภาคส่วน เมื่อรวมพลังกันแล้วจะกลายเป็นพลังที่ยิ่งใหญ่ในการช่วยให้สังคมก้าวข้ามวิกฤติและกลับมาเข้มแข็งได้อีกครั้ง ภายใต้แนวคิด ‘Small Acts Together’ และพันธกิจ
‘12 Missions to Sustainable Retail’ ด้าน Community Engagement ที่เราให้ความสำคัญมาโดยตลอด เราขอส่งกำลังใจไปยังทุกชุมชนที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูหลังน้ำลด และขอยืนยันความพร้อมในการสนับสนุนการฟื้นฟูเมืองหาดใหญ่ รวมถึงพื้นที่และชุมชนโดยรอบที่ได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่องต่อไป

#TOPS #EVERYDAYDISCOVERY #HATYAIFLOOD #TOPSREBUILDHATYAI

ท็อปส์ ในเครือเซ็นทรัล รีเทล เดินหน้าสร้างโมเมนตัมตลาดกระเช้ารับไฮซีซั่น ส่งบิ๊กแคมเปญ “TOPS OF HAPPINESS 2026” รวมกระเช้าพรีเมียมกว่า 60 แบบ รับเทรนด์ ผู้บริโภคยุคใหม่ที่มองหาของขวัญที่มีคุณค่าและความหมาย พร้อมส่งต่อความสุขอย่างยั่งยืนในช่วงเทศกาลแห่งการให้ พร้อมตั้งเป้ายอดขายโต 20%

กรุงเทพฯ 4 ธันวาคม 2568 – ท็อปส์ ธุรกิจกลุ่มฟู้ด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล เดินหน้าสร้างโมเมนตัมตลาดกระเช้าของขวัญส่งท้ายปีเก่าและต้อนรับปีใหม่ 2569 จัดแคมเปญใหญ่ “TOPS OF HAPPINESS 2026” ฉลองส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ ยกขบวนกระเช้าของขวัญพรีเมียมกว่า 60 แบบ ครอบคลุมทุก
ไลฟ์สไตล์ของทั้งผู้ให้และผู้รับ พร้อมตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับการส่งต่อความรู้สึกดีๆ ผ่านของขวัญคุณภาพ และมองหาความสุขที่แท้จริงจากการให้ ตอกย้ำภาพผู้นำธุรกิจฟู้ดค้าปลีกที่อยู่เคียงข้างคนไทยในทุกเทศกาล ตั้งแต่วันนี้ – 6 มกราคม 2569 ที่ ท็อปส์, ท็อปส์ ฟู้ด ฮอลล์ ทุกสาขา และ ท็อปส์ ออนไลน์ 

นายจักรกฤษณ์ จตุปัญญาโชติกุล รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายการตลาด ประชาสัมพันธ์ และกิจกรรมเพื่อสังคม บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล กล่าวว่า “ช่วงเทศกาลปีใหม่เป็นจังหวะสำคัญที่สะท้อนภาพรวมการใช้จ่ายของผู้บริโภคไทยในรอบปี โดยสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจไทยในปี 2568 จะขยายตัวราว 2.0% ซึ่งส่งผลให้บรรยากาศการบริโภคและการจับจ่ายช่วงปลายปีมีแนวโน้มคึกคักมากขึ้นไปด้วย สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคชาวไทยที่ยังคงให้ความสำคัญกับการมอบของขวัญและกระเช้าแทนความห่วงใยให้แก่ผู้ใหญ่ คู่ค้า และคนสำคัญ ท็อปส์จึงเดินหน้าจัดแคมเปญ “TOPS OF HAPPINESS 2026” เพื่อเสนอกระเช้าของขวัญสุดพิเศษโดยให้ความสำคัญในการเลือกสินค้าในกระเช้าที่มีความแตกต่าง ทั้งสินค้านำเข้า และสินค้าที่มีจำหน่ายเฉพาะที่ท็อปส์เท่านั้น (Only at TOPS) เพื่อสานต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภค และตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดกระเช้าที่อยู่เคียงข้างคนไทยในทุกเทศกาล พร้อมตั้งเป้ายอดจำหน่ายกระเช้าปีใหม่ขยายตัวประมาณ 20%

 “จากผลการสำรวจพฤติกรรมการใช้จ่ายลูกค้าท็อปส์ในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2568 พบว่าลูกค้าที่เป็นสมาชิก The 1 เข้ามาจับจ่ายซื้อกระเช้าเพิ่มขึ้นกว่า 14% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ทั้งนี้กลุ่มลูกค้าหลักที่นิยมซื้อกระเช้ายังคงเป็นกลุ่ม เจเนอเรชัน Millennials และ Gen X ในช่วงอายุ 35–54 ปี คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 60% ของจำนวนลูกค้าทั้งหมด ขณะที่กลุ่มลูกค้าผู้หญิง ยังคงเป็นผู้ซื้อหลักกว่า 72% ส่วนในเชิงพื้นที่ กรุงเทพฯ และ ปริมณฑล ยังคงครองสัดส่วนยอดขายสูงสุดกว่า 67% รองลงมาคือ ภาคตะวันออกและภาคกลาง ซึ่งสะท้อนถึงฐานลูกค้าที่แข็งแกร่งและความนิยมของแบรนด์ในกลุ่มผู้บริโภคเมืองเป็นหลัก”

นายจักรกฤษณ์ กล่าวต่อว่า “ท็อปส์ยังพบว่าผู้บริโภคยุคใหม่ให้ความสำคัญกับสุขภาพและการใช้ชีวิตอย่างยั่งยืน หรือ Longevity ซึ่งจะเป็นเมกะเทรนด์ที่มาแรงในปีหน้า ทำให้คอนเซปต์กระเช้าของท็อปส์ในปีนี้ถูกออกแบบเป็นกลุ่มตามความต้องการของลูกค้า โดยมุ่งสะท้อนตัวตนของผู้ให้ และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้รับได้อย่างตรงใจ ผ่านการคัดสรรสินค้าที่มีคุณภาพและมีความหมายในทุกรายละเอียด ส่งผลให้กลุ่มกระเช้าสินค้าเพื่อสุขภาพกลายเป็นหนึ่งในหมวดสินค้าที่มีอัตราการเติบโตโดดเด่น สะท้อนจากยอดขายกระเช้าจริงใจ Farmers’ Market ในปี 2567 ที่เติบโตสูงถึง 70% เมื่อเทียบกับปี 2566 แสดงให้เห็นถึงความต้องการของผู้บริโภคที่มองหาของขวัญที่ดีต่อสุขภาพและมีคุณค่าทางใจ และในปีนี้ท็อปส์จึงเดินหน้านำเสนอกระเช้าสินค้าเพื่อสุขภาพและสินค้า GI ที่หลากหลายเพื่อเป็นตัวเลือกสำคัญสำหรับการส่งต่อความสุขให้ผู้รับ”

สำหรับแคมเปญ “TOPS OF HAPPINESS 2026” ที่จัดขึ้นในช่วงเวลาแห่งความสุขส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ที่ผ่านการคัดสรรสุดยอดผลิตภัณฑ์จากทั่วโลกและสินค้าคุณภาพจากผู้ผลิตไทย มารวบรวมเป็นกระเช้าพรีเมียมสุดพิเศษกว่า 60 แบบ ที่ครอบคลุมทุกมิติของการให้ มานำเสนอในกระเช้าหลากหลายหมวดหมู่ อาทิ

