ท็อปส์ ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ขานรับนโยบายรัฐ “Quick Big Win” เร่งหนุน SMEชายแดนไทย–กัมพูชา เปิดบ้าน “TOPS ท้องถิ่น” จ.อุบลฯ มอบโอกาสทางการค้าแก่ผู้ประกอบการรายย่อย ปั้นสินค้าไทยสู่ตลาดโมเดิร์นเทรดและห้างพันธมิตรชั้นนำต่างประเทศ

กรุงเทพฯ 14 ตุลาคม 2568ท็อปส์ ธุรกิจกลุ่มฟู้ด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล เร่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก พร้อมขานรับนโยบายกระทรวงพาณิชย์ ภายใต้แนวทาง “Quick Big Win” ในการยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการวิสาหกิจชุมชนและเอสเอ็มอี เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้สินค้าท้องถิ่นไทย ควบคู่กับการช่วยเหลือเกษตรกรและผู้ประกอบการรายย่อยในพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชา และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ให้สามารถแข่งขันได้อย่างยั่งยืน ล่าสุดเดินหน้าจัดงาน “เปิดบ้าน TOPS ท้องถิ่น สนับสนุน SME ไทย ไปสู่ระดับท็อปส์” เพื่อเปิดเวทีให้ผู้ประกอบการท้องถิ่นได้ต่อยอดโอกาสทางธุรกิจ สร้างเครือข่าย และนำเสนอสินค้าคุณภาพเข้าสู่ช่องทางโมเดิร์นเทรดของท็อปส์อย่างเป็นรูปธรรม โดยเริ่มนำร่องจัดงานเปิดบ้านที่ท็อปส์ สาขาอุบล พลาซ่า จ.อุบลราชธานี ระหว่างวันที่ 18–19 ตุลาคม 2568

นายสเตฟาน คูม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มฟู้ด เซ็นทรัล รีเทล กล่าวว่า “ภาคธุรกิจเอสเอ็มอี ยังคงเป็นฟันเฟืองหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ แม้ในปัจจุบันต้องเผชิญกับความท้าทายหลายด้านการเสริมสร้างความเชื่อมั่นและเพิ่มศักยภาพให้กับผู้ประกอบการวิสาหกิจชุมชนและเอสเอ็มอีไทยจึงเป็นเป้าหมายที่ภาครัฐและเอกชนต้องร่วมกันขับเคลื่อนอย่างจริงจัง ท็อปส์ ในฐานะผู้นำธุรกิจค้าปลีกที่มีเครือข่ายครอบคลุมทั่วประเทศมีความมุ่งมั่นในการสนับสนุนเกษตรกรและผู้ประกอบการท้องถิ่นให้เติบโตอย่างยั่งยืนผ่านโครงการที่หลากหลายอาทิ ท็อปส์ ท้องถิ่น แพลตฟอร์มที่เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการรายย่อยได้พัฒนาศักยภาพสินค้าเพื่อวางจำหน่ายในชั้นวางของท็อปส์ทั่วประเทศ สอดรับกับนโยบายของกระทรวงพาณิชย์ ภายใต้แนวทาง “Quick Big Win” ของรัฐบาล เพื่อร่วมเป็นส่วนสำคัญในการสนับสนุนสินค้าเกษตร ฟื้นฟูเศรษฐกิจท้องถิ่น และสร้างโอกาสทางการค้าใหม่ให้เกษตรกรและผู้ประกอบการมีช่องทางจำหน่ายที่มั่นคง สร้างรายได้อย่างต่อเนื่อง และเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันให้ยืนหยัดได้อย่างแข็งแกร่งในระยะยาว โดยเฉพาะผู้ประกอบการวิสาหกิจชุมชนและเอสเอ็มอีในเขตพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชา ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีศักยภาพสูงและถือเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจระดับภูมิภาค”

นายไบรอัน ฮิลล์ ผู้อำนวยการฝ่ายนำเข้าสินค้า และท็อปส์ ท้องถิ่น บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล กล่าวเสริมว่า “แพลตฟอร์ม “ท็อปส์ ท้องถิ่น” ถือเป็นส่วนหนึ่งของแนวทางการดำเนินธุรกิจเพื่อความยั่งยืนของท็อปส์ที่มุ่งส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากผ่านการคัดสรรและผลักดันผู้ผลิตท้องถิ่นให้สามารถพัฒนาและขยายศักยภาพทางธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันมีผู้ประกอบการเข้าร่วมโครงการแล้วกว่า 1,700 รายจากทั่วประเทศ และเรายังคงเดินหน้าเฟ้นหาผู้ประกอบการที่มีศักยภาพเพื่อเข้าร่วมโครงการอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในภูมิภาคที่มีศักยภาพสูงของประเทศ ทั้งในด้านทรัพยากร การผลิตสินค้าเกษตรแปรรูป และความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น โดยจากข้อมูลของสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) พบว่าในปี 2567 มีจำนวนผู้ประกอบการวิสาหกิจ (MSME) ประกอบด้วยวิสาหกิจรายย่อย (Micro) วิสาหกิจขนาดย่อม (Small) และวิสาหกิจขนาดกลาง (Medium) ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กว่า 750,471 ราย คิดเป็นสัดส่วนกว่า 23% ของทั้งประเทศ

ทั้งนี้เพื่อตอกย้ำความเชื่อมั่นของท็อปส์ต่อศักยภาพของผู้ประกอบการในภูมิภาคที่มีเอกลักษณ์และคุณภาพโดดเด่น จึงได้จัดงาน “เปิดบ้าน TOPS ท้องถิ่น สนับสนุน SME ไทยไปสู่ระดับท็อปส์” ณ จังหวัดอุบลราชธานี ที่นับเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจสำคัญของลุ่มน้ำโขง (GMS) และประตูการค้าหลักสู่ประเทศเพื่อนบ้านในฝั่งกัมพูชา โดยเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของท็อปส์ในการเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจให้กับชุมชนท้องถิ่น ผ่านการเป็นพันธมิตรที่ช่วยผลักดันผู้ประกอบการในพื้นที่ให้ต่อยอดศักยภาพสินค้าและผลิตภัณฑ์ของตนเองได้อย่างครบวงจร ตั้งแต่การพัฒนามาตรฐานสินค้าการสร้างแบรนด์ ไปจนถึงการขยายช่องทางการจำหน่าย เพื่อยกระดับมาตรฐานสินค้าไทยสู่ตลาดระดับประเทศและระดับภูมิภาคพร้อมเติบโตไปด้วยกันกับท็อปส์อย่างยั่งยืน”

สำหรับงาน “เปิดบ้าน TOPS ท้องถิ่น สนับสนุน SME ไทยไปสู่ระดับท็อปส์” เชิญชวนผู้ประกอบการ SME วิสาหกิจชุมชน และบุคคลธรรมดา (รายได้ไม่เกิน 100 ล้านบาทต่อปี) ในพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชา รวมถึงจังหวัดใกล้เคียงร่วมงานระหว่างวันที่ 18–19 ตุลาคม 2568 ณ ท็อปส์ สาขาอุบล พลาซ่า จ.อุบลราชธานี เพื่อเสริมศักยภาพธุรกิจ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และนำเสนอผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นสู่โอกาสในการวางจำหน่ายบนชั้นวางของท็อปส์ทั่วประเทศ พร้อมต่อยอดสู่การขยายตลาดกับพันธมิตรชั้นนำระดับสากล โดยภายในงานผู้สมัครจะได้รับสิทธิพิเศษมากมาย อาทิ เครดิตเทอม 15 วัน, ไม่มีค่าแรกเข้า, พร้อมรับคำแนะนำด้านการควบคุมคุณภาพสินค้า (QA) อย่างใกล้ชิด ครอบคลุมทั้งการออกแบบฉลาก บรรจุภัณฑ์ และแนวทางการตลาดครบวงจรจากทีมผู้เชี่ยวชาญของท็อปส์โดยสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางเฟซบุ๊กแฟนเพจ TOPS ท้องถิ่น TOPS Tongtin

“ท็อปส์มุ่งมั่นยกระดับผู้ประกอบการท้องถิ่นให้เติบโตอย่างยั่งยืนในตลาดค้าปลีกสมัยใหม่ เราไม่ได้ทำหน้าที่แค่เป็นศูนย์กลางกระจายสินค้าคุณภาพสู่ผู้บริโภคทั่วประเทศเท่านั้น แต่ยังเป็นเพื่อนคู่คิดและพัฒนาของผู้ประกอบการท้องถิ่นเพื่อสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจชุมชน ขยายโอกาสทางธุรกิจ และยกระดับศักยภาพสินค้าท้องถิ่นไทยให้เป็นหนึ่งในสินค้าคุณภาพของท็อปส์ ที่สามารถสร้างความประทับใจให้แก่ผู้บริโภคได้ไม่แพ้ชาติใดในโลก ภายใต้แนวคิด Local Discoveries พร้อมกันนี้ ท็อปส์ยังเดินหน้าขยายความร่วมมือกับผู้ประกอบการทั่วประเทศอย่างต่อเนื่องให้ครอบคลุมทั่วทุกภูมิภาคตอกย้ำกลยุทธ์ “12 Missions to Sustainable Retail” และคอนเซ็ปต์ “Small Acts Together” ที่เชื่อมั่นว่าการลงมือทำเล็กๆ ของทุกคน
เมื่อรวมกันจะกลายเป็นพลังที่สร้างการเปลี่ยนแปลงได้อย่างยั่งยืน” นายสเตฟาน กล่าวสรุป

เข้าร่วมเส้นทางสู่การเป็นพาร์ทเนอร์กับท็อปส์ได้ที่งาน “เปิดบ้าน TOPS ท้องถิ่น สนับสนุน SME ไทยไปสู่ระดับท็อปส์” จัดขึ้น ท็อปส์ สาขาอุบล พลาซ่า จ.อุบลราชธานี ระหว่างวันที่ 18–19 ตุลาคม 2568 ผู้ที่สนใจสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่เฟซบุ๊กแฟนเพจ TOPS ท้องถิ่น TOPS Tongtin

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.TOPS.co.th, เฟซบุ๊ก TOPSThailand, หรือแอปพลิเคชันไลน์ @TOPSThailand 

#TOPS #SmallActsTogether #TOPSTongTin

ท็อปส์ ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ผลักดันการจำหน่ายสินค้า GI “ปลากะพง 3 น้ำ” ที่เลี้ยงดูด้วยวิถีประมงแบบยั่งยืน ส่งตรงจากสงขลาถึงท็อปส์ ฟู้ด ฮอลล์ ตอกย้ำบทบาท “ผู้คัดสรรสินค้าแบบยั่งยืน”

กรุงเทพฯ 29 กันยายน 2568ท็อปส์ ธุรกิจในกลุ่มฟู้ด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล เดินหน้ายกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรไทย พร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน ผนึกความร่วมมือกับกรมประมง และมหาสมุทรซีฟู้ด สนับสนุนการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าท้องถิ่นไทย โดยเปิดพื้นที่จำหน่าย
“ปลากะพง 3 น้ำ” จากกลุ่มผู้เลี้ยงปลากะพงบ้านเกาะยอ หมู่ที่ 9 จังหวัดสงขลา ที่ยึดหลักการทำประมงแบบยั่งยืน เป็นมิตรต่อระบบนิเวศทางทะเลภายใต้มาตรฐานการเลี้ยงที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมควบคู่การบริหารจัดการอย่างยั่งยืน ซึ่งได้รับการรับรองมาตรฐานสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) และตราสัญลักษณ์ ประมงธงเขียว การันตีความสด สะอาด และปลอดภัย ตอกย้ำความเป็นผู้นำของท็อปส์ในการคัดสรรวัตถุดิบคุณภาพจากแหล่งผลิตชั้นดี ส่งตรงถึงผู้บริโภคทั่วกรุงเทพฯ วางจำหน่ายภายในโซน Fish Monger ที่ ท็อปส์ ฟู้ด ฮอลล์ และท็อปส์ ออนไลน์

นายบัญชา สุขแก้ว อธิบดีกรมประมง กล่าวว่า “ความร่วมมือกับท็อปส์ในครั้งนี้ ถือเป็นการขับเคลื่อนนโยบายของภาครัฐสู่ภาคเอกชนอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะในมิติของการยกระดับสินค้าเกษตรด้านประมงให้เข้าสู่ระบบค้าปลีกที่มีมาตรฐาน และเชื่อมโยงกับความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัย คุณภาพ และความยั่งยืน การนำ ‘ปลากะพง 3 น้ำ’ ซึ่งได้รับตราสัญลักษณ์ประมงธงเขียว เข้าสู่ห่วงโซ่การจัดจำหน่ายผ่านช่องทางโมเดิร์นเทรด ไม่เพียงช่วยเพิ่มโอกาสทางการตลาดให้กับเกษตรกรและชุมชนประมง แต่ยังเป็นการส่งเสริมระบบการผลิตสัตว์น้ำที่มีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางของกรมประมงในการสนับสนุนเกษตรกรให้ปรับเปลี่ยนกระบวนการผลิตสู่มาตรฐานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

ปัจจุบัน มีสถานประกอบการยื่นขอใช้ตราสัญลักษณ์ประมงธงเขียวแล้วกว่า 257 กลุ่ม โดยได้รับอนุญาตแล้ว 215 กลุ่ม คิดเป็นสัดส่วนกว่า 83% และในส่วนของผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำแปรรูป มีการยื่นขอใช้
ตราสัญลักษณ์มากถึง 647 รายการ ได้รับอนุญาตแล้ว 332 รายการ หรือคิดเป็น 51% สะท้อนให้เห็นถึง
ความตื่นตัวของผู้ผลิต และความร่วมมือที่กำลังขยายผลจากระดับชุมชนสู่ระดับประเทศ ทั้งนี้ กรมประมงเชื่อว่าความร่วมมือในลักษณะนี้จะมีบทบาทสำคัญในการผลักดันเศรษฐกิจฐานราก สร้างความมั่นคงทางอาหาร และเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาอุตสาหกรรมประมงไทยให้เติบโตอย่างมีคุณภาพและยั่งยืนในระยะยาว”