  • กระเช้าของขวัญสินค้าพรีเมียมระดับเวิร์ลคลาส เพื่อทุกโมเมนต์แห่งการให้ ผ่านกระเช้าสินค้า Exclusive & Imported ที่รวบรวมความหรูหราเหนือระดับไว้ในหนึ่งเดียว ด้วยคอลเลกชันกระเช้า
    พรีเมียมนำเข้าจากทั่วทุกมุมโลกในแบบ Truly World Class Curation ที่สะท้อนรสนิยมอันประณีตของผู้ให้และความประทับใจของผู้รับอย่างแท้จริง แต่ละกระเช้าคัดสรรสินค้าคุณภาพเยี่ยมจากแบรนด์ชั้นนำระดับโลก อาทิ Grandma Wild’s Biscuits บิสกิตสูตรต้นตำรับที่สืบทอดความอร่อยมายาวนานหลายชั่วอายุคน Muraglia Extra Virgin Olive Oil Intense น้ำมันมะกอกเกรด พรีเมียมจากอิตาลีที่ผลิตจากมะกอกพันธุ์ Coratina Langnese Acacia Honey with Comb น้ำผึ้งแท้ 100% นำเข้าจากประเทศเยอรมัน น้ำผึ้งแท้สีทองบริสุทธิ์ที่ถูกเก็บเกี่ยวด้วยวิธีการธรรมชาติ 
  • กระเช้าของขวัญเพื่อสุขภาพ มอบความใส่ใจให้คนที่คุณรัก มอบความปรารถนาดีให้คนที่คุณรักผ่านกระเช้าผลไม้พรีเมียม คัดสรรผลไม้สดคุณภาพสูงจากแหล่งเพาะปลูกที่ได้มาตรฐานจากเกษตรยั่งยืนภายในประเทศ รวมถึงผลไม้ตามฤดูกาลที่อุดมด้วยสารอาหาร เหมาะสำหรับดูแลสุขภาพผู้สูงอายุและผู้ใหญ่ที่เคารพรัก พร้อมบรรจุในดีไซน์เรียบหรู ประณีต และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ทุกชิ้นผ่านการคัดเลือกอย่างพิถีพิถัน เพื่อให้ผู้รับได้สัมผัสถึงความสดหวานตามธรรมชาติ คุณค่าทางโภชนาการที่ดีต่อร่างกาย และความห่วงใยที่ส่งมอบได้อย่างยั่งยืนในทุกโอกาสแห่งการอวยพร
  • กระเช้าของขวัญขนมสุดสนุก ให้ความสุขเริ่มจากคำว่า ‘อร่อย’ ที่เติมเต็มทุกช่วงเวลา มอบความสุขแบบจัดเต็มด้วยกระเช้า Snacker ที่รวมความอร่อยและสีสันแห่งความสุขจากขนมขบเคี้ยวและของทานเล่นจากแบรนด์ดังทั่วโลก กระเช้าแห่งความสนุกที่พร้อมสร้างรอยยิ้มให้แก่ผู้รับ ด้วยขนมกรุบกรอบ ขนมหวานยอดนิยม ไปจนถึงของขบเคี้ยวสุขภาพที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ ถ่ายทอดพลังบวก ทุกความสนุกสนานและความรื่นรมย์ในทุกโมเมนต์ของการมอบ 
  • กระเช้าแห่งความยั่งยืน สนับสนุนเกษตรกรไทยและผู้ประกอบการท้องถิ่น กระเช้าที่ถ่ายทอดคุณค่าความเป็นไทยผ่านผลผลิตจากเกษตรกร ชุมชน และผู้ประกอบการ SME ทั่วประเทศ คัดสรรตั้งแต่ผักผลไม้สดใหม่จากแหล่งปลูกคุณภาพ ผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นขึ้นชื่อ ไปจนถึงสินค้า GI ที่สะท้อน
    อัตลักษณ์เฉพาะถิ่นของแต่ละพื้นที่ และสินค้าจากโครงการ จริงใจ Farmers’ Market และ ท็อปส์ ท้องถิ่น ที่มุ่งส่งเสริมเกษตรกรตัวจริงและธุรกิจชุมชนอย่างยั่งยืน บรรจุอย่างประณีตในรูปแบบกระเช้าที่งดงามด้วยเรื่องราวและเอกลักษณ์ความเป็นไทย ภายในเต็มไปด้วยสินค้าที่ผ่านการคัดเลือกอย่างพิถีพิถัน เพื่อให้ผู้รับสัมผัสถึงคุณภาพ ความปลอดภัย และความตั้งใจของผู้ผลิต พร้อมเป็นของขวัญที่ช่วยสร้างพลังการเติบโตให้เศรษฐกิจท้องถิ่นไทยได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนในทุกโอกาสแห่งการมอบ

นอกจากนี้ ท็อปส์ยังส่งต่อความสุขอย่างต่อเนื่องในช่วงเทศกาลผ่านการคัดสรรสินค้าและไอเทมพิเศษที่หลากหลายกว่าที่เคย โดยเฉพาะ สินค้านำเข้าเฉพาะช่วงเทศกาลจากทั่วโลกกว่า 37 ประเทศ และ พร้อมด้วยสินค้าลิมิเต็ดเอ็กซ์คลูซีฟกว่า 435 รายการ only at TOPS มอบตัวเลือกที่ครบครันเพื่อให้ลูกค้าสามารถส่งต่อความสุขได้ตรงใจทั้งผู้ให้และผู้รับ

พร้อมกันนี้ท็อปส์ยังเสริมประสบการณ์แห่งความสุขด้วยเมนูพิเศษจาก TOPS EATERY ที่รังสรรค์ขึ้นจากวัตถุดิบคุณภาพและกระบวนการปรุงอย่างพิถีพิถัน เสิร์ฟความอร่อยจากเมนูเอ็กซ์คลูซีฟเฉพาะเทศกาล อาทิ Christmas Turkey Set, X’mas Sausage Platter และ Salmon Wellington รวมถึงขนมหวานและเบเกอรี่พิเศษจาก The Baker ไม่ว่าจะเป็น Apple Pie, King’s Cake Original, Christmas Cookies หรือ Ginger Bread House บ้านขนมปังขิงหลายดีไซน์ ผ่านด้วยรสชาติของความสุข ความอบอุ่น และบรรยากาศอันแสนประทับใจสำหรับทุกคนในครอบครัว

“ท็อปส์ยังคงมุ่งมั่นในบทบาทของการเป็น ‘จุดหมายแห่งการค้นพบประสบการณ์ที่ไม่ธรรมดาในทุกเทศกาล’ ภายใต้แนวคิด Every Day DISCOVERY ที่พร้อมอยู่เคียงข้างคนไทยในทุกช่วงเวลาแห่งความสุข โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลคริสต์มาสและเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ซึ่งเป็นช่วงเวลาพิเศษที่เปี่ยมด้วยความหมาย เรามีความตั้งใจที่จะร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างโมเมนต์แห่งความสุขให้กับทุกคน ผ่านประสบการณ์ที่มากกว่าการช้อปเพื่อส่งต่อความรู้สึกอบอุ่นในทุกขั้นตอนของการให้ ตั้งแต่ช่วงเวลาของการเลือกของขวัญ ไปจนถึงการส่งต่อให้กับคนที่เรารัก” นายจักรกฤษณ์ กล่าวปิดท้าย

พิเศษ! เพียงช้อปกระเช้าของขวัญที่ร่วมรายการ ครบตามยอดซื้อที่กำหนด รับบัตรของขวัญรวมสูงสุด 150,000 บาท และพิเศษสำหรับสมาชิก The 1 แลกรับส่วนลดเพิ่มสูงสุด 12.5% เมื่อใช้คะแนน The 1 เท่ายอดซื้อ พร้อมรับสิทธิพิเศษจากบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ ตั้งแต่วันนี้ – 6 มกราคม 2569 สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง e-catalog 2026 TOPS – https://tops.sh/s/keJmOf และ TOPS FOOD HALL – https://tops.sh/s/ALHvtx 

ร่วมส่งต่อความสุขในช่วงเวลาอันแสนพิเศษกับท็อปส์ในแคมเปญ “TOPS OF HAPPINESS 2026” ได้ตั้งแต่วันนี้ – 6 มกราคม 2569 ที่ ท็อปส์, ท็อปส์ ฟู้ด ฮอลล์ ทุกสาขา หรือช้อปสะดวกทุกที่ผ่าน TOPS ONLINE ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.TOPS.co.th, เฟซบุ๊ก TOPSThailand, หรือแอปพลิเคชันไลน์ @TOPSThailand

#TOPS #EveryDayDISCOVERY #TOPSOFHAPPINESS2026

TOPS Unveils Next-Generation AI chatbot in Partnership with Google Cloud, Pioneering Real-Time In-Store Stock Checking

TOPS launches AI-powered chatbot, advancing customer experience with 24/7 utility and seamless omnichannel capability

Bangkok, 3 December 2025 — TOPS, the food business under Central Retail, today announced the launch of its next-generation AI chatbot, developed in continued collaboration with Google Cloud. Built on Google Cloud’s Conversational Agents technology (formerly Dialogflow CX), this advanced system marks a major upgrade in TOPS’ AI innovation journey, introducing a breakthrough feature that enables real-time stock checking inside stores. Customers can instantly check product availability at their nearest TOPS location through the chatbot before visiting the store. The new chatbot provides 24/7 intelligent customer support and represents a decisive step toward realizing a truly seamless omnichannel shopping experience.