นายสเตฟาน คูม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มฟู้ด เซ็นทรัล รีเทล เปิดเผยว่า “ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของท็อปส์ในการยกระดับธุรกิจค้าปลีกในการสร้างบทบาทเชิงบวกต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมในทุกแง่มุมของการดำเนินธุรกิจ การคัดสรรและจัดหาสินค้าอย่างใส่ใจและมีความรับผิดชอบ หรือ Responsible Sourcing ซึ่งท็อปส์ให้ความสำคัญกับการคัดสรรผลิตภัณฑ์ไม่เพียงคุณภาพดี แต่ยังต้องคำนึงถึงแหล่งที่มา วิธีการผลิต กระบวนการและผลกระทบต่อเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ ท็อปส์ยังยืนหยัดส่งเสริมคู่ค้าท้องถิ่นที่ดำเนินการผลิตบนแนวทางความยั่งยืน พร้อมสร้างช่องทางการจำหน่ายที่มั่นคงให้แก่ผู้ประกอบการรายย่อย อันเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากสู่เศรษฐกิจมหภาค สำหรับ ‘ปลากะพง 3 น้ำ’ จากทะเลสาบสงขลา โดยกลุ่มเกษตรกรชาวประมงผู้เลี้ยง “ปลากะพง 3 น้ำ” ได้คงไว้ซึ่งวิถีการเลี้ยงปลาแบบดั้งเดิมตามธรรมชาติของสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ ซึ่งเป็นการส่งเสริมความแข็งแรงในระบบนิเวศ ทำให้ได้ปลากะพงที่ปลอดภัยสำหรับผู้บริโภคดีต่อระบบนิเวศท้องถิ่น อีกทั้งยังทำให้คนไทยได้มีปลากะพงคุณภาพบริโภคในระยะยาวอย่างยั่งยืน นอกจากนี้  ‘ปลากะพง 3 น้ำ’ ยังได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) และตราสัญลักษณ์ประมงธงเขียว นี่คือตัวอย่างที่ชัดเจนที่สะท้อนถึงความร่วมมือระหว่างท็อปส์  ธุรกิจและอัตลักษณ์ชุมชน และผู้บริโภคอย่างลงตัว ไม่เพียงสร้างประสบการณ์สดใหม่ให้ผู้บริโภค แต่ยังช่วยสร้างรายได้ที่มั่นคงให้แก่ชุมชนประมงท้องถิ่น อันเป็นรากฐานสำคัญของเศรษฐกิจที่ยั่งยืนอีกด้วย”

และไม่เพียงภาคประมง ท็อปส์ยังดำเนินการคัดสรรและจัดหาสินค้าอย่างใส่ใจและมีความรับผิดชอบ และขยายการสนับสนุนไปสู่เกษตรกรและผู้ประกอบการท้องถิ่น ผ่านโครงการต่างๆ เช่น จริงใจ Farmers’ Market” ที่เปิดพื้นที่ให้เกษตรกร 12,300 ครัวเรือน นำผลผลิตปลอดภัยและสินค้าชุมชนมาจำหน่ายโดยตรงใน 32 สาขา ครอบคลุม 28 จังหวัดทั่วประเทศ และโครงการ “ท็อปส์ ท้องถิ่น” ที่เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการ      เอสเอ็มอีได้นำเสนอสินค้าท้องถิ่นสู่ธุรกิจค้าปลีกชั้นนำภายใต้โมเดลธุรกิจที่เอื้อต่อผู้ประกอบการรายเล็ก ปัจจุบันมีผู้ประกอบการที่ผ่านการคัดเลือกได้เป็นคู่ค้ากับท็อปส์แล้วจำนวนกว่า 130 ราย และมีสินค้าจำหน่ายกว่า 500 รายการ ทั้งหมดนี้สะท้อนเจตนารมณ์ของท็อปส์ในการสร้างโอกาสทางการตลาดให้กับผู้ประกอบการรายย่อย และขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชนไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน โดยการคัดสรรและจัดหาสินค้าอย่างใส่ใจและมีความรับผิดชอบ นับเป็นหนึ่งในกลยุทธ์ “12 Missions to Sustainable Retail” และแนวคิด “Small Acts Together” ที่เชื่อว่าทุกการลงมือเล็ก ๆ สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ได้จริง

ด้าน นางสาวถิรจิตรา ราชสีห์ กรรมการบริษัท ตัวแทนชาวประมง บริษัท ทีเอ็ม ฟู๊ดส์ ซัพพลาย จำกัด (มหาสมุทร) กล่าวเสริมว่า “ในฐานะตัวแทนกลุ่มชาวประมงเกาะยอ เรามีความภาคภูมิใจและยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ท็อปส์เข้ามาสนับสนุนและเปิดโอกาสให้ปลากะพง 3 น้ำ ของชุมชนได้วางจำหน่ายในซูเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำของประเทศ   การสนับสนุนจากท็อปส์ไม่เพียงสร้างอาชีพและเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้า แต่ยังสร้างแรงบันดาลใจให้ชาวประมงมีพลังในการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และเป็นเครื่องยืนยันว่าอาชีพประมงดั้งเดิมมีคุณค่าและสามารถยืนหยัดได้อย่างสง่างามในตลาดสมัยใหม่ โดยจุดเด่นของปลากะพง 3 น้ำ นับเป็นปลากะพงไทยเพียงหนึ่งเดียวที่เลี้ยงในทะเลสาบสงขลา ครอบคลุมพื้นที่ 3 จังหวัด ได้แก่ สงขลา พัทลุง และนครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นจุดบรรจบของน้ำจืด น้ำกร่อย และน้ำเค็ม จึงได้ปลาที่มีเนื้อแน่น สีชมพูใส และรสชาติหวานสดเป็นเอกลักษณ์ และมีขนาดใหญ่กว่าปลากระพงชนิดอื่นมีน้ำหนักตั้งแต่ 3-5 กิโลกรัม สูงสุดถึง 8 กิโลกรัม ซึ่งเราเลี้ยงด้วยวิถีธรรมชาตินานกว่า 2 ปี ปราศจากสารเคมี ทั้งยังใช้เทคนิคอิเคะจิเมะจากญี่ปุ่นเพื่อคงความสด ลดกลิ่นคาว และยกระดับคุณภาพสู่เกรดซาชิมิ อีกทั้งยังได้รับการรับรองมาตรฐาน สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (Geographical Indication: GI) , การปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี (Good Agricultural Practices: GAP) และประมงธงเขียว ยืนยันถึงความเป็นสินค้าท้องถิ่นที่สะอาด ปลอดภัย และยั่งยืนอย่างแท้จริง”

“ท็อปส์จะยังคงเดินหน้าขยายความร่วมมือกับทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง เพื่อเชื่อมโยงสินค้าคุณภาพจากชุมชนไทยสู่ผู้บริโภคทั่วประเทศ ให้ทุกการจับจ่ายไม่เพียงได้สัมผัสความสดใหม่ ปลอดภัย และได้มาตรฐาน แต่ยังเป็นการส่งต่อคุณค่าภูมิปัญญาท้องถิ่น สร้างรายได้ที่มั่นคงแก่เกษตรกรอย่างยั่งยืน และพร้อมร่วมดูแลสิ่งแวดล้อมอันจะส่งผลให้คุณภาพชีวิตของคนในสังคมไทยดีอย่างยั่งยืนในระยะยาว” นายสเตฟาน กล่าวสรุป
ชวนลิ้มรสความสดอร่อยของ “ปลากะพง 3 น้ำ” วัตถุดิบคุณภาพจากทะเลสาบสงขลา ภายในโซน    
Fish Monger ได้แล้ววันนี้ที่ ท็อปส์ ฟู้ด ฮอลล์ สาขาที่ร่วมรายการ และท็อปส์ ออนไลน์ 

ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.tops.co.th, เฟซบุ๊ก TOPSThailand, หรือ แอปพลิเคชันไลน์ @TOPSThailand

#TOPS #EveryDayDISCOVERY #SustainableRetail
#SmallActsTogether #3WaterSeabass

ท็อปส์ ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ผนึก The 1 และ GrabMart ร่วมรุกตลาดดิจิทัลควิกคอมเมิร์ซ เปิดดีลลอยัลตี้โปรแกรมพิเศษ ครั้งแรก! ที่ให้ลูกค้าสามารถสะสมคะแนน The 1 ผ่าน GrabMart ต่อยอดเสริมแกร่งอีโคซิสเต็มช้อปปิ้งแบบไร้รอยต่อ

  • เมื่อสั่งซื้อสินค้าท็อปส์ บน GrabMart วันนี้! รับฟรีคะแนน The 1 x2 เพียงเชื่อมบัญชีสมาชิก The 1
    กับ GrabMart ตั้งแต่วันนี้ – 15 ธันวาคม 2568

กรุงเทพฯ 22 กันยายน 2568- ท็อปส์ ธุรกิจกลุ่มฟู้ด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล เดินหน้าขยายอีโคซิสเต็มค้าปลีกครั้งใหญ่ จับมือ The 1 (เดอะ วัน) และแกร็บ ประเทศไทย รุกตลาดควิกคอมเมิร์ซ และลอยัลตี้โปรแกรม ครั้งแรก! ที่ให้ลูกค้าสามารถสะสมคะแนน The 1 ทุกคำสั่งซื้อสินค้าท็อปส์บน GrabMart และใช้คะแนนได้ครบทั้งการซื้อสินค้าออนไลน์และหน้าร้านแบบ Omni-Channel ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคยุคดิจิทัลที่ให้ความสำคัญกับความสะดวก รวดเร็ว และความคุ้มค่า ในทุกช่องทางการจับจ่ายและต่อยอดการสร้างความภักดีต่อแบรนด์ในระยะยาว ตั้งเป้าจบแคมเปญ ด้วยยอดขายท็อปส์จากช่องทาง GrabMart โต 25% และสานต่อความร่วมมือ ในการพัฒนาการขายต่อเนื่อง พร้อมขยายฐานลูกค้าสมาชิก The 1 ในช่องทางดังกล่าวเพิ่มขึ้นสองเท่าจากเดิม นอกจากนี้ ยังได้จัดโปรโมชันสุดพิเศษด้วยการมอบคะแนน The 1 x2 สำหรับคำสั่งซื้อแรก แก่ลูกค้าที่เชื่อมต่อบัญชี The 1 กับ GrabMart ตั้งแต่วันนี้ – 15 ธันวาคม 2568

นายสเตฟาน คูม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มฟู้ด เซ็นทรัล รีเทล เปิดเผยว่า  “พฤติกรรมผู้บริโภคในยุคปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและหลากหลายรูปแบบ ซึ่งกลุ่มที่เห็นได้ชัดและกำลังเพิ่มปริมาณอย่างต่อเนื่องคือผู้บริโภคที่ต้องการประสบการณ์ช้อปปิ้งที่สะดวก รวดเร็ว และตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ได้อย่างไร้รอยต่อ ท็อปส์จึงเดินหน้าขับเคลื่อน กลยุทธ์ Omni-Channel ผ่านความร่วมมือกับThe 1 (เดอะวัน) ลอยัลตี้แพลตฟอร์มที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ และ GrabMart ผู้นำด้านบริการสั่งซื้อสินค้าแบบออนดีมานด์ (On-demand) จากซูเปอร์มาร์เก็ตและร้านค้าชั้นนำ ให้ลูกค้าสามารถสะสมคะแนน The 1 ผ่านการสั่งซื้อสินค้าของท็อปส์บน GrabMart เป็นครั้งแรก เพื่อยกระดับประสบการณ์ช้อปปิ้งของลูกค้าที่ได้ทั้งความสะดวก    ความรวดเร็ว ความคุ้มค่า และสิทธิประโยชน์ให้กับลูกค้าท็อปส์ในทุกคำสั่งซื้อ เชื่อมโยงการสะสมและใช้คะแนนได้แบบไร้รอยต่อทั้งออนไลน์และออฟไลน์ ตลอดจนช่วยปูทางไปสู่การสร้างแคมเปญที่ตอบโจทย์เฉพาะบุคคลในอนาคตได้มากยิ่งขึ้น ความร่วมมือในครั้งนี้ ยังตอกย้ำเป้าหมายของท็อปส์ ในการเป็น Truly World-Class Omni-Channel Lifestyle Food Retail โดยตั้งเป้าสร้างยอดขายเติบโต 25% จากช่องทาง GrabMart รวมถึงเพิ่มฐานลูกค้าสมาชิก The 1 จากลูกค้าท็อปส์ที่ยังไม่ได้สมัครสมาชิก เพิ่มเติมขึ้นเป็นสองเท่าจากเดิมในช่องทางดังกล่าว”

“โดยความร่วมมือนี้ ยังนับเป็นการต่อยอดโอกาสทางธุรกิจที่สอดรับกับตลาดควิกคอมเมิร์ซไทยที่โตขึ้นต่อเนื่องโดยรายงานจากงาน Priceza Thailand’s E-Commerce Trends 2025 พบว่าในปี 2568 มีแนวโน้มเติบโตขึ้นราว 20-30% ต่อปี ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลอินไซต์ของลูกค้าท็อปส์ ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา พบว่ายอดผู้ใช้บริการท็อปส์ ออนไลน์ ในทุกช่องทาง ทั้ง ท็อปส์ ออนไลน์ Quick Commerce, 3P Marketplace และบริการ Personal Shopper เติบโตขึ้นกว่า 5 เท่า โดยหมวดสินค้าที่ได้รับความนิยมสูงสุด ได้แก่ กลุ่มสินค้า อาหารสด ผลไม้นำเข้า และขนมขบเคี้ยว ตามลำดับ 