Mr. Stephane Coum, Chief Executive Officer of Food Group, Central Retail, said: “AI is now a vital force reshaping the global retail landscape, redefining how brands connect with customers and deliver personalized experiences. At Tops, we have continuously embraced and developed AI-driven innovation to enhance every aspect of the shopping journey — creating greater convenience, smarter engagement, and more pleasure for our customers. This direction aligns with the Deloitte 2025 Global Retail Outlook, which highlights hyper-personalization and omnichannel enhancement as defining trends for the industry. It also reflects the broader market momentum, with the Asia-Pacific region showing the fastest growth in the AI-in-retail sector, projected to expand at an 18.9 percent CAGR through 2030, according to Mordor Intelligence (2024).

“Building on the success of our generative AI-powered TOPS Chef Bot, this second major collaboration with Google Cloud focuses on utility and efficiency. The new conversational agent delivers actionable, real-time data—such as order tracking, stock availability and store guidance—fundamentally elevating online, pre-store and in-store customer experience while boosting operational performance.”

Mr. Annop Siritikul, Country Director, Thailand, Google Cloud, said: “Our collaboration with TOPS demonstrates exactly how Google Cloud’s Customer Engagement Suite elevates the omnichannel customer experience. By using AI agents to drive real-time utility—like instant stock verification—TOPS is moving beyond basic automation to deliver the speed, intelligence, and hyper-personalized support today’s consumers expect. These agents are transforming stock availability from simple data points into a tangible consumer benefit, bridging the gap between digital and physical interactions. Building on this latest project, as well as the success of the TOPS Chef Bot, we look forward to continuing to partner with TOPS to set new benchmarks for AI innovation and ROI in Thailand’s retail sector.” 

Leveraging Google Cloud’s Conversational Agents platform, the new AI Chatbot is seamlessly integrated into the TOPS mobile app and TOPS ONLINE platform. It introduces several game-changing features that guide customers before and during their store visits:

  • Real-Time Stock Checking: The pivotal new feature allows customers to verify product availability before visiting stores, streamlining shopping journeys and reducing unnecessary trips.
  • 24/7 Intelligent Customer Support: Provides instant responses to common queries, order status tracking, and policy guidance—ensuring minimal wait times and uninterrupted service.
  • Smart Store Navigation: Helps customers get directions to specific stores and find the nearest TOPS location. 
  • Natural Thai Language Understanding: Offers multi-language capability and is optimized for casual Thai conversation and regional dialects, enabling context-aware, human-like interactions.

Mr. Ashish Arora, Head of Data Analytics & AI of Central Food Retail under Central Retail, elaborated on the technological breakthrough behind the platform: “Our deployment of Google Cloud’s Conversational Agents focuses on delivering intuitive, human-centric assistance at scale. We have engineered an architecture that not only masters the complexities of natural Thai speech and regional nuances but also delivers faster responses for data-heavy tasks like order tracking and real-time stock checks, By bridging our backend systems with this advanced conversational layer, we are removing friction from the customer journey—handling thousands of concurrent interactions instantly while ensuring the experience feels helpful and human.”

By offering convenient stock verification and round-the-clock assistance, the chatbot delivers tangible benefits to customers while creating strategic business value for TOPS. It enhances operational efficiency, reduces customer-service costs, and generates data-driven insights into shopper behavior—further reinforcing TOPS’ competitive advantage in Thailand’s evolving retail landscape.

“This launch marks only the beginning of our journey to transform retail in Thailand. The next phase will introduce Personalized Shopping Intelligence, integrating predictive capabilities to anticipate customer needs, tailor promotions and product recommendations based on shopping history, and fully connect with our loyalty program. Our goal is to create a truly bespoke shopping assistant that understands every customer best.” Mr. Coum concluded. 

The TOPS Chatbot is now available on the TOPS ONLINE platform, accessible through the TOPS mobile application. For more information, visit www.TOPS.co.th, Facebook ‘TOPSThailand’, or add LINE TOPSThailand.

#TOPS #TOPSCHATBOT

ท็อปส์ ท้องถิ่น ปลื้ม ครบรอบ 3 ปี สร้างรายได้เอสเอ็มอีไทยโตกว่า 270% พร้อมเดินหน้า ปลุกพลังเศรษฐกิจไทยแข็งแกร่ง เปิดตัวแคมเปญ “แสตมป์ของดี SME 4 ภาค” ชวนคนไทยตะลอนทัวร์ของดี SME 4 ภาค ล่าแสตมป์แลกรับของพรีเมียมทั่วไทย

กรุงเทพฯ 18 พฤศจิกายน 2568ท็อปส์ ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ฉลองครบรอบ 3 ปี โครงการ
“ท็อปส์ ท้องถิ่น” อย่างยิ่งใหญ่ ตอกย้ำความสำเร็จในการเป็นแพลตฟอร์มขับเคลื่อนเอสเอ็มอีไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน ภายใต้แนวคิด “LOCAL DISCOVERIES” การส่งต่อเสน่ห์และเรื่องราวของสินค้าท้องถิ่นคุณภาพจากทั่วประเทศไทยสู่ผู้บริโภค โดยตลอด 3 ปีที่ผ่านมามีผู้ประกอบการให้ความสนใจสมัครเข้าร่วมโครงการกว่า 2,700 ราย ยอดขายเติบโตขึ้นกว่า 270% พร้อมกันนี้ในโอกาสครบรอบ 3 ปี จึงได้จัดแคมเปญ “แสตมป์ของดี SME 4 ภาค” (4-Region SME Stamp) เพื่อมอบความสนุกในการช้อปสนับสนุนสินค้าท้องถิ่น และสะสมแสตมป์เพื่อแลกรับของรางวัลพรีเมียมประจำภาค พร้อมลุ้นรางวัลใหญ่ แพ็กเกจที่พักฟรี
1 คืนที่ “โกโก้วัลเลย์ จ.น่าน” สำหรับ 2 ท่าน จำนวน 2 รางวัล ตั้งแต่วันนี้ – 6 มกราคม 2569 ที่
ท็อปส์, ท็อปส์ ฟู้ด ฮอลล์ สาขาที่ร่วมรายการทั่วประเทศ และ ท็อปส์ ออนไลน์ 

นายสเตฟาน คูม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มฟู้ด เซ็นทรัล รีเทล กล่าวว่า “ปัจจุบันภาคธุรกิจเอสเอ็มอีถือเป็นหนึ่งในฟันเฟืองสำคัญของเศรษฐกิจไทย โดยข้อมูลล่าสุดจากสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ระบุว่า ในไตรมาส 2 ปี 2568 ภาคส่วน MSME (วิสาหกิจรายย่อย วิสาหกิจขนาดย่อม และวิสาหกิจขนาดกลาง) ของไทย ได้สร้างมูลค่า 1.57 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วน 34.47 เปอร์เซ็นต์ของ GDP ประเทศ โดยเติบโตขึ้น 2.78% เมื่อเทียบกับปีก่อน สะท้อนถึงศักยภาพและบทบาทสำคัญของผู้ประกอบการรายย่อยที่เป็นกำลังหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยทั้งในระดับท้องถิ่นและระดับประเทศอย่างต่อเนื่อง ท็อปส์ในฐานะผู้นำธุรกิจฟู้ดรีเทลที่อยู่เคียงข้างคนไทยมาโดยตลอด ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของภาคธุรกิจเอสเอ็มอีในฐานะเป็นเครื่องยนต์ของระบบเศรษฐกิจ จึงมุ่งมั่นเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนและต่อยอดศักยภาพของผู้ประกอบการท้องถิ่นทั่วประเทศ ให้สามารถพัฒนาและเติบโตได้อย่างยั่งยืน พร้อมขยายโอกาสทางการแข่งขันสู่ระดับสากล

โดยแพลตฟอร์ม ท็อปส์ ท้องถิ่น (TOPS TONGTIN) หนึ่งในโครงการสำคัญของท็อปส์ที่มีบทบาทในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากของไทย ได้ดำเนินโครงการมาอย่างต่อเนื่องจนเข้าสู่ปีที่ 3 สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของเราที่ต้องการผลักดันสินค้าท้องถิ่นไทยให้ ‘ก้าวไกลไปสู่ระดับ TOPS’ อย่างแท้จริง ตอกย้ำวิสัยทัศน์ในการขับเคลื่อนธุรกิจสู่ความยั่งยืน ภายใต้กลยุทธ์ ‘12 Missions to Sustainable Retail’ และแนวคิด Small Acts Together ตลอดจนสอดรับกับนโยบาย Quick Big Win ของภาครัฐในการยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการไทย โดยท็อปส์จะยังคงมุ่งมั่นทำหน้าที่เป็น ‘แพลตฟอร์มแห่งโอกาส’ ที่ช่วยสร้างมูลค่า
กระจายรายได้ และเสริมพลังเศรษฐกิจฐานรากของไทยให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไป”

ด้าน นายไบรอัน ฮิลล์ ผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจและพันธมิตรระหว่างประเทศ บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล กล่าวว่า “ตลอดเส้นทาง 3 ปีที่ผ่านมา ท็อปส์ ท้องถิ่น (TOPS TONGTIN) ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงศักยภาพของผู้ประกอบการท้องถิ่นไทยที่สามารถยกระดับสินค้าให้ก้าวสู่ตลาดสมัยใหม่ได้อย่างภาคภูมิใจ เราเชื่อว่าเบื้องหลังสินค้าทุกชิ้นมีเรื่องราว เอกลักษณ์ และภูมิปัญญาที่ควรถูกค้นพบและส่งต่อให้ผู้บริโภคได้สัมผัส นี่คือหัวใจของแนวคิด “LOCAL DISCOVERIES” ที่ท็อปส์มุ่งนำเสนอผ่านประสบการณ์การช้อปที่เชื่อมโยงผู้คนเข้ากับสินค้าท้องถิ่นจากทุกภูมิภาคทั่วประเทศ สำหรับปีนี้ มีผู้ประกอบการสมัครเข้าร่วมโครงการกว่า 700 รายทั่วประเทศ เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า 25% ส่งผลให้ปัจจุบันมีสินค้าภายใต้โครงการวางจำหน่ายรวมกว่า 500 รายการ สร้างยอดขายเติบโตขึ้นกว่า  50 % พร้อมตั้งเป้าขยายเอสเอ็มอีใหม่เพิ่มอีก  20 % ในปี 2569

พร้อมกันนี้ ท็อปส์ยังได้ขยายช่องทางการจำหน่ายและเพิ่มพื้นที่โซน “ท็อปส์ ท้องถิ่น” ภายในร้านท็อปส์ และท็อปส์ ฟู้ด ฮอลล์ รวมกว่า  103 สาขา รวมถึงมีแผนการขยายช่องทางการขายไปยังเครือข่ายพันธมิตรธุรกิจในต่างประเทศ อาทิ  ประเทศจีน (WeChat), ประเทศสิงคโปร์ (FairPrice), ประเทศฟิลิปปินส์ (Robinson Philippines) ครอบคลุมสินค้ากว่า 60 SKU พร้อมเตรียมขยายความร่วมมือกับพันธมิตรรายใหม่อย่างต่อเนื่องในอนาคต และในโอกาสนี้จึงได้จัดแคมเปญ “แสตมป์ของดี SME 4 ภาค” เพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 3 ปีของโครงการ “ท็อปส์ ท้องถิ่น” เชิญชวนลูกค้าทั่วประเทศร่วมสนับสนุนสินค้าท้องถิ่นไทย พร้อมเพลิดเพลินกับประสบการณ์ ช้อปสุดสนุกและของรางวัลพรีเมียมจาก 4 ภูมิภาคทั่วประเทศ”

สำหรับแคมเปญ “แสตมป์ของดี SME 4 ภาค” ท็อปส์ขอเชิญชวนลูกค้าทั่วประเทศร่วมสัมผัสประสบการณ์ช้อปสุดมหัศจรรย์ พร้อมค้นหาความโดดเด่นของสินค้าท้องถิ่นจากเหนือจรดใต้ ที่จะมอบทั้งความเพลิดเพลินและความคุ้มค่าในการช้อป พร้อมของรางวัลพรีเมียมสุดพิเศษจากแต่ละภูมิภาค เพียงเข้าไปที่ My Rewards ใน LINE OA @TOPSThailand และผูกหมายเลขสมาชิก The 1 ก่อนทำรายการซื้อสินค้าเอสเอ็มอีตามภาคที่กำหนด ครบทุก 200 บาท รับ 1 แสตมป์ เมื่อสะสมครบ 10 แสตมป์ แลกรับของขวัญพรีเมียมสุดพิเศษประจำภาค ซึ่งแต่ละชิ้นสะท้อนถึงความงดงามและอัตลักษณ์ของงานฝีมือไทย 

  • ภาคกลาง – รับฟรีแก้วมัครูปช้าง จากแบรนด์ “Think of Thailand” ถ่ายทอดความงดงามของช้างไทยในลายเส้นร่วมสมัย บนแก้วพอร์ซเลนคุณภาพดี แฝงกลิ่นอายวัฒนธรรมไทย (มูลค่า 339 บาท)
  • ภาคเหนือ – รับฟรีของพรีเมียม กล่องข้าว “หมูแม้ว” จากแบรนด์ แม่แอ้ว น้ำพริกกากหมู ถ่ายทอดกลิ่นอายวัฒนธรรมเหนือในแบบเนิบช้า อบอุ่น และละมุนใจ ดีไซน์สีสันน่ารัก ใช้งานสะดวก พกพาง่าย อิ่มอร่อยได้ทุกที่ราวกับอยู่บ้านแม่ (มูลค่า 350 บาท) นอกจากนี้ยังมี กระเป๋าผ้าสไตล์ภาคเหนือ
    จากแบรนด์ “ป้อเจ้า” มาให้เลือกถึงสองลาย ทั้ง ลายนกฮูก และ ลายช้าง ใช้แล้วน่ารัก สดใส ราวกับได้ขึ้นไปสัมผัสเสน่ห์บนดอยแห่งภาคเหนือ (มูลค่า 159 บาท)
  • ภาคอีสาน – รับฟรีของพรีเมียมกระเป๋าใส่ iPad แฮนด์เมดจากกลุ่มสตรี จ.อุบลราชธานี แบรนด์ “ต้มจั๊บอุบล” ดีไซน์สุดชิค ผ้าครามพิมพ์ลายคู่ผ้าขาวม้า งานทำมือประณีต แฝงเสน่ห์ผ้าไทยสไตล์อีสาน (มูลค่า 329 บาท)
  • ภาคใต้ – รับฟรีของพรีเมียมกระเป๋าผ้าเมืองใต้ จากแบรนด์ “แม่เฒ่าเอียด” สดใสในแบบฉบับคนใต้ พกพาสะดวก คล่องตัว พร้อมลุยทุกสถานการณ์ เหมาะทั้งสายช้อป สายเที่ยว หรือใครที่มองหาถุงผ้าใบประจำ (มูลค่า 159 บาท)