นายกวิน ตั้งอุทัยศักดิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เดอะวัน เซ็นทรัล จำกัด กล่าวว่า “The 1 ในฐานะผู้นำ Digital Lifestyle & Loyalty Platform อันดับ 1 ของไทย ร่วมกับท็อปส์ ภายใต้กลุ่มเซ็นทรัล มุ่งมั่นมอบสิทธิประโยชน์สูงสุดแก่สมาชิกอย่างต่อเนื่อง สำหรับความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับแกร็บ ประเทศไทย ในครั้งนี้   The 1 ช่วยให้สมาชิกสามารถเชื่อมบัญชีกับพาร์ทเนอร์อย่าง GrabMart ได้อย่างง่ายดาย ความร่วมมือดังกล่าว ไม่เพียงช่วยเพิ่มความสะดวกสบายให้กับสมาชิก แต่ยังทำให้ทุกการจับจ่ายกลายเป็นคุณค่าที่จับต้องได้ เพราะ “คะแนน” คือสิทธิประโยชน์ที่สมาชิกให้ความสำคัญและเล็งเห็นคุณค่ามากที่สุด เราเชื่อว่าความร่วมมือในครั้งนี้ จะเป็นอีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับ The 1 Ecosystem และตอกย้ำวิสัยทัศน์ของเราที่พร้อมก้าวสู่การเป็น Center of Life Platform อย่างแท้จริง”

นายจิรกิตต์ กว้างสุขสถิตย์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานธุรกิจเดลิเวอรี แกร็บ ประเทศไทย กล่าวว่า “แกร็บมาร์ท ในฐานะผู้นำด้านบริการสั่งซื้อสินค้าแบบออนดีมานด์ (On-demand) จากซูเปอร์มาร์เก็ตและร้านค้าชั้นนำ เรามุ่งมั่นในการตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคยุคใหม่ ซึ่งให้ความสำคัญกับความสะดวก รวดเร็ว และความคุ้มค่าในทุกช่องทางการจับจ่าย สำหรับความร่วมมือกับท็อปส์ และThe 1 ในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับประสบการณ์การช้อปปิ้งให้แก่ผู้ใช้บริการ ด้วยการเชื่อมต่อระบบสะสมคะแนน The 1 กับ GrabMart ช่วยให้ผู้ใช้บริการสามารถช้อปสินค้าจากท็อปส์ผ่าน GrabMart สะสมคะแนนได้อย่างง่ายดาย พร้อมรับสิทธิประโยชน์ที่คุ้มค่าในทุก   คำสั่งซื้อ ความร่วมมือดังกล่าว ไม่เพียงช่วยเพิ่มความสะดวกสบายให้กับผู้ใช้บริการ แต่ยังเป็นการต่อยอดโอกาสทางธุรกิจในตลาดดิจิทัลควิกคอมเมิร์ซของไทย ซึ่งมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง เราเชื่อว่าการผนึกกำลังในครั้งนี้จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้แก่อีโคซิสเต็มของการช้อปปิ้งแบบไร้รอยต่อ พร้อมสร้างความภักดีต่อแบรนด์ในระยะยาว โดยเฉพาะในกลุ่มผู้บริโภคยุคดิจิทัลที่ต้องการประสบการณ์การจับจ่ายที่ครบครันและตอบโจทย์ได้อย่างแท้จริง”

ทุกการช้อปสินค้าจากท็อปส์ผ่าน GrabMart สามารถสะสมคะแนน The 1 ได้แล้ววันนี้! เพียงเชื่อมบัญชี The 1 กับแอปพลิเคชัน Grab ระบบจะสะสมคะแนนให้อัตโนมัติ โดยลูกค้าจะได้รับ 1 คะแนน The 1 ทุกการใช้จ่ายครบ 25 บาท เทียบเท่ากับการช้อปที่หน้าร้าน สะดวก รวดเร็ว พิเศษ! ด้วยการรับคะแนน The 1 x2 สำหรับคำสั่งซื้อแรก แก่ลูกค้าที่ลงทะเบียนหรือเชื่อมบัญชี The 1 กับ GrabMart ตั้งแต่วันนี้ – 15 ธันวาคม 2568 นี้เท่านั้น

ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.tops.co.th, เฟซบุ๊ก TOPSThailand, หรือ แอปพลิเคชันไลน์ @TOPSThailand

#TOPS #TOPSONLINE #TOPSXTHE1XGRABMART

เขย่าวงการฟู้ดรีเทลครั้งใหญ่!! เปิดตัว “ท็อปส์ ฟู้ด ฮอลล์ เซ็นทรัล พาร์ค”ปรากฏการณ์ใหม่ของ “Food Fashion Department Store” และครั้งแรกของการ Mix & Match คอนเซ็ปต์ดีพาร์ทเม้นต์สโตร์กับแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ ด้านอาหารระดับเวิลด์คลาส สัมผัสการช้อปอย่างมีระดับพร้อมกัน 4 ก.ย. นี้

  • จากซูเปอร์มาร์เก็ต สู่รันเวย์สินค้าและวัตถุดิบอาหาร “Food Fashion Department Store” การปฏิวัติวงการฟู้ดรีเทลครั้งประวัติศาสตร์ที่ยกระดับอาหารเป็นแฟชั่นครั้งแรก
  • ดื่มด่ำเสน่ห์แห่ง Modern Thai Heritage ที่ผสานอัตลักษณ์ของย่านเศรษฐกิจกับความร่วมสมัยอย่างลงตัว รังสรรค์ขึ้นเฉพาะท็อปส์ ฟู้ด ฮอลล์ เซ็นทรัล พาร์ค ชูการออกแบบพื้นที่ที่โดดเด่นด้วย Cream & Green Palette ที่เป็นเอกลักษณ์ 
  • ที่สุดของประสบการณ์เหนือระดับกับ 3 ไฮไลต์ ท็อปส์ ฟู้ด ฮอลล์ นิวลุค ทั้งสินค้า In-season & Exclusive Assortment ประสบการณ์ช้อประดับสุดยอด Ultimate Shopping Experience และบริการที่ใส่ใจทุกรายละเอียด Service Excellence & Personalization

กรุงเทพฯ, 2 กันยายน 2568ท็อปส์ ธุรกิจกลุ่มฟู้ด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล พลิกโฉมวงการฟู้ดรีเทลอย่างเหนือชั้น เตรียมเปิดตัว ท็อปส์ ฟู้ด ฮอลล์ เซ็นทรัล พาร์ค (TOPS FOOD HALL Central Park) อีกหนึ่งแฟลกชิปสโตร์แห่งใหม่ใจกลางทำเลศักยภาพ Super Core CBD ติดถนนสีลม-พระราม 4 บนพื้นที่กว่า 2,400 ตารางเมตร ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Food Fashion Department Store” ประสบการณ์ช้อปปิ้งรูปแบบใหม่ที่ผสานเสน่ห์ของแฟชั่นเข้ากับศิลปะของอาหารระดับเวิลด์คลาสอย่างลงตัว ตั้งเป้ายกระดับซูเปอร์มาร์เก็ตสู่พรีเมียมฟู้ดสโตร์แห่งอนาคต          ผ่าน 3 ไฮไลต์สำคัญคือ In-season & Exclusive Assortment การยกระดับสินค้าอาหารสู่รันเวย์แฟชั่น     แห่งรสชาติระดับโลก Ultimate Shopping Experience การมอบประสบการณ์การช้อปที่เหนือทุกความคาดหมาย และ Service Excellence & Personalization ประสบการณ์ที่เหนือกว่าฟู้ดสโตร์ทั่วไปด้วยการดูแลที่รู้ใจ พร้อมมุ่งสู่การเป็น Food & Lifestyle Destination อย่างแท้จริง เตรียมเปิดให้บริการ 4 ก.ย.2568

นายสเตฟาน คูม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มฟู้ด เซ็นทรัล รีเทล กล่าวว่า “การเปิดตัวท็อปส์ ฟู้ด ฮอลล์ เซ็นทรัล พาร์ค คือ ก้าวสำคัญที่สะท้อนบทบาทความเป็นผู้นำของท็อปส์ตลอด 29 ปี ในฐานะฟู้ดรีเทลระดับสากลที่ไม่เคยหยุดพัฒนา เพื่อตอบรับวิถีชีวิตยุคใหม่ โดยเรามุ่งมั่นยกระดับท็อปส์ ฟู้ด ฮอลล์ด้วยคอนเซ็ปต์ ‘Food Fashion Department Store’ ที่ไม่เพียงคัดสรรสินค้าอาหารคุณภาพดีที่สุดจากทั่วโลก แต่ยังเป็น Unique Concept & Flagship Store ที่หลอมรวมแฟชั่น วัฒนธรรมและศิลปะแห่งอาหารเข้าไว้ด้วยกัน เพื่อมอบประสบการณ์ที่ก้าวข้ามกรอบของซูเปอร์มาร์เก็ตแบบเดิม และเป็น Urban Lifestyle Redefined ที่พร้อมรองรับทั้งกลุ่มครอบครัว คนทำงาน และนักท่องเที่ยวในย่านเศรษฐกิจสำคัญของกรุงเทพฯ ซึ่งกำลังเป็นที่จับตามองอย่างมากในขณะนี้”

แนวคิด Food Fashion Department Store จะนำเสนอประสบการณ์ช้อปปิ้งรูปแบบใหม่ที่ผสานเสน่ห์ของแฟชั่นเข้ากับศิลปะของอาหารระดับเวิลด์คลาสอย่างกลมกลืน ตั้งแต่วัตถุดิบหายาก ไปจนถึงการออกแบบและการนำเสนอสินค้าที่รังสรรค์ภายใต้แรงบันดาลใจที่ยกระดับให้สินค้าอาหารเทียบเคียงได้กับแฟชั่นที่มีความล้ำสมัยและตามเทรนด์ไลฟ์สไตล์ล่าสุดของผู้บริโภคอยู่เสมอ ยกระดับประสบการณ์การซื้อสินค้าอาหารที่แตกต่าง สร้างความจดจำ และเพิ่มมูลค่าให้สินค้าดูมีความพรีเมียมและยูนีคมากขึ้นโดยทุกองค์ประกอบสะท้อนความเชื่อของเราว่า การกินดีคือศิลปะ และการใช้ชีวิตดีคือการสร้างจุดยืน (Eating well is an art, Living well is a statement) ทุกมุมของท็อปส์ ฟู้ด ฮอลล์ เซ็นทรัล พาร์ค ถูกออกแบบ อย่างพิถีพิถันเพื่อสร้างแรงดึงดูด จุดประกายแรงบันดาลใจ และเปลี่ยนมุมมองใหม่ต่อสิ่งที่ซูเปอร์มาร์เก็ตสามารถเป็นได้ นี่ไม่ใช่เพียงการเปิดสาขาใหม่ แต่คือการประกาศวิสัยทัศน์แห่งอนาคตของท็อปส์ ที่พร้อมมอบ สิ่งที่ดีที่สุดจากทั่วโลกและเหนือกว่า ให้กับลูกค้าของเราเสมอ”

สำหรับ ท็อปส์ ฟู้ด ฮอลล์ เซ็นทรัล พาร์ค มีขนาดพื้นที่กว่า 2,400 ตารางเมตร ตั้งอยู่ภายในศูนย์การค้า Central Park บน Super Core CBD ติดถนนสีลม-พระราม 4 โดยได้รับการออกแบบภายใต้แนวคิด Modern Thai Heritage ที่เชื่อมโยงระหว่างมรดกทางวัฒนธรรมและอัตลักษณ์ของย่านสีลม-ศาลาแดงในอดีตผสานเข้ากับความทันสมัย ซึ่งมีแรงบันดาลใจจากความงดงามเหนือกาลเวลาของโรงแรมดุสิต พร้อมนำเสนอรูปแบบร้านสไตล์ Modern Thai Heritage ที่รังสรรค์ขึ้นเฉพาะท็อปส์ ฟู้ด ฮอลล์ เซ็นทรัล พาร์ค อีกทั้งยังโดดเด่นด้วย Cream & Green Palette โทนสีที่อบอุ่นและละเมียดละไม ใช้วัสดุธรรมชาติที่ สื่อถึงรากเหง้าความเป็นไทย สีเขียวมะกอกอ่อนและฟ้าอมน้ำตาลหม่นเพื่อสร้างบรรยากาศแบบไทยโบราณ ขณะที่ลายไม้เข้มและการตกแต่งด้วยสีทองโบราณช่วยเติมเต็มบรรยากาศแห่งความหรูหราและความสง่างาม