พิเศษสุด! สำหรับลูกค้า TOP Spender ที่มียอดซื้อสะสมมากที่สุด ลุ้นรับรางวัลใหญ่ที่พักฟรีที่ Cocoa Valley Resort อำเภอปัว จังหวัดน่าน พร้อมกิจกรรมเวิร์กชอปทำโกโก้และชมไร่โกโก้วัลเลย์
(มูลค่า 4,999 บาทต่อรางวัล) รวม 2 รางวัล (1 รางวัลสำหรับ 2 ท่าน) ร่วมค้นพบของเด็ดของดีประจำภาค และสนับสนุนสินค้าคุณภาพจากฝีมือคนไทยไปกับสินค้าใหม่ ๆ จาก ท็อปส์ ท้องถิ่นพร้อมเพลิดเพลินไปกับแคมเปญ “แสตมป์ของดี SME 4 ภาค”ร่วมสนุกได้ตั้งแต่วันนี้  – 6 มกราคม 2569 ที่ ท็อปส์,
ท็อปส์ ฟู้ด ฮอลล์ ในสาขาที่ร่วมรายการ และ ท็อปส์ ออนไลน์ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เฟซบุ๊กแฟนเพจ TOPS ท้องถิ่น TOPS TONGTIN หรือสนใจสมัครเข้าร่วมโครงการ ท็อปส์ ท้องถิ่น สามารถติดตามรายละเอียดได้ทางเว็บไซต์ https://topstongtin.tops.co.th/ 

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.TOPS.co.th, เฟซบุ๊ก TOPSThailand, หรือแอปพลิเคชันไลน์ @TOPSThailand

#TOPS #TOPSTONGTIN #EveryDayDISCOVERY 

#12MissionsToSustainable Retail #SmallActsTogether

ท็อปส์ ในเครือเซ็นทรัล รีเทล พลิกเกมค้าปลีก ส่งแคมเปญ “TOPS KNOCK PRICE” รับยุคเศรษฐกิจคุ้มค่าด้วย “สินค้าราคาที่ดีที่สุดโดยไม่ต้องเช็ค”

ย้ำภาพแบรนด์ที่ทุกคนเข้าถึงได้ เริ่มน็อคราคาพร้อมกัน วันนี้ – 25 พ.ย. 2568 

กรุงเทพฯ 10 พฤศจิกายน 2568 ท็อปส์ ธุรกิจกลุ่มฟู้ดในเครือเซ็นทรัล รีเทล เดินหน้ายกระดับประสบการณ์การช้อปสุดคุ้มให้ลูกค้าอีกขั้น พร้อมกระตุ้นเศรษฐกิจปลายปี เปิดตัวแคมเปญ “TOPS KNOCK PRICE” ภายใต้คอนเซ็ปต์ “ถูกจริง ไม่ต้องคิดเยอะ” เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการแบ่งเบาภาระค่าครองชีพของผู้บริโภคในยุคเศรษฐกิจชะลอตัว ชูจุดแข็ง “คุ้มค่ากว่าด้วยราคาและคุณภาพที่ไว้ใจได้ (Trusted Price with Trusted Quality)” ที่มอบความมั่นใจให้ลูกค้าช้อปได้อย่างสบายใจ โดยไม่ต้องเช็คราคา กับสินค้าหลากหลายรายการที่จำเป็นสำหรับใช้ในชีวิตประจำวัน อาหารสด และสินค้าอุปโภคบริโภค และสินค้า Own Brand รวมกว่า 300 รายการ ที่หมุนเวียนกันมาลดกันให้ช้อปแบบจุใจ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคแบบ Smart Shopper ที่มองหาความคุ้มค่าพร้อมคุณภาพในทุกการจับจ่าย ตอกย้ำภาพของท็อปส์ว่าเป็นแบรนด์ที่ทุกคนเข้าถึงได้ โดยตั้งเป้ากระตุ้นยอดขายเติบโตขึ้น 20% เริ่มน็อคราคาแล้วตั้งแต่วันนี้ – 25 พฤศจิกายน 2568 ที่ ท็อปส์, ท็อปส์ ฟู้ด ฮอลล์, ท็อปส์ เดลี่, ท็อปส์ แคร์, เพ็ท แอนด์ มี ทุกสาขาที่ร่วมรายการ และท็อปส์ ออนไลน์ 

นายสเตฟาน คูม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มฟู้ด เซ็นทรัล รีเทล กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยยังคงอยู่ในช่วงฟื้นตัวท่ามกลางความท้าทายด้านค่าครองชีพและพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงจากข้อมูลพบว่าคนไทยกว่า 42% มีความกังวลเรื่องค่าครองชีพที่เพิ่มสูงมากขึ้น (ข้อมูล Marketbuzzz) ทำให้เทรนด์ของผู้บริโภคหันมาให้ความสำคัญกับการใช้จ่ายมากขึ้น และมองหาความคุ้มค่าที่เชื่อถือได้ในทุกการจับจ่าย (Smart Shopper) ซึ่งสอดคล้องกับผลสำรวจจากศูนย์วิจัยกสิกรไทย ปี 2568 ที่ระบุว่า ผู้บริโภคส่วนใหญ่มีพฤติกรรมเลือกใช้จ่ายอย่างรู้คุณค่า วางแผนอย่างรอบคอบ และเน้นซื้อเฉพาะสินค้าที่ตอบโจทย์ความจำเป็นและคุ้มค่าจริง (Smart Spending) 

“นอกจากนี้จากข้อมูลยังพบว่า กลุ่ม Smart Shopper ซึ่งเป็นผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับการใช้จ่ายอย่างรู้คุณค่าและเลือกสินค้าที่ตอบโจทย์ทั้งคุณภาพและราคาอย่างสมเหตุสมผล สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับสินค้าที่คุณภาพดี ราคาคุ้มค่า และกลุ่มนี้ยังมักใช้ข้อมูลและประสบการณ์จริงในการตัดสินใจซื้อ มากกว่าการเลือกเพียงเพราะราคา ทำให้ท็อปส์เดินหน้าปรับกลยุทธ์เพื่อตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ที่ต้องการความมั่นใจและราคาที่ดีที่สุดในทุกการช้อป”

นายจักรกฤษณ์ จตุปัญญาโชติกุล รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายการตลาด ประชาสัมพันธ์ และกิจกรรมเพื่อสังคม บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล กล่าวว่า ด้วยกลยุทธ์ดังกล่าวนี้ ท็อปส์จึงได้เปิดตัวแคมเปญ TOPS KNOCK PRICE ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์สำคัญที่ตอบโจทย์พฤติกรรมของผู้บริโภคยุคใหม่และปิดเพนพอยต์ (Pain Point) ของลูกค้า ได้อย่างตรงจุด ด้วยแนวคิด ‘ถูกจริง ไม่ต้องคิดเยอะ’ ที่มุ่งเน้นทั้งความเชื่อมั่นด้านราคา (Trusted Price) และคุณภาพที่มั่นใจได้ (Trusted Quality) เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพและสร้างความมั่นใจให้ลูกค้าเลือกซื้อสินค้าทุกหมวดหมู่ได้โดยไม่ต้องเปรียบเทียบราคา โดยเฉพาะกลุ่มสินค้า Own Brand ของท็อปส์ที่มุ่งมั่นพัฒนาและยกระดับสินค้าทั้งคุณภาพและมาตตรฐานมาอย่างต่อเนื่องตลอดกว่า 23 ปี เพื่อเป็นหัวใจหลักในการสร้างความคุ้มค่าที่เข้าถึงได้ในทุกวัน ด้วยสินค้าที่หลากหลาย ครอบคลุมการใช้ชีวิตประจำวัน ทั้งอาหาร ของใช้ในบ้าน และสินค้าอุปโภคบริโภค ที่มีคุณภาพเทียบเท่าแบรนด์ชั้นนำในตลาดอื่นๆ ด้วยราคาที่จับต้องได้ ภายใต้แบรนด์หลักอย่าง My Choice (มาย ช้อยส์) อาทิ มายช้อยส์ข้าวหอมมะลิออร์แกนิค, มายช้อยส์แยมสตรอเบอร์รี่และบลูเบอร์รี่สูตรน้ำตาลน้อย และ มายช้อยส์น้ำผึ้งดอกลำไย TOPS (ท็อปส์) อาทิ ท็อปส์ ไข่ไก่สดปลอดสาร, ท็อปส์ ทูน่ากระป๋อง และท็อปส์ น้ำดื่ม และ SmarteR (สมาร์ตเตอร์) อาทิ สมาร์ทเตอร์ถุงขยะย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ, สมาร์ทเตอร์กระดาษอเนกประสงค์แบบแผ่น, สมาร์ตเตอร์ผลิตภัณฑ์ล้างจาน, สมาร์ตเตอร์น้ำยาซักผ้าสูตรเข้มข้น และสมาร์ทเตอร์ผลิตภัณฑ์เช็ดกระจก เป็นต้น” นายจักรกฤษณ์  กล่าวเสริม

แคมเปญ “TOPS KNOCK PRICE” ไม่เพียงตอกย้ำความเป็นผู้นำฟู้ดรีเทลไทยของท็อปส์ แต่ยังสะท้อนถึงความตั้งใจในการยืนเคียงข้างผู้บริโภคในทุกช่วงเวลา และทุกสภาวะเศรษฐกิจ โดย “TOPS KNOCK PRICE” มี 3 น็อคไฮไลต์ที่สำคัญ ได้แก่

  • น็อคยกที่ 1 คุ้มรู้ใจ เพราะเข้าใจทุกอินไซต์ ท็อปส์ให้ความสำคัญกับการศึกษาอินไซต์พฤติกรรมผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง โดยพบว่าหมวดหมู่สินค้าที่ลูกค้าจับจ่ายบ่อยที่สุดเป็นสินค้า กลุ่มเครื่องดื่ม

ขนมขบเคี้ยว, ผัก/ผลไม้สด, อาหารสดในบรรจุภัณฑ์ และอาหารในบรรจุภัณฑ์ ตามลำดับ นอกจากนี้ยังพบว่าลูกค้ายุคใหม่ให้ความสำคัญกับสินค้าที่ตอบโจทย์ทั้งความจำเป็นในชีวิตประจำวัน ท็อปส์จึงได้นำข้อมูลเชิงลึกเหล่านี้มาพัฒนาและต่อยอดกลยุทธ์ด้านราคาและสินค้าให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภค โดยจัดสินค้าเข้าร่วมแคมเปญในหมวดหมู่ที่เป็นที่ต้องการของลูกค้าจริงๆ เพื่อให้แคมเปญดังกล่าวได้ช่วยลดค่าครองชีพได้จริง

  • น็อคยกที่ 2 คัดสรรของจำเป็นที่ตอบโจทย์จริง ใช้ได้คุ้มทุกวัน ท็อปส์ใส่ใจในทุกรายละเอียดของการเลือกสินค้า โดยคัดสรรเฉพาะสินค้าคุณภาพจากทั่วโลกและสินค้า Own Brand ที่มีคุณภาพและมาตรฐานสากล รวมกว่า 300 รายการ ที่ลูกค้าใช้จริงในชีวิตประจำวันหมุนเวียนมาลดราคาให้ช้อปกันแบบจุใจ ไม่ว่าจะเป็นอาหารสด ของใช้ในบ้านไปจนถึงสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นในทุกครัวเรือน อาทิ สมาร์ทเตอร์ถุงขยะย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ, สมาร์ทเตอร์กระดาษอเนกประสงค์แบบแผ่น, สมาร์ตเตอร์ผลิตภัณฑ์ล้างจาน, สมาร์ตเตอร์น้ำยาซักผ้าสูตรเข้มข้น และ ท็อปส์ ไข่ไก่สดปลอดสาร เป็นต้น เพื่อให้ลูกค้ามั่นใจได้ว่า ทุกครั้งที่เลือกซื้อจะได้รับสินค้าคุณภาพดีในราคาที่คุ้มค่าและตอบโจทย์การใช้ชีวิตได้อย่างแท้จริง 
  • น็อคยกที่ 3 ถูกจริง มั่นใจ แบบไม่ต้องเช็ค  ท็อปส์ยืนยันความคุ้มค่าด้วยระบบตรวจสอบและเปรียบเทียบราคาสินค้าในตลาดตลอดระยะเวลาแคมเปญ เพื่อให้มั่นใจว่าสินค้าในแคมเปญ TOPS KNOCK PRICE มีราคาที่คุ้มค่าที่สุด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความสบายใจให้ลูกค้าว่า “ราคาที่เห็น คือราคาที่มั่นใจได้จริง” โดยไม่ต้องเสียเวลาเช็คราคา พร้อมมั่นใจว่าราคาที่เห็นคือราคาที่ดีที่สุดในตลาดขณะนั้น

“นอกจากนี้เพื่อให้แคมเปญ TOPS KNOCK PRICE  สื่อสารได้อย่างเข้าถึงจึงได้ออกแบบกลยุทธ์ Brand Communication ที่ชัดเจนและแตกต่าง โดยใช้พรีเซ็นเตอร์เป็น “นักมวย” มาร่วมสื่อสารถึงพลังของการ “น็อคราคาให้ต่ำกว่าตลาด” ในการช่วยคนไทยลดภาระค่าครองชีพอย่างแท้จริง ผ่านทั้งช่องทางออฟไลน์และออนไลน์ของท็อปส์ โดยเรามั่นใจว่าแคมเปญ TOPS KNOCK PRICE จะช่วยยกระดับประสบการณ์ความคุ้มค่าให้ลูกค้าได้มากกว่าที่เคย ตอกย้ำภาพลักษณ์แบรนด์ท็อปส์ให้เป็นแบรนด์ที่เข้าถึงคนทุกกลุ่มในทุกเจเนอเรชัน ซึ่งพร้อมอยู่เคียงข้างคนไทยในทุกสถานการณ์เศรษฐกิจ และตั้งเป้ากระตุ้นยอดขายเติบโตกว่า 20%” นายจักรกฤษณ์ กล่าวสรุป

ช้อปแบบถูกจริงแบบไม่ต้องคิดเยอะไปกับแคมเปญ TOPS KNOCK PRICE พบกับสินค้าราคาที่ดีที่สุดและคุณภาพที่สุด เริ่มน็อคราคาแล้วตั้งแต่วันนี้ – 25 พฤศจิกายน 2568  ที่ ท็อปส์, ท็อปส์ ฟู้ด ฮอลล์, ท็อปส์ เดลี่,
ท็อปส์ แคร์, เพ็ท แอนด์ มี ทุกสาขาที่ร่วมรายการ และท็อปส์ ออนไลน์ 

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.TOPS.co.th, เฟซบุ๊ก TOPSThailand หรือแอปพลิเคชันไลน์ @TOPSThailand

#TOPS #EveryDayDISCOVERY #TOPSKnockPrice

กรมการค้าภายใน–อย. ลงพื้นที่เยี่ยมร้านท็อปส์แคร์ หลังคิกออฟโครงการ “สุขกาย สบายกระเป๋า” เพิ่มทางเลือกให้ผู้ป่วย รพ.เอกชน สามารถซื้อยาจากร้านยาภายนอก หนุนคนไทยเข้าถึงบริการสุขภาพถ้วนหน้า

กรุงเทพฯ 6 พฤศจิกายน 2568 – ท็อปส์แคร์ (TOPS CARE) ภายใต้บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล นำโดย นางสาวจารุวรรณ แสงแจ่ม รองประธานบริหาร สายงานปฏิบัติการค้าปลีก กลุ่มธุรกิจสุขภาพ บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ให้การต้อนรับ นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน (DIT) และ เภสัชกรเลิศชาย เลิศวุฒิ รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ในโอกาสลงพื้นที่เยี่ยมร้านท็อปส์แคร์ สาขาเซ็นทรัล พระราม 9 ภายหลังเปิดโครงการ
“สุขกาย สบายกระเป๋า” โดยให้ผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเอกชน สามารถขอใบสั่งยาจากแพทย์เพื่อนำไปซื้อยาจากร้านขายยาภายนอกที่เข้าร่วมโครงการได้ ถือเป็นการช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาลให้กับประชาชนได้ ทั้งนี้ เพื่อเป็นการขานรับต่อนโยบายของรัฐดังกล่าวและตอกย้ำบทบาทของเซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล กรุ๊ป ในฐานะองค์กรค้าปลีกของคนไทยที่มุ่งมั่นส่งเสริมและสนับสนุนให้คนไทยได้เข้าถึงการมีสุขภาพดีได้อย่างยั่งยืน จึงได้นำร้านท็อปส์แคร์และร้านมัทสึคิโยะ ร้านยาในเครือฯ เข้าร่วมโครงการดังกล่าวด้วย ภายใต้มาตรฐานความปลอดภัย และการดูแลอย่างใกล้ชิดจากเภสัชกรวิชาชีพในทุกขั้นตอน โดยประชาชนสามารถเข้าใช้บริการซื้อยาภายไต้โครงการดังกล่าวได้แล้วที่ร้านท็อปส์แคร์จำนวน 48 สาขา พร้อมร้านมัทสึคิโยะ จำนวน 2 สาขา ได้แก่ สาขาเซ็นทรัลเวิลด์ และสาขาราชดำริ ได้แล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป 