  1. ไฮไลต์ สร้างนิยามใหม่ Food Fashion Department Store
  • In-season & Exclusive Assortment: การยกระดับสินค้าอาหาร สู่รันเวย์แฟชั่นแห่งรสชาติระดับโลก โดดเด่นด้วยการคัดสรรสินค้าพิเศษตามฤดูกาล และวัตถุดิบพรีเมียมจากทั่วทุกมุมโลก เพื่อนำเสนอความหลากหลายตั้งแต่สินค้าเฉพาะฤดูกาล (Seasonal Items), สินค้าหายาก (Rare Finds) ไปจนถึงสินค้าอาหารคุณภาพสูงและอินเทรนด์ (Premium & Trendy Food)  ที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์กว่า 32,000 รายการ ซึ่งทั้งหมดนี้ ถูกเล่าเรื่องราวในรูปแบบ Room Concept ที่เชื่อมโยง 16 Wonders หรือ 16 โซนไฮไลต์พิเศษ โดยแต่ละโซนถูกดีไซน์ด้วย Mood & Tone ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก “แผนกแฟชั่น” ทำให้ลูกค้าสัมผัสบรรยากาศ การเลือกซื้อสินค้าอาหารที่เหมือนกำลังช้อปสินค้าแฟชั่นในรูปแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน ยกระดับการจัดแสดง และนำเสนอสินค้าให้มีความพรีเมียมขึ้นไม่ว่าจะเป็น โซน Ham & Brie โซนชีสและโคลด์คัตพิเศษ ที่คัดสรรมาอย่างพิถีพิถันจากทั่วโลก อาทิ French Fromage และ Delicias de Hurtada Iberico Ham, James The Butcher ที่นำเสนอเนื้อเกรดพรีเมียมคัดสรรรสชาติและคุณภาพระดับเวิลด์คลาส พร้อมด้วย Fish & Monger  ยกทัพอาหารทะเลสดจากแหล่งคุณภาพนานาชาติ พร้อมผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารทะเลที่คอยให้คำแนะนำ และบริการปรุงสดทันที เพื่อคงความสดใหม่และรังสรรค์รสชาติที่เป็นเลิศในทุกเมนู, TOPS WINE CELLAR เปิดโอเพ่นสเปซสุดหรู รวบรวมไวน์ คราฟต์เบียร์ และสุราหายากกว่า 1,400 รายการ โดดเด่นด้วย Wine & Spirit Towers และเครื่องกดไวน์อัตโนมัติ ให้เลือกชิมได้ตามปริมาณที่ต้องการแบบเป็นออนซ์ จ่ายง่ายผ่าน QR Code พร้อมผู้เชี่ยวชาญคอยแนะนำการเลือกสรรในทุกโอกาส โซน Snacker สวรรค์ของคนรักขนม ที่รวมกว่า 5,000 รายการจากทั่วโลกมาไว้ในที่เดียว และ Food Destination จุดหมายที่แท้จริงของนักชิมและนักช้อปอาหาร ที่รวมเมนูยอดฮิตไว้ครบในที่เดียวทั้งสลัดบาร์สดใหม่ ซูชิคุณภาพพรีเมียม อาซาอิโบลว์เพื่อสุขภาพ และน้ำผลไม้สกัดเย็นที่สดชื่นทุกแก้ว นอกจากนี้ยังมี Non-food Exclusive Items รวมสินค้าไอเท็มสุดเอ็กซ์คลูซีฟจากโซน LOOKS, Everclean, Baby & Me,  PET ‘N ME  และ I Love TH เพื่อเติมเต็มประสบการณ์การช้อปปิ้งให้ครอบคลุมทุกมิติในทุกไลฟ์สไตล์ ทั้งสินค้าอุปโภคและบริโภคและในที่เดียวกัน
  • Ultimate Shopping Experience: พลิกโฉมประสบการณ์การช้อปให้เหนือทุกความคาดหมาย ซึ่งประกอบด้วย
  • Dining & Specialty Brands นำเสนอ Dining Lifestyle โฉมใหม่ ผ่านโซน TOPS Eatery ที่รวบรวมร้านอาหารดังของไทยที่ได้รับการการันตีโดยมิชลินไกด์ ได้แก่ ครัวเจ๊ง้อ ข้าวมันไก่บุญตงกี่ ร้านเจ้แดงสามย่าน ถึงเจียงใหม่ คิทเช่น  และอีกมากมาย รวมถึงโซน The Baker Boulangerie & Patisserie ที่สร้างสรรค์ผลงานมาสเตอร์พีซของเบเกอรี่อาร์ติซาน พาสตรี กาแฟ และแซนด์วิช ที่ทำสดใหม่จากวัตถุดิบที่ดีที่สุด และอีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญคือ Eatery International การนำเสนอรสชาติอาหารสไตล์เมดิเตอร์เรเนียน ที่มาพร้อมกับ Champagne Bar สุดเอ็กซ์คลูซีฟสร้างประสบการณ์การดื่มด่ำครั้งใหม่ด้วยวิถีการรับประทานอาหารที่หรูหรา และเอ็กซ์คลูซีฟ ตลอดจน Fine Food Zone โซนพิเศษที่ยกระดับประสบการณ์ระดับเวิลด์คลาส ด้วยการคัดสรรวัตถุดิบและเมนูเอ็กซ์คลูซีฟที่หาไม่ได้จากที่อื่น ในราคาสุดคุ้มค่า 
  • Cultural & Themed Activities กิจกรรมที่หมุนเวียนตลอดทั้งปีที่จะช่วยเติมเต็มบรรยากาศ ใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง ทั้งกิจกรรมในธีมวัฒนธรรม แคมเปญ Discover ของประเทศต่าง ๆ รวมถึงเวิร์กช็อปและคลาสสุดพิเศษที่จัดขึ้นทุก 2 สัปดาห์ ไม่ว่าจะเป็น Cooking Class, Wine Tasting, Chef Demo หรือ Campaign Collaboration ที่พลิกการเดินช้อปปิ้งธรรมดา ให้กลายเป็นกิจกรรมที่แตกต่างของทุกไลฟ์สไตล์
  • Sensory-driven Experience มอบประสบการณ์การช้อปแบบ Immersive ผ่านประสาทสัมผัสทั้งห้า ไม่ว่าจะเป็น การมองเห็น (Sight) การได้ยิน (Sound) การลิ้มรส (Taste) การสัมผัส (Touch) และการได้กลิ่น (Smell) เพื่อให้ลูกค้าได้สนุกกับบรรยากาศที่แตกต่างและใช้เวลาอยู่ในร้านอย่างเพลิดเพลิน โดยเฉพาะมิติของการได้กลิ่น ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่ถูกนำมาใช้เพื่อสร้างบรรยากาศ โดยเริ่มใช้ในโซน The Baker กลิ่นหอมอบอวลของเบเกอรี่อบสดใหม่ที่ชวนหลงใหลไปทั่วทั้งโซน และ LOOKS ที่ดีไซน์กลิ่นซิกเนเจอร์เฉพาะตัวเพื่อถ่ายทอดเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใคร
  • Service Excellence & Personalization: เหนือกว่าด้วยการดูแลที่รู้ใจ โดยได้ยกระดับมาตรฐานการบริการสู่ความหรูหราขั้นสุด ด้วย Personalized Service การให้บริการที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าแต่ละคนโดยเฉพาะ ใส่ใจในทุกรายละเอียด เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ตรงใจที่สุด พร้อมด้วยทีม Personal Shopper ผู้ช่วยช้อปส่วนตัวที่คอยดูแลอย่างใกล้ชิด ให้คำแนะนำแบบเรียลไทม์ และคัดสรรสินค้าที่ตอบโจทย์รสนิยมเฉพาะของแต่ละคนได้อย่างครบถ้วน บริการเหล่านี้ไม่เพียงมอบความสะดวกสบาย หากยังสะท้อนถึงความเป็นเลิศด้านบริการที่แตกต่างและหรูหราอย่างแท้จริง

“ปัจจุบัน เรามีสาขาท็อปส์ ฟู้ด ฮอลล์ ทั่วประเทศจำนวน 22 สาขา (รวมสาขาล่าสุด ท็อปส์ ฟู้ด ฮอลล์ เซ็นทรัล พาร์ค) ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา เราได้เริ่มนำแนวคิด Food Fashion Department Store มายกระดับ ท็อปส์ (สาขาภายใต้ ท็อปส์ โลโก้สีแดง) ที่มีอยู่สู่ประสบการณ์ใหม่ในระดับเวิลด์คลาส ภายใต้ ท็อปส์ ฟู้ด ฮอลล์ อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นที่เซ็นทรัล พระราม 9 เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า และเซ็นทรัล แจ้งวัฒนะ โดยนับจากนี้ เราจะเดินหน้าในการยกระดับท็อปส์ ฟู้ด ฮอลล์ ภายใต้แนวคิด Food Fashion Department Store ในสาขาใหม่ๆ ที่จะเปิดเพิ่มเติมขึ้นในอนาคตหลังจากนี้ รวมไปถึงการปรับโฉมสาขาท็อปส์ ในบางสาขา สู่ท็อปส์ ฟู้ด ฮอลล์ เมื่อพบฐานโปรไฟล์ลูกค้า รวมถึงยอดใช้จ่ายที่เหมาะสมกับฟอร์แมตนี้ และจะเดินหน้าพัฒนาท็อปส์ ฟู้ด ฮอลล์ ภายใต้แนวคิด Food Fashion Department Store อย่างต่อเนื่องและไม่หยุดนิ่ง ตามเทรนด์และยุคสมัยปรับเปลี่ยนไป เพื่อให้ท็อปส์ ฟู้ด ฮอลล์ ได้ทำหน้าที่เสมือนห้างสรรพสินค้า ที่นำเสนอสินค้าและวัตถุดิบอาหารตามเทรนด์ ล้ำสมัย สะท้อนไลฟ์สไตล์ของผู้คน ด้วยเป้าหมายให้ท็อปส์ก้าวสู่การเป็น Food & Lifestyle Destination สำหรับทุกเจเนอเรชัน อย่างแท้จริง” นายสเตฟาน กล่าวสรุป

สัมผัสประสบการณ์ที่เหนือระดับกับ Food Fashion Department Store ที่ ท็อปส์ ฟู้ด ฮอลล์ เซ็นทรัล พาร์ค กำหนดเปิดให้บริการในวันที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2568 และสามารถเข้าใช้บริการได้ทุกวันตั้งแต่เวลา 09:00 น. ถึง 22:00 น. ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.tops.co.th, เฟซบุ๊กแฟนเพจ TopsThailand หรือแอปพลิเคชัน @TopsThailand

#TOPS #TOPSFOODHALL

#CENTRALPARK #FOODFASHIONDEPARTMENTSTORE

ท็อปส์ ในเครือเซ็นทรัล รีเทล รุกตลาดฟู้ดรีเทลต่อเนื่องกว่า 29 ปี จัดแคมเปญครบรอบฉลองยิ่งใหญ่ ส่งความสุขพร้อมคืนกำไรลูกค้า ยกทัพน้อง “ท็อปสเตอร์” บุกกลางกรุง สร้างปรากฏการณ์ ‘The Red Phenomenon’ ความสุขสีแดงล้นเมืองแห่งปี แจกคูปองส่วนลดสูงสุด 29%

กรุงเทพฯ 19 สิงหาคม 2568- ท็อปส์ ธุรกิจกลุ่มฟู้ด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล จุดพลุฉลองครบรอบ 29 ปีอย่างยิ่งใหญ่ ตอกย้ำศักยภาพความเป็นผู้นำธุรกิจซูเปอร์มาร์เก็ตของไทย แจกความสุขให้คนในประเทศด้วยกิจกรรมเปิดตัวแคมเปญยิ่งใหญ่กลางกรุง พร้อมโปรโมชั่นพิเศษคืนกำไรลูกค้า สร้างกระแสเปิดตัวแคมเปญใหญ่ประจำปี ผ่านกลยุทธ์ Character Marketing ส่งท็อปสเตอร์สร้างปรากฏการณ์ความสุขสีแดงล้นเมือง ภายใต้คอนเซ็ปต์ “The Red Phenomenon” นำทีมโดย ท็อปสเตอร์ ยักษ์ สูง 6 เมตร พร้อมเหล่ากองทัพท็อปสเตอร์ รวมทั้งหมด 48 ตัว ปลุกสีสันแลนด์มาร์กสีแดงใจกลางเมือง เนรมิตสกายวอล์กช่องนนทรีศูนย์กลางย่านเศรษฐกิจให้กลายเป็นจุดเช็กอินสุดตระการตา พร้อมส่งความสุขด้วยกิจกรรมแจกคูปองส่วนลดสุดคุ้มกว่า 2,900 ใบ ระหว่างวันที่ 18 – 22 สิงหาคม 2568 พร้อมปล่อยหมัดเด็ดด้วยส่วนลดสุดเอ็กซ์คลูซีฟแบบจัดเต็ม! ด้วยส่วนลดทั้งตะกร้าสูงสุด 29% จากแบรนด์พันธมิตรชั้นนำกว่า 119 แบรนด์ แถมด้วยคูปองส่วนลด On-Top ทั้งตะกร้า รวมมูลค่าสูงสุด 450 บาท ตั้งแต่วันที่ 20 สิงหาคม – 30 กันยายน 2568 และเตรียมพบกับบิ๊กเซอร์ไพรส์แห่งปีกับสุดยอด “ดีลลับ” ในวันที่ 29 สิงหาคม 2568 วันเดียวเท่านั้น 

นายสเตฟาน คูม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มฟู้ด เซ็นทรัล รีเทล กล่าวว่าตลอด 29 ปีที่ผ่านมา ท็อปส์ได้ขับเคลื่อนธุรกิจในฐานะผู้นำฟู้ดรีเทลโดยยึดหัวใจของลูกค้าเป็นสำคัญ (Customer Centric) สะท้อนผ่านการพัฒนาสินค้าและบริการที่ตอบโจทย์ความต้องการเพื่อให้ลูกค้าได้รับความพึงพอใจสูงสุด อาทิ ผู้บุกเบิกการพัฒนาระบบลอยัลตี้โปรแกรม SPOT Rewards เป็นเจ้าแรก, ผู้นำด้านความยั่งยืน ด้วยการริเริ่มนโยบาย No Bag และสนับสนุนเกษตรกรไทยผ่าน Jing Jai Farmers’ Market ตลาดนัดที่เชื่อมโยงผู้ผลิตท้องถิ่นกับผู้บริโภคโดยตรง, ตลอดจนผู้นำด้านการพัฒนารูปแบบร้านในหลากหลายโมเดลและช่องทางการจำหน่ายแบบ Omni-Channel อย่างเต็มรูปแบบเพื่อสร้างประสบการณ์การช้อปปิ้งแบบไร้รอยต่อ (Seamless Shopping Experience) ทั้งผ่านเครือข่ายสาขาที่ครอบคลุมทำเลสำคัญทั่วประเทศล่าสุดกว่า 752 แห่ง ควบคู่ไปช่องทางออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็น ท็อปส์ ออนไลน์, Quick Commerce, แพลตฟอร์ม Marketplace, Personal Shopper ผู้ช่วยช้อปส่วนตัวที่พร้อมดูแลแบบใกล้ชิด พร้อมกันนี้ เรายังให้ความสำคัญกับการเติบโตอย่างยั่งยืน ควบคู่กับการสร้างคุณค่าร่วมให้กับสังคม ผ่านการดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบต่อชุมชน สังคมและสิ่งแวดล้อม ภายใต้แนวคิด Small Acts Together และกลยุทธ์ ‘12 Missions to Sustainable Retail’ โดยเชื่อมั่นว่าความยั่งยืนจะเกิดขึ้นได้จากการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน”

“สำหรับปี 2568 ท็อปส์ได้เดินหน้ากลยุทธ์ T-O-P-S มุ่งพัฒนารูปแบบร้านและสร้างประสบการณ์ช้อปปิ้งที่เหนือระดับผ่านการเปิดตัวไฮบริดโมเดลรูปแบบใหม่ TOPS DAILY ร่วมกับ TOPS WINE CELLAR รวม 10 สาขา TOPS DAILY ร่วมกับ TOPS WINE CELLAR และ The Baker รวม 5 สาขา และ TOPS DAILY x LOOKS ที่เจาะกลุ่มลูกค้า Young & Mainstream อีก 2 สาขา การรีโนเวตสาขา TOPS เดิมสู่ฟอร์แมต TOPS FOOD HALL จำนวน 3 สาขาคือ เซ็นทรัล พระราม 9, เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า และเซ็นทรัล แจ้งวัฒนะ เพื่อยกระดับประสบการณ์ใหม่สู่การช้อปปิ้งสินค้าในระดับเวิล์ดคลาส ในสาขาที่มีศักยภาพรองรับลูกค้าต่างชาติและพรีเมี่ยม พร้อมประกาศรุกตลาด Own Brand อย่างจริงจังด้วยการขยายไลน์สินค้าในปีนี้เพิ่มอีกกว่า 500 รายการ จากเดิมประมาณ 5,000 รายการ พร้อมสร้างสัดส่วนรายได้ทะยานกว่า 20% ในปี 2568 รวมถึงการดำเนินการด้านความยั่งยืนทั้งด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมควบคู่กันไป

เนื่องในโอกาสที่ท็อปส์ได้ดำเนินธุรกิจในประเทศไทยครบรอบปีที่ 29 ในปีนี้ ท็อปส์ตั้งใจส่งมอบความสุขและคืนกำไรให้กับลูกค้าผ่านแคมเปญครั้งสำคัญประจำปี โดยดึงเอา Brand Asset ที่สำคัญได้แก่ มาสคอตที่รู้จักในนามของ ท็อปสเตอร์ มาเป็นจุดเริ่มต้นในการเรียกกระแสความสนใจของการเปิดตัวแคมเปญครบรอบ 29 ของท็อปส์ในปีนี้” 

นายจักรกฤษณ์  จตุปัญญาโชติกุล รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายการตลาด, ประชาสัมพันธ์ และกิจกรรมเพื่อสังคม บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล กล่าวว่า “ในปีที่ผ่านมา ท็อปส์ได้นำกลยุทธ์ Character Marketing มาใช้ในการทำการตลาดโดยมีการเปิดตัวมาสคอต ‘ท็อปสเตอร์’ เพื่อเป็นตัวแทนในการสร้างภาพจำ เชื่อมโยงและสื่อสารแบรนด์ให้สามารถเข้าถึงลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น โดยเริ่มสร้างบทบาทให้ท็อปสเตอร์ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของแบรนด์ในทุกๆ มิติที่แบรนด์ต้องการมีปฏิสัมพันธ์กับลูกค้า ส่งต่อให้เกิด Emotional Bonding ระหว่างแบรนด์กับลูกค้า ขับเคลื่อนการสร้าง ‘Brand Love’ ที่แข็งแกร่งและยั่งยืนในระยะยาว ทั้งผ่านการสื่อสารโปรโมชั่นและกิจกรรมด้านการตลาดต่างๆ” 

“โดยล่าสุด ในโอกาสพิเศษที่ท็อปส์ครบรอบ 29 ปี ในปีนี้ เราจึงเดินหน้าต่อยอดพลังของ ‘ท็อปสเตอร์’ ที่มาพร้อมกับคาแรกเตอร์ที่เต็มไปด้วยพลังบวก สนุกสนาน เป็นมิตรและเข้าถึงง่าย มาเป็นสื่อกลางในการจุดพลุเปิดตัวแคมเปญครั้งสำคัญของท็อปส์ในครั้งนี้ โดยนำมาสคอตท็อปสเตอร์และสีแดง สีประจำแบรนด์ มาเป็นตัวแทนส่งมอบความสุขให้กับผู้คนในโอกาสพิเศษ ผ่านปรากฏการณ์ครั้งสำคัญภายใต้คอนเซ็ปต์ “The Red Phenomenon” ส่งต่อความสุขสีแดงล้นเมือง กับกิจกรรมการจัดแสดงท็อปสเตอร์ยักษ์สูงกว่า 6 เมตร พร้อมมาสคอตในหลากหลายท่าทางและอริยาบถต่างๆ รวมทั้งสิ้น 48 ตัว บริเวณสกายวอล์กช่องนนทรี เพื่อสร้างสีสัน ความสนุก เปลี่ยนย่านธุรกิจใจกลางกรุงเทพฯ ให้เป็นจุดเช็คอินสำหรับถ่ายภาพ พร้อมมอบภารกิจให้ท็อปสเตอร์ด้วยการแจกคูปองพิเศษแจกคูปองส่วนลดแคมเปญฉลองครบรอบ 29 ปีของท็อปส์ กว่า 2,900 ใบ (จำนวนจำกัดเฉพาะผู้ร่วมกิจกรรม) ให้กับผู้ที่สัญจรผ่านไปมาในบริเวณดังกล่าว ให้ได้รับสิทธิพิเศษครั้งสำคัญนี้ก่อนใครในระหว่างวันที่ 18–22 สิงหาคม 2568 ตั้งแต่เช้าถึงเย็น 5 รอบต่อวัน เริ่ม 8:50 น. – 19:00 น. ณ บริเวณสกายวอล์กช่องนนทรี เท่านั้น”

นอกจากการการนำเอามาสคอตท็อปสเตอร์มาสร้างกระแสการเปิดตัวแคมเปญ ครบรอบ 29 ปีของท็อปส์ผ่านการจัดกิจกรรมอีเวนท์แล้ว ยังต่อยอดการใช้ Character Marketing เชื่อมโยงแบรนด์ให้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของผู้คนผ่านโลกออนไลน์ด้วยการ การเปิดตัว TOPSTER LINE Sticker เป็นครั้งแรก ทั้งผ่าน TOPS Thailand และ TOPS DAILY  โดยรวบรวมแคแรกเตอร์ความน่ารัก ขี้เล่น และสดใสของน้องท็อปสเตอร์รวม 16 แอคชั่น สุดน่ารัก โดยสามารถเป็นเจ้าของ สามารถดาวน์โหลด TOPSTER LINE Sticker ได้ฟรีผ่านแอปพลิเคชัน LINE เริ่มตั้งแต่ 19 สิงหาคม – 17 กันยายน 2568 นี้ เท่านั้น 

สำหรับหน้าร้าน เนื่องในโอกาสครบรอบพิเศษ 29 ปี ท็อปส์ ยังผลิตน้ำดื่มรุ่นลิมิเต็ด เอดิชั่น ฉลากลายหน้า ท็อปสเตอร์ หลากหลายอารมณ์ รวม 4 แบบ เพื่อให้ท็อปสเตอร์เป็นตัวแทนบอกความรู้สึกส่งต่อให้แก่ผู้รับ ผ่านขวดน้ำดื่มติดฉลากแบรนด์ภายใต้ Own Brand “TOPS” มาจำหน่ายในโอกาสพิเศษ สินค้ามีจำนวนจำกัด จำหน่ายแล้ววันนี้ ที่ท็อปส์และ ท็อปส์ เดลี่ เฉพาะสาขาที่ร่วมรายการ

โดยกิจกรรมต่างๆ ที่จัดขึ้น ทั้งอีเวนท์การตลาด “The Red Phenomenon” ทัพมาสคอตส่งต่อความสุขสีแดงล้นเมือง การเปิดตัว TOPSTER LINE Sticker หรือน้ำดื่มท็อปส์หน้าท็อปสเตอร์ ถือเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมส่งเสริมการตลาด เพื่อฉลองครบรอบ 29 ปี พร้อมกันนี้ ยังมอบโปรโมชั่นสุดพิเศษครั้งประวัติศาสตร์ จัดเต็มส่วนลดสุดเอ็กซ์คลูซีฟ แบบไม่เคยมีมาก่อน พร้อมให้ช้อปสนุก คุ้มสุด และฟินสุดในทุกช่องทาง ตั้งแต่หน้าร้านจนถึงออนไลน์ โอกาสครั้งเดียวในรอบปีที่ลูกค้าท็อปส์ตัวจริงห้ามพลาด!

  • เพียงช้อปครบทุก 600 บาท ที่ท็อปส์ ฟู้ด ฮอลล์, ท็อปส์, ท็อปส์ ออนไลน์, ท็อปส์แคร์ (TOPS CARE), เพ็ทแอนด์มี (PET N’ME) หรือ ช้อปครบทุก 100 บาท ที่ท็อปส์ เดลี่ รับทันทีสมุดคูปองส่วนลด 1 ใบ ที่มอบส่วนลดทั้งตะกร้าสูงสุด 29% จากแบรนด์พันธมิตรชั้นนำกว่า 119 แบรนด์ เสริมส่วนลดเพิ่มเติม ด้วยคูปองส่วนลด On-Top ทั้งตะกร้า รวมมูลค่าสูงสุด 450 บาท โดยสามารถรับคูปองฉลอง 29 ปี ได้ที่จุดบริการทุกสาขา 
  • ตั้งแต่วันที่ 20 สิงหาคม – 30  กันยายน 2568 (ระยะเวลาแจกและใช้คูปอง แบ่งเป็น 2 รอบ รอบที่ 1 วันที่ 20 สิงหาคม – 16 กันยายน 2568 และรอบที่ 2 วันที่ 17-30 กันยายน 2568)
  • พิเศษ! สำหรับลูกค้าที่ช้อปครบตามเงื่อนไขและได้รับคูปองตั้งแต่วันที่ 20 – 28 สิงหาคม 2568 (รายละเอียดเป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนด) เท่านั้น เตรียมพบกับสุดยอด “ดีลลับ” วันที่ 29 สิงหาคม 2568 วันเดียวเท่านั้น เช็คสิทธิ์ได้ที่ TOPS My Rewards ในไลน์ออฟฟิเชียล TOPS Thailand, TOPS FOOD HALL และ TOPS DAILY ห้ามพลาดเด็ดขาด! 

“เนื่องในโอกาสครบรอบ 29 ปี ท็อปส์ขอมอบความคุ้มค่าครั้งยิ่งใหญ่กว่าที่เคยเพื่อแทนคำขอบคุณลูกค้าทุกคนที่ให้ความเชื่อมั่นและสนับสนุนเรามาโดยตลอด ทั้งนี้ความสำเร็จตลอด 29 ปี ถือเป็นบทพิสูจน์ถึงความไว้วางใจที่ผู้บริโภคและสังคมไทยมีต่อท็อปส์ ที่เกิดจากความร่วมมืออันแข็งแกร่งของพันธมิตรธุรกิจ ความทุ่มเทของพนักงานทุกคนที่มุ่งสู่เป้าหมายเดียวกัน และความผูกพันจากลูกค้าที่เป็นหัวใจหลัก ซึ่งนับเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ท็อปส์มุ่งทำให้ทุกวันให้กลายเป็นวันที่ไม่ธรรมดา เต็มไปด้วยแรงบันดาลใจ และประสบการณ์ใหม่ๆ ตามแนวคิด ‘Every Day DISCOVERY” นายสเตฟาน  กล่าวสรุป

ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.tops.co.th, เฟซบุ๊กแฟนเพจ TopsThailand หรือแอปพลิเคชัน @TopsThailand

#TOPS #DiscoveryEveryDay #29thAnniversary

ท็อปส์ ในเครือเซ็นทรัล รีเทล เปิด“ตลาดจริงใจ Farmers’ Market สัญจร” กลางเมืองคอน ยกทัพขบวนสินค้าเด็ดจากเกษตกรทั่วไทยกว่า 40 ร้าน มาให้ ชม ชิม ช้อป แบบจุใจ เริ่มวันนี้ถึง 21 ส.ค. นี้ เท่านั้น!