นายสเตฟาน คูม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มฟู้ด เซ็นทรัล รีเทล กล่าวว่า “เรารู้สึกยินดีอย่างยิ่งที่ภาครัฐได้เปิดตัวโครงการสำคัญนี้ เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงยาที่มีคุณภาพและได้มาตรฐานได้สะดวกยิ่งขึ้น เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล กรุ๊ป ในฐานะองค์กรค้าปลีกที่ใกล้ชิดกับผู้บริโภค และดำเนินธุรกิจโดยให้ความสำคัญกับการส่งเสริมสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดีของคนไทย จึงพร้อมเดินหน้าร่วมสนับสนุนนโยบายของภาครัฐในโครงการ “สุขกาย สบายกระเป๋า” เพื่อยกระดับการเข้าถึงยาที่มีคุณภาพและบริการทางสุขภาพที่ได้มาตรฐาน สำหรับประชาชนทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียม

เรามีความพร้อมด้วยเครือข่ายร้านยาครอบคลุมทั่วประเทศกว่า 50 สาขา และเชื่อมโยงกับอีโคซิสเต็มของกลุ่มเซ็นทรัล เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการสุขภาพใกล้บ้านได้ง่ายขึ้น ตลอดจนลดความแออัดในโรงพยาบาล พร้อมมุ่งพัฒนาร้านยาให้ก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางการดูแลสุขภาพของชุมชน (Health & Wellness Hub) ตอกย้ำบทบาทองค์กรค้าปลีกของคนไทยที่พร้อมร่วมขับเคลื่อนสังคมสุขภาพดีของประเทศไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน” 

ด้านนางสาวจารุวรรณ แสงแจ่ม รองประธานบริหาร สายงานปฏิบัติการค้าปลีก กลุ่มธุรกิจสุขภาพ บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล กล่าวว่า “โครงการ ‘สุขกาย สบายกระเป๋า’ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนระบบสุขภาพของประเทศ โดยท็อปส์แคร์ได้เข้าร่วมโครงการครบทุกสาขาทั่วประเทศเป็นจำนวนทั้งสิ้น 48 แห่ง (กรุงเทพฯ และปริมณฑล 38 สาขา และต่างจังหวัด 10 สาขา) พร้อมทำหน้าที่เป็นศูนย์รวมผลิตภัณฑ์สุขภาพคุณภาพสูงจากทั่วโลกกว่า 3,500 รายการ ครอบคลุมทั้งการรักษา การดูแล และการส่งเสริมสุขภาพในทุกมิติ ตอกย้ำความพร้อมในการให้บริการภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘ดูแลด้วยใจ’ เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงบริการสุขภาพที่มีคุณภาพในทุกขั้นตอน ด้วยการดูแลจากทีมเภสัชกรวิชาชีพที่มีความรู้และความเชี่ยวชาญ ทั้งในด้านการจ่ายยา การประเมินสุขภาพเบื้องต้น และการติดตามอาการอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ เรายังมีบริการ TeleMed & TelePharm ให้ลูกค้าสามารถปรึกษาแพทย์และเภสัชกรผ่านแชทหรือวิดีโอคอล พร้อมบริการจัดส่งยาถึงบ้าน ทั้งนี้ ท็อปส์แคร์ยังได้เข้าร่วมโครงการร้านยาคุณภาพกับ
สภาเภสัชกรรม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภคในมาตรฐานการให้บริการที่ปลอดภัยและได้คุณภาพ”

นอกจาก ท็อปส์แคร์ (TOPS CARE) แล้ว มัทสึคิโยะ (Matsukiyo) แบรนด์ร้านค้าปลีกสินค้าเพื่อสุขภาพและความงามชั้นนำจากญี่ปุ่น ภายใต้เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล กรุ๊ป ยังได้เข้าร่วมโครงการในครั้งนี้ จำนวน 2 สาขา ได้แก่ สาขาเซ็นทรัลเวิลด์ และสาขาราชดำริ โดยมีเป้าหมายเพื่อมุ่งยกระดับประสบการณ์การดูแลสุขภาพของคนไทยภายใต้มาตรฐานการบริการจากใจในสไตล์ญี่ปุ่น “Japanese Quality with Heart” ที่นำเสนอสินค้าคุณภาพระดับญี่ปุ่นในราคาที่เข้าถึงได้ ผสานนวัตกรรมและความใส่ใจในทุกรายละเอียด เพื่อให้ผู้บริโภคสัมผัสการดูแลสุขภาพและความงามแบบครบวงจร 

นายโคอิจิ ฮิโรเสะ กรรมการผู้จัดการบริษัทเซ็นทรัลและมัทสึโมโตะ คิโยชิ กล่าวว่า “มัทสึคิโยะ มีความพร้อมทั้งในด้านสินค้าทางยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพที่หลากหลาย ครบถ้วน รวมถึงบริการจากเภสัชกรที่ผ่านการอบรมและให้คำแนะนำอย่างมืออาชีพ เพื่อให้ลูกค้าทุกคนมั่นใจในความถูกต้อง ปลอดภัย และความใส่ใจในทุกรายละเอียด ทั้งนี้ เรายังมีแผนขยายสาขาที่เข้าร่วมโครงการฯ เพิ่มเติมในพื้นที่กรุงเทพฯ และหัวเมืองหลัก เพื่อให้ผู้บริโภคเข้าถึงผลิตภัณฑ์สุขภาพและความงามคุณภาพสูงได้สะดวกยิ่งขึ้น ตอกย้ำบทบาทของมัทสึคิโยะ ในฐานะ ‘Health & Beauty Destination’ ที่ช่วยให้คนไทยดูแลตัวเองได้ทั้งภายนอกและภายในเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืน พร้อมสร้างภาพลักษณ์แบรนด์ในฐานะพันธมิตรที่ภาครัฐไว้วางใจด้านสุขภาพ และมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนสังคมสุขภาพดีในระยะยาว” 

สำหรับโครงการ “สุขกาย สบายกระเป๋า” ความร่วมมือครั้งสำคัญระหว่างภาครัฐและเอกชน ภายใต้นโยบาย Quick Big Win ของกระทรวงพาณิชย์ และการกำกับดูแลของ กรมการค้าภายใน (DIT) กระทรวงพาณิชย์ ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.), กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ, และ สมาคมโรงพยาบาลเอกชน ที่มุ่งลดภาระค่าครองชีพของประชาชน โดยเปิดโอกาสให้ผู้ป่วยจากโรงพยาบาลเอกชนสามารถ “เลือกซื้อยาภายนอกโรงพยาบาล” ได้อย่างสะดวกและโปร่งใส โดยปัจจุบันมีโรงพยาบาลเอกชนกว่า 300 แห่งทั่วประเทศ สำหรับประชาชนสามารถค้นหาร้านยาที่เข้าร่วมโครงการ “สุขกาย สบายกระเป๋า” ได้ง่าย ๆ ผ่านระบบ FDA ON: Pharmacy Map ได้ทุกที่ทุกเวลา เพียงสแกน QR Code หรือค้นหาใน LINE Official Account @FDATHAI และพิมพ์ค้นหา ท็อปส์แคร์ (TOPS CARE) หรือ มัทสึคิโยะ (Matsukiyo) จะพบรายชื่อและตำแหน่งสาขาที่เข้าร่วมโครงการใกล้บ้านได้ทันที 

ติดตามรายละเอียดร้าน ท็อปส์แคร์ (TOPS CARE) เพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก: topscarethailand, อินสตาแกรม: tops_care, หรือแอปพลิเคชันไลน์: @tops-care และร้าน มัทสึคิโยะ (Matsukiyo) ได้ที่ www.matsumotokiyoshi.co.th, เฟซบุ๊ก matsukiyo thailand, อินสตาแกรม: matsukiyo.th,
ติ๊กต็อก: matsukiyo.th, หรือแอปพลิเคชันไลน์: @matsukiyo.th 