นครศรีธรรมราช, 16 สิงหาคม 2568ท็อปส์ ธุรกิจกลุ่มฟู้ด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล เปิดพื้นที่สนับสนุนเกษตรกรท้องถิ่น เดินหน้าจัดงาน “ตลาดจริงใจ Farmers’ Market สัญจร” ณ เซ็นทรัล นครศรีพร้อมชวนชาวนครฯ และนักท่องเที่ยวร่วมอุดหนุนสินค้าจากท้องถิ่นทั่วไทย ไม่ว่าจะเป็นผลผลิตทางการเกษตรปลอดภัย อาหารพร้อมรับประทาน สินค้า GI และของดีประจำถิ่น รวมกว่า 40 ร้านค้า จาก 23 จังหวัดทั่วไทย ตั้งแต่วันนี้ –21 สิงหาคม 2568 ณ บริเวณลานกิจกรรม ชั้น 1  (โซน P1A) ศูนย์การค้าเซ็นทรัล นครศรี                   

สำหรับกิจกรรมครั้งนี้นับเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ “จริงใจ Farmers’ Market” ซึ่งเป็นพื้นที่ให้เกษตรกรนำผลผลิตทางการเกษตรปลอดภัยและสินค้าชุมชนมาจำหน่ายโดยตรงแก่ผู้บริโภค อีกทั้งยังเป็นการสร้างรายได้ให้เกษตรกรและกระตุ้นเศรษฐกิจในชุมชนอีกด้วย ปัจจุบัน จริงใจ Farmers’ Market มีสมาชิกในโครงการกว่า 12,300 ครัวเรือน และมีจำนวนกว่า 32 สาขา 28 จังหวัด ทั่วประเทศ 

ทั้งนี้ ในวันเปิดงาน (15 ส.ค. 68) ได้รับเกียรติจาก นายปัญญา ประดิษฐสาร เกษตรจังหวัดนครศรีธรรมราช สำนักงานเกษตรและสหกรณ์ จังหวัดนครศรีธรรมราช, นายจิรวัฒน์ ปลอดวงศ์ หัวหน้าหน่วยงาน สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครศรีธรรมราช, นางเดือนเพ็ญ ศรีเพชร ประธานหอการค้าจังหวัดนครศรีธรรมราช, นางสาวสุดาทิพย์ ซู่ระวัง  เจ้าพนักงานอบรมและฝึกวิชาชีพปฏิบัติงาน ศูนย์พัฒนาศักยภาพและอาชีพคนพิการจังหวัดนครศรีธรรมราช และ นายอติชาต ชูกำเนิด ผู้จัดการฝ่ายการตลาด ศูนย์การค้าเซ็นทรัล นครศรี ร่วมงานและเยี่ยมชมสินค้าภายในงาน โดยมีผู้บริหารของบริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด นายภานุวัฒน์ ทาโคตร ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการอาวุโส พื้นที่ภาคใต้, นายมลชัย พิจารณ์ ผู้อำนวยการเขต พร้อมด้วย นางสาวสุมลฑา ศรีคำนวน, ผู้อำนวยการฝ่ายจัดซื้อท้องถิ่นและจริงใจ ฟาร์มเมอร์ มาร์เก็ต ให้การต้อนรับ 

สำหรับสินค้าภายในงานครั้งนี้ไม่ได้มีดีเพียงภูมิปัญญาจากท้องถิ่น แต่ยังสะท้อนความหลากหลายของรสชาติและความคิดสร้างสรรค์ในการพัฒนาสินค้าจากผู้ประกอบการ วิสาหกิจชุมชน และผู้ประกอบการทั่วประเทศ ที่พร้อมให้ผู้ร่วมงานได้ลิ้มลองและเลือกสรรกันแบบจุใจ ไม่ว่าจะเป็น

  • ความสดชื่นและความสดใหม่จากต้นทาง คัดผลผลิตจากสวนสู่ตลาดด้วยความใส่ใจ กับผลไม้คุณภาพที่คัดสรรอย่างพิถีพิถัน อาทิ อโวคาโดสายพันธุ์หายากอย่างปีเตอร์สันและวาเลนไทน์จาก Grande Farm อโวคาโดปากช่อง จ.นครราชสีมา ที่โดดเด่นด้วยเนื้อสัมผัสเนียนนุ่ม รสชาติหวานมันคล้ายครีม ชวนรับประทาน พร้อมด้วย GI สับปะรดภูเก็ต จากวิสาหกิจชุมชน จ.ภูเก็ต ที่มีรสหวานแหลมอมเปรี้ยว สีเหลืองสดทั้งผล มาพร้อมกลิ่นหอมเฉพาะตัว และเนื้อในกรอบอร่อย ปิดท้ายด้วยทุเรียนหมอนทอง จากวิสาหกิจชุมชนทุเรียนภูบรรทัด จ.พัทลุง ที่เติบโตบนผืนดินอุดมสมบูรณ์ของเทือกเขาบรรทัด จนให้ผลผลิตที่หวานมัน กลมกล่อม เนื้อแน่น เต็มเปี่ยมด้วยคุณภาพ
  • สดจากแปลง ปลูกด้วยใจ เพื่อสุขภาพที่ดีในทุกวัน ด้วยสินค้าจากร้านไทไทแบรนด์ จ.แม่ฮ่องสอน ไม่ว่าจะเป็น GI ถั่วลายเสือ รสชาติมันหวาน เนื้อแน่นกรอบ เมล็ดใหญ่โดดเด่นด้วยลายสีม่วงคล้ายลายเสือ อัดแน่นด้วยคุณค่าทางโภชนาการ หรือจะเป็นงาม้อนคั่ว ที่อุดมไปด้วยกรดไขมันดีและสารอาหารจำเป็นต่อ ตอบโจทย์สายรักสุขภาพที่ต้องการความอร่อยและดีต่อร่างกายในเวลาเดียวกัน
  • รวมของอร่อยพร้อมรับประทาน ที่มอบทั้งความอิ่มท้องและอิ่มใจในทุกคำ ไม่ว่าจะเป็น GI หมูย่างเมืองตรังโกด้วง ตำนานความอร่อยกว่า 100 ปี ที่ขึ้นชื่อเรื่องเนื้อแน่น หนังกรอบ หอมหวานละมุน สายเส้นต้องไม่พลาด ถ้อยถวิลผัดไทยโคราช จ.นครราชสีมา ให้รสเข้มข้น พร้อมเส้นเหนียวนุ่ม ปรุงง่าย อร่อยเหมือนไปถึงถิ่น หรือจะเป็น ก๋วยจั๊บฮาลอง จ.อุบลราชธานี ด้วยเส้นเหนียวนุ่มและน้ำซุปกลมกล่อมกำลังดี สายแซ่บต้องลอง น้ำจิ้มแจ่วฮ้อนจากอภิรมย์ จ.ขอนแก่น ที่จัดจ้านครบรส เผ็ด เปรี้ยว หวาน เพิ่มรสชาติให้ทุกจานได้อร่อยยิ่งขึ้น 
  • จะกินเล่นก็เพลิน หรือจะซื้อเป็นของฝากก็ประทับใจ กับหลากหลายของอร่อยจากชุมชนทั่วไทย เริ่มจาก GI กล้วยตากบางกระทุ่มแม่โสม จ.พิษณุโลก ที่หอม นุ่ม หวานธรรมชาติจากกล้วยน้ำว้าแท้ ต่อด้วย GI ปลาช่อนแม่ลาแดดเดียว วิสาหกิจชุมชนถนอมอาหารจากปลาบ้านตราชู จ.สิงห์บุรี โดดเด่นด้วยเนื้อหวานมัน กลิ่นหอมเฉพาะตัว ทอดแล้วกรอบนอกนุ่มใน เคี้ยวเพลินไปกับ แมคคาเดเมีย จากวิสาหกิจชุมชนกลุ่มแปรรูปมะคาเดเมียดอยช้าง จ.เชียงราย ก็กรอบ มัน เมล็ดใหญ่ ได้มาตรฐาน OTOP 5 ดาว พร้อมด้วย อินทผลัมผลแห้ง จาก ๑๐๐๐ พฤกษาฟาร์ม จ.บุรีรัมย์ ที่หวานธรรมชาติแต่ไม่กระตุ้นอินซูลิน ปิดท้ายด้วย หมูแปรรูป จ.นครปฐม เนื้อแน่น มันน้อย เหมาะทั้งรับประทานเองหรือมอบเป็นของฝากคุณภาพ 

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการจำหน่ายสินค้าท้องถิ่นที่สะท้อนเจตนารมณ์ของการส่งเสริมชุมชนอย่างยั่งยืน โดยทุกชิ้นล้วนเปี่ยมไปด้วยเรื่องราวและคุณค่าจากผู้คนในท้องถิ่น อาทิ สินค้าหัตถกรรมจากกลุ่มคนพิการ กระเป๋ากระจูด และผ้าปาเต๊ะ จากศูนย์พัฒนาศักยภาพและอาชีพคนพิการ จังหวัดนครศรีธรรมราช รวมถึงสินค้าชุมชนอื่น ๆ ที่ถูกรังสรรค์ขึ้นจากฝีมือและหัวใจของผู้คนในพื้นที่ เพื่อสร้างรายได้และโอกาสให้กับชุมชนอย่างแท้จริง ท็อปส์ยังคงยืนหยัดเคียงข้างเกษตรกรไทยอย่างต่อเนื่อง พร้อมส่งเสริมการบริโภคสินค้าเกษตรคุณภาพจากท้องถิ่น และกระจายผลผลิตสู่ผู้บริโภค เพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจฐานรากให้เติบโตอย่างยั่งยืน สอดคล้องกับกลยุทธ์ ‘12 Missions to Sustainable Retail’ และแนวคิด ‘Small Acts Together’ ที่เชื่อว่าพลังเล็ก ๆ จากทุกภาคส่วนสามารถขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ให้เกิดขึ้นได้จริง

ชวนชิมและช้อปสินค้าคุณภาพ อาหารพร้อมทานหลากหลายรายการ ร่วมสนับสนุนเกษตรกรและผู้ประกอบการชุมชนได้ที่ “ตลาดจริงใจ Farmers’ Market สัญจร” ช้อปของดี ส่งตรงจากชุมชนทั่วไทย ตั้งแต่วันนี้ – 21 สิงหาคม 2568 ณ บริเวณลานกิจกรรม ชั้น 1  (โซน P1A) ศูนย์การค้าเซ็นทรัล นครศรี                          

ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.tops.co.th, เฟซบุ๊ก TOPS Thailand, หรือแอปพลิเคชันไลน์ @TopsThailand

#TOPS #EveryDayDISCOVERY #JingJaiFarmersMarket

ท็อปส์ ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ส่งแคมเปญ “Pretty Ugly Bag” กระเป๋าไม่สวยแต่ช่วยโลกได้ อัปไซเคิลป้ายไวนิลเก่าสู่กระเป๋าช้อปปิ้งที่ดีต่อใจ-ดีต่อโลก พร้อมสิทธิ์เปลี่ยนใบใหม่ฟรีตลอดชีวิต

กรุงเทพฯ 13 สิงหาคม 2568- ท็อปส์ ธุรกิจกลุ่มฟู้ด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ต่อยอดแนวคิดรักษ์โลกอย่างยั่งยืน เปิดตัวแคมเปญ “Pretty Ugly Bag” กระเป๋าไม่สวยแต่ช่วยโลกได้ หนุนเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าที่สุด ด้วยการอัปไซเคิลป้ายไวนิลเก่าใช้แล้วจากร้านท็อปส์ เดลี่ สู่กระเป๋าช้อปปิ้งใบใหม่ที่สื่อสารความตั้งใจของการช่วยโลก พร้อมสิทธิ์เปลี่ยนใบใหม่ฟรีตลอดชีวิต เมื่อชำรุดจากการใช้งานจริง ตั้งเป้าเฟสแรกผลิตกระเป๋าจากไวนิลเก่าที่ใช้งานแล้วบริเวณหน้าร้านท็อปส์ เดลี่ จำนวนกว่า 20,400 ใบ ช่วยลดปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ 2.87 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ตอกย้ำพันธกิจด้านความยั่งยืนของ ท็อปส์ในการขับเคลื่อนธุรกิจด้วยความรับผิดชอบต่อสังคม สิ่งแวดล้อม และสร้างคุณค่าใหม่จากวัสดุเหลือใช้อย่างเป็นรูปธรรม โดยเฟสแรกจะเริ่มจำหน่ายที่ท็อปส์ เดลี่ ใน 10 สาขา ในกรุงเทพฯ และนนทบุรี ในราคาเพียง 89 บาท ตั้งแต่วันนี้ – 30 กันยายน 2568 หรือจนกว่าสินค้าจะหมด และคาดว่าจะจำหน่ายต่อเนื่องในเฟสที่สองตั้งแต่เดือนตุลาคม 2568 เป็นต้นไป

นายจักรกฤษณ์  จตุปัญญาโชติกุล รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายการตลาด, ประชาสัมพันธ์ และกิจกรรมเพื่อสังคม บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล กล่าวว่า “ปัจจุบันขยะพลาสติกยังคงเป็นปัญหาสำคัญของประเทศไทย โดยรายงานจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมระบุว่าในปีที่ผ่านมาประเทศไทยมีปริมาณขยะพลาสติกสูงกว่า 2.88 ล้านตัน ท็อปส์ ในฐานะผู้นำธุรกิจค้าปลีกด้านอาหารของไทยที่ขับเคลื่อนธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ ให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมในทุกมิติ  โดยมีนโยบายการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งการลดใช้ทรัพยากร (Reduce) การนำกลับมาใช้ซ้ำ (Reuse) และการนำกลับมาใช้ใหม่ (Recycle) ที่ถูกพัฒนาขึ้นเป็นโครงการด้านสิ่งแวดล้อมต่างๆ มากมาย ล่าสุด ได้จัดแคมเปญพิเศษขึ้นเพื่อรณรงค์ให้ทุกคนหันมาปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า โดยนำวัสดุจากป้ายไวนิลโฆษณาหน้าร้านท็อปส์ เดลี่ ภายหลังจากใช้งานแล้วซึ่งมีจำนวนถึง 10,248 ชิ้นต่อปี มาอัปไซเคิลใหม่เพิ่มมูลค่าให้กับไวนิลที่ใช้แล้วเป็นกระเป๋าสำหรับใส่ของ ภายใต้ชื่อ  ‘Pretty Ugly Bag’ กระเป๋า ไม่สวย แต่ช่วยโลกได้ โดยตั้งเป้าในเฟสแรกจะนำร่องนำไวนิลที่ใช้แล้วจำนวนประมาณ 50% จากไวนิลทั้งหมดมาทำเป็นกระเป๋ากว่า 20,400 ใบ พร้อมสื่อสารแนวคิดของกระเป๋าที่เปรียบเสมือนสัญลักษณ์ของความรักษ์โลกที่ถึงแม้ว่าจะทำจากวัสดุที่ใช้แล้วและอยู่ในสภาพที่ไม่สวยและเก่า แต่ก็แข็งแรง ทนทานและมีเอกลักษณ์เฉพาะในแต่ละใบที่ต่างกัน สร้างความภาคภูมิใจให้ผู้ที่ถือกระเป๋าดังกล่าวว่าเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยสร้างโลกใบนี้ให้ยั่งยืน” 

สำหรับ “Pretty Ugly Bag” กระเป๋าไม่สวยแต่ช่วยโลกได้ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Ugly Bag, Pretty World” กระเป๋าที่ทำจากป้ายไวนิลโฆษณาที่เลิกใช้งานแล้ว จัดวางจำหน่ายในราคา 89 บาท พร้อมสิทธิ์เปลี่ยนใบใหม่เมื่อชำรุดจากการใช้งานจริงได้ฟรีตลอดชีวิต ที่ท็อปส์ เดลี่ จำนวน 10 สาขา ในกรุงเทพฯ และนนทบุรี ได้แก่ สาขาเดอะซีซัน พหลโยธิน 1, สาขาสำนักงานเซ็นทรัลเวิลด์, สาขาสุขุมวิท 33, สาขาซันพลาซ่า, สาขาซัมเมอร์ฮิลล์, สาขาเคแอล วิลลา ลาดกระบัง, สาขาศูนย์ราชการ, สาขาเดอะไลท์เฮ้าส์, สาขาเรสซิเดนท์ ทองหล่อ และสาขาสำนักงานใหญ่  เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล (เซ็นทรัลแจ้งวัฒนะ ชั้น 17) 

โครงการ “Pretty Ugly Bag” กระเป๋าไม่สวยแต่ช่วยโลกได้ เป็นหนึ่งในโครงการด้านสิ่งแวดล้อมของท็อปส์  ดำเนินงานภายใต้กลยุทธ์ ‘12 Missions to Sustainable Retail’ เพื่อบรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืน พร้อมลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิให้เป็นศูนย์ภายในปี 2593 มีแนวทางที่กระตุ้นให้ทุกคนมีส่วนร่วมเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ให้กับโลกตามแนวคิด “Small Acts Together” ทั้งนี้ การนำไวนิลเก่ามาอัปไซเคิลเป็นกระเป๋าในโครงการนี้ จะสามารถช่วยลดปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึง 2.87 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลจาก ResearchGate  ที่ระบุว่าการอัปไซเคิลป้ายไวนิลสามารถลดการปล่อยคาร์บอนได้มากถึง 78% เมื่อเทียบกับการผลิตจากวัสดุใหม่

“ท็อปส์มุ่งมั่นขับเคลื่อนธุรกิจในทุกมิติ ทั้งการสรรหาสินค้าด้วยความรับผิดชอบ การสร้างคุณค่าให้กับผู้บริโภค และการดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนผ่านโครงการด้านสิ่งแวดล้อมต่างๆ มากมาย โดยก่อนหน้านี้ในปี 2561 ท็อปส์ ได้มีการประกาศงดให้ถุงหูหิ้วพลาสติกสำหรับใส่สินค้า นับเป็นค้าปลีกรายแรกที่ริเริ่มการขับเคลื่อนเรื่องการลดการใช้ถุงพลาสติกในร้านค้าปลีกอย่างจริงจัง อีกทั้งยังติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ในสาขา สแตนด์อโลน การใช้ตู้เย็นประหยัดพลังงานที่ลดการใช้ไฟได้ถึง 35% การใช้รถขนส่งพลังงานไฟฟ้า การปรับบรรจุภัณฑ์เบียร์จากขวดแก้วสู่กระป๋องอะลูมิเนียมบนเกาะพะงัน รวมถึงโครงการส่งต่ออาหารส่วนเกินสู่ชุมชน ที่ต้องการทั่วประเทศ เพื่อให้ทุกก้าวที่เราทำเกิดผลลัพธ์ที่ดีต่อผู้คนและโลกอย่างแท้จริง” นายจักรกฤษณ์ กล่าวสรุป

ร่วมรักษ์โลกไปกับท็อปส์ได้แล้ววันนี้! ช้อปกระเป๋า “Pretty Ugly Bag” ได้ที่ท็อปส์ เดลี่ ทั้ง 10 สาขา ในราคาเพียง 89 บาท สามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.tops.co.th, เฟซบุ๊ก Tops Thailand, หรือแอปพลิเคชันไลน์ @TopsThailand

#TOPS #PRETTYUGLYBAG

ท็อปส์ ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ร่วมมือกรมการค้าภายใน และศูนย์ AFC หอการค้าไทยรับซื้อกระท้อน จ.สระแก้ว

กรุงเทพฯ 7 กรกฎาคม 2568 – ท็อปส์ ธุรกิจกลุ่มฟู้ด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล จับมือกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ และศูนย์ประสานงานและประชาสัมพันธ์สินค้าเกษตรและอาหาร (ศูนย์ AFC) หอการค้าไทย รับซื้อกระท้อนจากกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์ อาหารดี ปลอดภัย บ้านวังรี จ.สระแก้ว รวม 2 ตัน ผ่านการบูรณาการร่วมกันของภาครัฐ นำโดยกระทรวงพาณิชย์และภาคเอกชน โดยรับซื้อผลผลิตจากเกษตรกรผู้ปลูกกระท้อน ในส่วนที่ไม่สามารถจำหน่ายให้แก่กัมพูชาได้จากมาตรการควบคุมเวลาเปิด-ปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชา อีกทั้งยังวางแผนเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากอย่างเป็นรูปธรรม ด้วยการรับซื้อผลไม้จากเกษตรกรไทยอีกกว่า 8,000 ตัน ตลอดปี 2568 พร้อมเดินหน้าจัดแคมเปญ “Thai Fruit Festival 2025 By DIT” เพื่อส่งเสริม และกระตุ้นการบริโภคผลไม้คุณภาพในประเทศ ที่ท็อปส์, ท็อปส์ ฟู้ด ฮอลล์ และ ท็อปส์ เดลี่ กว่า 690 สาขา ทั่วประเทศ รวมถึง “ตลาดจริงใจ Farmers’ Market” จำนวน 32 สาขา ตั้งแต่วันนี้ – 31 สิงหาคม 2568

นายสเตฟาน คูม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มฟู้ด เซ็นทรัล รีเทล กล่าวว่า “ท็อปส์ ผู้นำค้าปลีกที่เคียงข้างสังคมไทยในทุกช่วงเวลา มีนโยบายในการสนับสนุนเกษตรกรไทยมาโดยตลอด และจากมาตรการควบคุมเวลาเปิด-ปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชา กระทรวงพาณิชย์และศูนย์ AFC หอการค้าไทย ได้ประสานห้างค้าส่ง-ค้าปลีก  เพื่อช่วยรองรับผลผลิตทางการเกษตรกรณีเหลือตกค้าง และไม่สามารถส่งออกได้ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชาได้ ทั้งนี้ เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนดังกล่าว ท็อปส์จึงได้ร่วมมือกับกรมการค้าภายในและศูนย์ AFC หอการค้าไทย รับซื้อกระท้อนกว่า 2 ตัน จากกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์ อาหารดี ปลอดภัย บ้านวังรี จ.สระแก้ว และวางแผนกระจายกระท้อนไปจำหน่ายยังสาขาต่างๆ ของท็อปส์ เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยแก้ปัญหา ให้การสนับสนุนเกษตรกร อีกทั้งยังเปิดโอกาสให้คนไทยได้สามารถเข้าถึงกระท้อนคุณภาพดีไปพร้อมกันอีกด้วย

ขณะเดียวกัน ภาพรวมผลไม้ฤดูกาลไทยในปีนี้ยังคงเผชิญความท้าทายด้านการจำหน่ายผลไม้เช่นกัน โดยข้อมูลจากศูนย์วิจัยกสิกรไทยพบว่า กลุ่มผลไม้เศรษฐกิจหลักอย่าง ทุเรียน มังคุด และลำไย ที่คาดว่าผลผลิตรวมจะสูงถึง 3.66 ล้านตัน เพิ่มขึ้นกว่า 21.8% จากปีก่อน และสูงกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต (ปี 2563-2566) ถึง 1.2 เท่า ในขณะที่ยอดขายผลไม้เศรษฐกิจหลักของไทยในปี 2568 คาดว่าจะลดลง 4.8% ด้วยปัจจัยหลักทางด้านราคา ผลผลิตผลไม้เพิ่มมากขึ้น ในขณะที่ความต้องการบริโภคที่มีจำกัด ส่งผลให้ราคาผลไม้ปรับลดลง  ท็อปส์จึงได้ร่วมมือกับกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ และศูนย์ AFC หอการค้าไทย ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการรับซื้อผลผลิตจากเกษตรกร และผลักดันการกระจายผลไม้ไทยคุณภาพสู่ผู้บริโภคทั่วประเทศ ผ่านแคมเปญ ‘Thai Fruit Festival 2025 By DIT’ เพื่อช่วยพยุงราคาผลไม้ ส่งเสริมการบริโภค และสนับสนุนรายได้ของเกษตรกรไทยอย่างต่อเนื่อง โดยโอกาสนี้ จึงอยากจะเชิญชวนทุกคนร่วมอุดหนุนผลไม้ไทยคุณภาพเพื่อเป็นกำลังใจให้เกษตรกรไทยเติบโตอย่างยั่งยืนไปด้วยกัน”

สำหรับกระท้อนที่ท็อปส์ได้นำร่องรับซื้อจากเกษตรกรกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์ อาหารดีปลอดภัย บ้านวังรี (ไร่ดีต่อใจ) อ.วัฒนานคร จ.สระแก้ว เป็นกระท้อนสายพันธุ์อีล่า ปลูกในจังหวัดสระแก้วมีจุดเด่นที่ผลมีขนาดใหญ่ เนื้อหนาและฟู รสชาติหวานอมเปรี้ยว และมีกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ ในแต่ละปีจะมีผลผลิตประมาณ 600 ตัน และส่งออกไปยังกัมพูชาประมาณ 100 ตัน และจากมาตรการควบคุมเวลาเปิด-ปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชา ทำให้มีกระท้อนเหลือคงค้าง   ท็อปส์จึงได้ร่วมมือกับกรมการค้าภายในและศูนย์ AFC หอการค้าไทย รับซื้อกระท้อนจากกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์ อาหารดี ปลอดภัย บ้านวังรี (ไร่ดีต่อใจ) จำนวน 2 ตัน เพื่อบรรเทาสถานการณ์ดังกล่าวนี้ให้แก่เกษตรกร 

นอกจากนี้ ท็อปส์ยังให้ความสำคัญกับการส่งเสริมและประชาสัมพันธ์การบริโภคผลไม้ไทยตามฤดูกาล โดยร่วมมือกับกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ และศูนย์ AFC หอการค้าไทย จัดแคมเปญ ‘Thai Fruit Festival 2025 By DIT’ คัดสรรผลไม้ไทยคุณภาพเยี่ยมจากแหล่งผลิตทั่วประเทศ อาทิ ทุเรียน มังคุด เงาะ ลำไย แตงโม สับปะรด อะโวคาโด ลองกอง พร้อมจัดโปรโมชั่นพิเศษเพื่อกระตุ้นการขาย ตั้งแต่วันนี้ – 31 สิงหาคม 2568 ที่ท็อปส์, ท็อปส์ ฟู้ด ฮอลล์ และ ท็อปส์ เดลี่ กว่า 690 สาขาทั่วประเทศ รวมถึง “ตลาดจริงใจ Farmers’ Market” จำนวน 32 สาขา 

โดยในปี 2568 ท็อปส์มีแผนรับซื้อผลไม้จากเกษตรกรกว่า 8,000 ตัน เพิ่มขึ้น 15% จากปีก่อนพร้อมส่งเสริมช่องทางการขายด้วยการกระจายสินค้าผ่านร้านท็อปส์, ท็อปส์ ฟู้ด ฮอลล์ และ ท็อปส์ เดลี่ รวมถึง “ตลาดจริงใจ Farmers’ Market” เพื่อให้เกษตรกรท้องถิ่นนำผลไม้มาจำหน่ายโดยตรงถึงมือผู้บริโภคลดขั้นตอนคนกลาง เชื่อมโยงผู้ผลิตกับผู้บริโภคอย่างใกล้ชิด และสร้างรายได้ที่มั่นคงและยั่งยืน

“ท็อปส์ ยืนหยัดเคียงข้างเกษตรกรไทย สนับสนุนเศรษฐกิจฐานราก ผ่านความร่วมมือกับภาครัฐและภาคเอกชนในการกระจายผลผลิตและส่งเสริมการบริโภคผลไม้ไทยคุณภาพ สอดคล้องกับกลยุทธ์‘12 Missions to Sustainable Retail’ และแนวคิด ‘Small Acts Together’ ที่เชื่อว่าพลังเล็ก ๆ ของทุกคนสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ได้” นายสเตฟาน กล่าวปิดท้าย

ร่วมสนับสนุนเกษตรกรไทยและลิ้มรสผลไม้ไทยคุณภาพเยี่ยม โดยสามารถสนับสนุนการซื้อและบริโภคผลไม้จากเกษตรกรไทยได้ตลอดปี ที่ท็อปส์, ท็อปส์ ฟู้ด ฮอลล์ และ ท็อปส์ เดลี่ รวมถึง “ตลาดจริงใจ Farmers’ Market” ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.tops.co.th, เฟซบุ๊ก TopsThailand, หรือ แอปพลิเคชันไลน์ @TopsThailand

#TOPS #EveryDayDISCOVERY #SupportThaiFruits #SupportThaiFarmers

ท็อปส์ ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ผนึก เครือรพ.สมิติเวช เปิดเกมรุกขยายฐานลูกค้าใหม่ ชูกลยุทธ์ Cross-Industrial Collaboration มอบสิทธิพิเศษให้ลูกค้าข้ามธุรกิจ ผสานค้าปลีก-สุขภาพ สร้างแบรนด์ผ่านคอนเทนต์ เจาะกลุ่มคนรักสุขภาพ #เราไม่อยากให้ใครป่วย