#CENTRALFOODRETAILGROUP #TOPSCARE #MATSUKIYO #SOOKKAISABAIKRAPAO

ท็อปส์ ในเครือเซ็นทรัล รีเทล เปิดตัว ‘Blázquez Shop’ ร้านแฮมอิเบเรียนตำนานจากสเปนแห่งแรกและแห่งเดียวในไทย ส่งตรงรสชาติระดับโลกสู่ฟู้ดสโตร์ใจกลางกรุงเทพฯ

กรุงเทพฯ 16 ตุลาคม 2568ท็อปส์ ธุรกิจกลุ่มฟู้ด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล เปิดตัว “Blázquez Shop” ร้านแฮมอิเบเรียนจากสเปนแห่งแรกและแห่งเดียวในประเทศไทย ณ ท็อปส์ ฟู้ด ฮอลล์ เซ็นทรัล ชิดลม ให้คนไทยได้สัมผัสรสชาติระดับตำนานของแฮมพรีเมียมจากดินแดนต้นกำเนิด Jamones Blázquez ที่สืบทอดความเชี่ยวชาญด้าน Iberico Ham มายาวนานกว่า 90 ปี ในรูปแบบ Shop-in-shop สุดเอ็กซ์คลูซีฟภายในโซน Cheese and Jamon Iberico ให้ลูกค้าได้เปิดประสบการณ์สุดพิเศษไปกับมนต์เสน่ห์อาหารต้นตำรับสเปนแท้ ตอกย้ำการเป็นผู้นำฟู้ดเดสติเนชันระดับเวิลด์คลาสอย่างแท้จริง

นายสเตฟาน คูม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มฟู้ด เซ็นทรัล รีเทล กล่าวว่า “ตลาดสินค้า Cold Cuts (โคลด์ คัท) และผลิตภัณฑ์แปรรูปพรีเมียมในประเทศไทยมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง สอดรับกับการขยายตัวของกลุ่มผู้บริโภคโดยเฉพาะ ‘Urban Foodies’ หรือคนเมืองที่มีไลฟ์สไตล์ทันสมัย นิยมอาหารสไตล์ยุโรปและให้ความสำคัญกับคุณภาพวัตถุดิบ รวมถึงประสบการณ์ด้านรสชาติที่แตกต่าง ท็อปส์ จึงเดินหน้าสร้างความแตกต่างในตลาดฟู้ดรีเทลผ่านกลยุทธ์ Truly World Class ด้วยความเชี่ยวชาญด้านการคัดสรรสินค้าเฉพาะทางจากต้นทางคุณภาพระดับโลก ด้วยการเปิดตัว ‘Blázquez Shop’ ร้านแฮมอิเบเรียนจากสเปนแห่งแรกและแห่งเดียวจากในเมืองไทย ในรูปแบบ Shop-in-Shop ณ ท็อปส์ ฟู้ด ฮอลล์ เซ็นทรัล ชิดลม เพื่อส่งมอบประสบการณ์เวิลด์คลาสและรสชาติระดับตำนานให้ลูกค้าในเมืองไทยได้สัมผัสแบบไม่ต้องบินไกลไปถึงประเทศสเปน ตอบโจทย์ผู้บริโภคที่มองหาสินค้าและวัตถุดิบอาหารที่สะท้อนตัวตนและคุณภาพชีวิต นอกจากนี้ ยังสะท้อนศักยภาพของท็อปส์ในฐานะผู้นำตลาดฟู้ดค้าปลีกผ่านความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับผู้ผลิตต้นทาง Jamones Blázquez ซึ่งเป็นแบรนด์ผู้เชี่ยวชาญ Iberico Ham ระดับตำนาน พร้อมตอกย้ำจุดยืนการเป็น Food & Lifestyle Destination อย่างแท้จริง

สำหรับ Blázquez Shop เป็นจุดหมายปลายทางของนักชิมที่หลงใหลในรสชาติแฮมพรีเมียมระดับโลก ซึ่งมีรากฐานมาจาก Jamones Blázquez แบรนด์ตำนานจากสเปนที่เปี่ยมด้วยเสน่ห์แห่งวัฒนธรรมแท้และมีชื่อเสียงในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้าน Iberico Ham ด้วยกระบวนการผลิตที่สะท้อนจิตวิญญาณแห่งความพิถีพิถัน ตั้งแต่การคัดเลือกหมู Iberian สายพันธุ์แท้ 100% การเลี้ยงแบบปล่อยอิสระท่ามกลางทุ่งโอ๊กกว้างใหญ่กว่า 30,000 เฮกตาร์ ในแคว้น Salamanca, Extremadura และ Andalucía ไปจนถึงการบ่มแฮมอย่างประณีตตามภูมิปัญญาดั้งเดิม พร้อมรวบรวมสินค้าพรีเมียมคัดสรรพิเศษมาให้ลูกค้าได้สัมผัสอย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็น Iberico Bellota Ham “Admiración” (acorn-fed) ที่ขึ้นชื่อเรื่องรสกลมกล่อมและกลิ่นหอมเฉพาะตัว, Iberico Cebo de Campo & Cebo Ham/Shoulder ที่ผ่านการเลี้ยงดูและบ่มอย่างพิถีพิถัน ตลอดจน Cold Cuts หลากหลายชนิด อาทิ Loin, Chorizo, Salchichón, Fuet และ Morcón ที่ถ่ายทอดรสชาติแบบดั้งเดิมของสเปนได้อย่างแท้จริง”

โดยการฉลองการเปิดตัว ‘Blázquez Shop’ ในครั้งนี้ ได้รับเกียรติจาก นายเฟลิเป้ เด ลา โมเรน่า กาซาโด้ เอกอัครราชทูตแห่งราชอาณาจักรสเปนประจำราชอาณาจักรไทย เป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วย นายวีเชนเต กาโช โลเปส เดอ ลา คาลซาดา อุปทูต , นายอัลบาโร่ ฆิล-นาบาโร่ โมเรโน่ ที่ปรึกษาฝ่ายเศรษฐกิจและพาณิชย์ สถานเอกอัครราชทูตสเปนประจำประเทศไทย, นายโฆเซ่ หลุยส์ ดูรัน ซันเลส ประธานหอการค้าสเปน-ไทย พร้อมด้วยผู้บริหารจากกลุ่มเซ็นทรัล นายสุทธิธรรม จิราธิวัฒน์ ประธานคณะที่ปรึกษา บริษัท กลุ่มเซ็นทรัล จำกัด, นางสุพัตรา จิราธิวัฒน์ ที่ปรึกษากลุ่มเซ็นทรัล ร่วมงาน โดยมีผู้บริหาร บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด นายสเตฟาน คูม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มฟู้ด เซ็นทรัล รีเทล, นางสุจิตา เพ็งอุ่น รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการ, นายธนวัตร จิรจริยาเวช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการพาณิชย์ และ นายจักรกฤษณ์  จตุปัญญาโชติกุล รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายการตลาด, ประชาสัมพันธ์ และกิจกรรมเพื่อสังคม ให้การต้อนรับ 

เพลิดเพลินกับแฮมรสเลิศที่คัดสรรอย่างพิถีพิถันจาก Blázquez Shop ที่ ท็อปส์ ฟู้ด ฮอลล์ เซ็นทรัล ชิดลม ได้แล้ววันนี้ ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.TOPS.co.th, เฟซบุ๊ก TOPSThailand, หรือแอปพลิเคชันไลน์ @TOPSThailand

#TOPS #EveryDayDISCOVERY #TOPSBlázquezShop

ภาพรวมความเป็นส่วนตัว

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อให้เราสามารถมอบประสบการณ์การใช้งานที่ดีที่สุดแก่คุณได้ ข้อมูลคุกกี้จะถูกจัดเก็บไว้ในเบราว์เซอร์ของคุณ และทำหน้าที่ต่างๆ เช่น จดจำคุณเมื่อคุณกลับมาที่เว็บไซต์ของเรา และช่วยให้ทีมงานของเราเข้าใจว่าส่วนใดของเว็บไซต์ที่น่าสนใจและมีประโยชน์สำหรับคุณมากที่สุด นโยบายความเป็นส่วนตัว