กรุงเทพฯ 1 กรกฎาคม 2568 – ท็อปส์ ธุรกิจกลุ่มฟู้ด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ดึงกลยุทธ์ Cross-Industrial Collaboration ขยายฐานลูกค้ากลุ่มคนรักสุขภาพ จับมือโรงพยาบาลสมิติเวช ผู้นำด้านการแพทย์และบริการสุขภาพระดับพรีเมียม มอบสิทธิพิเศษให้ลูกค้าข้ามธุรกิจ โดยผู้ที่เข้ารับบริการ ณ โรงพยาบาลสมิติเวช จะได้รับคูปองส่วนลดที่ท็อปส์สำหรับใช้ทั้งหน้าร้านและออนไลน์มูลค่ารวม 350 บาท สำหรับลูกค้าท็อปส์ รับสิทธิประโยชน์สุดเอ็กซ์คลูซีฟจากโรงพยาบาลสมิติเวช ทั้ง7 สาขา อาทิ ส่วนลดค่าห้องพักสูงสุด 20%, แพ็กเกจสุขภาพราคาพิเศษ และ ค่ารถพยาบาลฉุกเฉิน กรณีเข้ารับการรักษาประเภทผู้ป่วยใน โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ตั้งเป้าเจาะกลุ่มลูกค้าพรีเมียมผู้ใช้บริการของโรงพยาบาลสมิติเวชที่มีกำลังซื้อสูงและเติบโตต่อเนื่อง พร้อมเดินหน้าสร้างแบรนด์อิมเมจของท็อปส์ในฐานะ Food Destination ที่นำเสนอสินค้าคุณภาพมาตรฐานสูง ปลอดภัย ผ่านการสร้างสรรค์คอนเทนท์ไลฟ์สไตล์เพื่อสุขภาพผ่านช่องทางสื่อสารลูกค้าของท็อปส์ ยกระดับแบรนด์ให้เข้าถึงไลฟ์สไตล์ด้านการดูแลรักษาสุขภาพของผู้บริโภค ลูกค้าท็อปส์และโรงพยาบาลสมิติเวช รับสิทธิพิเศษภายใต้โครงการความร่วมมือครั้งนี้ได้แล้ว ตั้งแต่วันนี้  – 31 ธันวาคม 2568

นางพักร์วิมล สตะเวทิน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายอีคอมเมิร์ซ บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด ในเครือเซ็นทรัล  รีเทล กล่าวว่า “เทรนด์การใส่ใจสุขภาพหรือ Preventive Health & Wellness กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่องทั่วโลก ผู้บริโภคเกือบทุกกลุ่มให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมในจำนวนที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งไม่เพียงแต่การรักษาเมื่อเจ็บป่วย แต่ยังรวมถึงการป้องกันล่วงหน้า ดังนั้น การเลือกซื้อสินค้าเพื่อการบริโภคอย่างใส่ใจในชีวิตประจำวัน จึงมีความสำคัญต่อผู้บริโภคยุคใหม่ เทรนด์ดังกล่าวนี้สะท้อนให้เห็นถึงโอกาสและกลยุทธ์ของท็อปส์ในการขยายตลาดไปสู่กลุ่มคนรักสุขภาพ ผ่านการทำโปรโมชันแบบข้ามธุรกิจกับสายบริการด้านสุขภาพระดับพรีเมียม โดยจับมือกับผู้นำในตลาดอย่างโรงพยาบาลสมิติเวช ที่มีฐานลูกค้าขนาดใหญ่ สอดคล้องกับโปรไฟล์ของกลุ่มลูกค้าหลักของท็อปส์ทั้งในช่องทางหน้าร้านและออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นด้าน
ไลฟ์สไตล์ พฤติกรรมการบริโภค หรือกำลังซื้อ 

นอกจากนี้ ความร่วมมือกับโรงพยาบาลสมิติเวชในครั้งนี้ ยังถือเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ของเราในการนำแบรนด์ท็อปส์ให้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตและไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคผ่านการพัฒนาวิดีโอคอนเทนต์ร่วมกันระหว่างท็อปส์กับโรงพยาบาลสมิติเวช ที่เชื่อมโยงเรื่องราวสินค้าอาหารคุณภาพของท็อปส์กับความรู้ด้านโภชนาการอาหารที่นำเสนอผ่านสื่อช่องทางต่างๆ ของท็อปส์ ถือเป็นการเสริมภาพลักษณ์ของท็อปส์ในฐานะ Food Destination ที่ได้มาตรฐาน เชื่อถือได้ และสามารถสื่อสารแนวคิดเรื่องสุขภาพให้อยู่ในทุกประสบการณ์การช้อปปิ้งที่ท็อปส์ได้อย่างกลมกลืน” 

ด้าน พญ. ธิดากานต์ รุจิพัฒนกุล รองผู้อำนวยการ รพ.สมิติเวช สุขุมวิท และ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บริษัท สมิติเวช จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ ในฐานะโรงพยาบาลสมิติเวช เราเชื่อมั่นว่าการดูแลสุขภาพที่แท้จริงนั้นเริ่มต้นตั้งแต่การใช้ชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะเรื่องของการบริโภคอาหารที่มีคุณภาพ ปลอดภัย และเหมาะสมกับร่างกายของแต่ละคน รวมถึงการออกกำลัง และการตรวจสุขภาพแต่ละช่วงวัย  เพราะสุขภาพที่ดีไม่ใช่เพียงการไม่มีโรค แต่คือความสมดุลทั้งร่างกาย จิตใจ และพฤติกรรมการใช้ชีวิต เราจึงให้ความสำคัญกับแนวคิด Prevention  หรือการป้องกันก่อนเกิดโรค #เราไม่อยากให้ใครป่วย  ซึ่งกลายเป็นวิถีชีวิตของคนรุ่นใหม่ที่ต้องการคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว

ความร่วมมือกับท็อปส์ในครั้งนี้ จึงไม่ใช่เพียงการจับมือกันระหว่างสองแบรนด์ แต่คือการผสานระหว่างภาคการแพทย์ระดับพรีเมียมกับธุรกิจค้าปลีกคุณภาพ เพื่อร่วมกันส่งเสริมให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงสุขภาพที่ดีได้ในทุกมิติ และครอบคลุมวงกว้าง โดยลูกค้าท็อปส์ รับสิทธิประโยชน์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ เมื่อเข้ารับบริการโรงพยาบาลสมิติเวช ทุกสาขาทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด รวมถึงโรงพยาบาลเด็กสมิติเวช อินเตอร์เนชั่นแนล อาทิ ส่วนลดค่าห้องพัก 20%, แพ็กเกจสุขภาพราคาพิเศษ และค่ารถพยาบาลฉุกเฉิน กรณีเข้ารับการรักษาประเภทผู้ป่วยใน โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เป็นต้น 

             เรามองว่าท็อปส์ไม่ใช่แค่ซูเปอร์มาร์เก็ต แต่คือ Food Destination ที่สะท้อนแนวคิด ‘สุขภาพดี เริ่มต้นที่บ้าน’ ได้อย่างชัดเจน เมื่อจับคู่กับบริการของสมิติเวชซึ่งเน้นดูแลผู้ป่วยแบบองค์รวม ก็จะช่วยยกระดับประสบการณ์ของลูกค้าให้ได้รับประโยชน์แบบ 360 องศา ทั้งในด้านการใช้ชีวิต การเลือกบริโภค และการเข้าถึงบริการทางการแพทย์ เราหวังว่าแคมเปญนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างเครือข่ายสุขภาพที่แข็งแรงในสังคมไทย”

สำหรับความร่วมมือระหว่างท็อปส์และโรงพยาบาลสมิติเวชในครั้งนี้ ได้ร่วมกันออกแบบโมเดลการส่งเสริมสุขภาพเชิงรุก เพื่อรองรับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคยุคใหม่ที่ใส่ใจสุขภาพ ผ่าน 3 มิติสำคัญ ได้แก่

  • สิทธิพิเศษเพื่อสนับสนุนการเข้าถึงสินค้าเพื่อสุขภาพที่มีคุณภาพในราคาคุ้มค่า ท็อปส์ขอเป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมสุขภาพของทุกคน ด้วยการสนับสนุนให้การเลือกซื้อสินค้าเพื่อสุขภาพเป็นเรื่องง่าย เข้าถึงได้ และคุ้มค่าในทุกการใช้จ่าย ผ่านคูปองส่วนลดพิเศษมูลค่า 350 บาทสำหรับใช้ทั้งหน้าร้านและออนไลน์ สำหรับผู้ที่เข้ารับบริการ ณ โรงพยาบาลสมิติเวชทั้ง 7 สาขา ระหว่างวันที่ 1 กรกฎาคม –31 ธันวาคม 2568 
  • รู้ก่อน ดูแลก่อน เพราะสุขภาพดีเริ่มที่ความเข้าใจ ทั้งท็อปส์และโรงพยาบาลสมิติเวชจะมีการเปิดโลกความรู้ด้านสุขภาพด้วยวิดีโอคอนเทนต์คุณภาพ ที่ถ่ายทอดโดยทีมแพทย์ผู้ชำนาญการด้านต่างๆ จากโรงพยาบาลสมิติเวชโดยมีเนื้อหาที่ให้ทั้งความรู้เรื่องโภชนาการและเคล็ดลับดูแลตัวเองแบบเข้าใจง่าย พร้อมแนะนำสินค้าสุขภาพจากท็อปส์ที่หยิบไปใช้ตามได้จริงในชีวิตประจำวัน ดูแล้วได้ทั้งความรู้และเลือกช้อปได้ทันที
  • เชื่อมโยงประสบการณ์การดูแลสุขภาพแบบองค์รวมตลอดปี พิเศษสำหรับลูกค้าท็อปส์! รับสิทธิประโยชน์สุดเอ็กซ์คลูซีฟจากโรงพยาบาลสมิติเวชตลอดปี 2568 ไม่ว่าจะเป็น ส่วนลดค่าห้องพัก 20% แพ็กเกจสุขภาพราคาพิเศษ และค่ารถพยาบาลฉุกเฉิน กรณีเข้ารับการรักษาประเภทผู้ป่วยใน โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เป็นต้น

“เรามั่นใจว่าแคมเปญการตลาดร่วมกับโรงพยาบาลสมิติเวชในครั้งนี้ ไม่เพียงสร้างประสบการณ์ใหม่ในการดูแลสุขภาพให้กับผู้บริโภค แต่ยังช่วยเสริมความแข็งแกร่งในการเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคที่รักสุขภาพ ซึ่งเป็นกลุ่มที่เติบโตอย่างต่อเนื่องทั้งในช่องทางออฟไลน์และออนไลน์ โดยเฉพาะการเชื่อมต่อกับกลุ่มผู้ใช้บริการของโรงพยาบาลสมิติเวชที่มีกำลังซื้อสูงและมองหาทางเลือกเพื่อสุขภาพที่เข้าถึงง่ายยิ่งขึ้น อีกทั้งยังตอกย้ำภารกิจของท็อปส์ในการยกระดับแบรนด์ให้เข้าถึงไลฟ์สไตล์ด้านการดูแลรักษาสุขภาพของผู้บริโภคในทุกๆ วัน” นางพักร์วิมล กล่าวสรุป 

ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.tops.co.th, เฟซบุ๊ก TopsThailand, หรือ แอปพลิเคชันไลน์ @TopsThailand

#TOPS #EveryDayDiscovery #TOPSxSamitivej #เราไม่อยากให้ใครป่วย #TOPSใส่ใจสุขภาพของคุณ

ท็อปส์ ในเครือเซ็นทรัล รีเทล พาบินลัดฟ้าสู่แดนจิงโจ้ ชวนสัมผัสรสชาติแห่งความสดใหม่ของฤดูกาล ในงาน “Discover Australia: A First Taste of the Finest” ส่งตรงจากออสเตรเลียแบบครบจบในที่เดียว

กรุงเทพฯ 30 มิถุนายน 2568 – ท็อปส์ ธุรกิจกลุ่มฟู้ด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล  ร่วมกับ สำนักงานการพาณิชย์และการลงทุนออสเตรเลีย (ออสเทรด) สถานเอกอัครราชทูตออสเตรเลียประจำประเทศไทย ตอกย้ำความเป็น Food Discovery & Destination ซูเปอร์มาร์เก็ตระดับเวิลด์คลาส จัดงานเทศกาล ‘Discover Australia: A First Taste of the Finest’ ที่พร้อมให้คุณดื่มด่ำความอร่อยไปกับรสชาติแห่งความสดใหม่ครั้งแรกของฤดูกาล ส่งตรงจากออสเตรเลียมาไว้ครบในที่เดียว ทั้งสินค้าอาหารระดับพรีเมียม สินค้าเอ็กซ์คลูซีฟและสินค้าเพื่อสุขภาพ รวมกว่า 1,000 รายการ  ที่ถูกคัดสรรมาแล้วอย่างพิถีพิถันจากประเทศออสเตรเลียที่ขึ้นชื่อในฐานะแหล่งผลิตอาหารคุณภาพเยี่ยม ด้วยสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ อากาศบริสุทธิ์ และการควบคุมมาตรฐานอย่างเข้มงวดตลอดกระบวนการผลิต ทำให้วัตถุดิบจากแดนจิงโจ้มีทั้งความสด สะอาด และรสชาติเป็นเอกลักษณ์ เปี่ยมด้วยคุณค่า พร้อมให้คุณได้ลิ้มลองความ “Finest” อย่างแท้จริง ได้ที่ท็อปส์ และ
ท็อปส์ ฟู้ด ฮอลล์  สาขาที่ร่วมรายการ รวมถึงช่องทาง ท็อปส์ ออนไลน์ ตั้งแต่วันนี้ – 8 กรกฎาคม 2568

เปิดประสบการณ์ความอร่อยจากฟาร์มสู่ชั้นวาง กับ 5 ไฮไลต์พาเหรดวัตถุดิบและสินค้าออสซี่พรีเมียม เปี่ยมด้วยเสน่ห์จากแดนซีกโลกใต้

  • ผักสุดเฟรชจากดินแดนที่ปลูกความ ‘Finest’ ในทุกมิติ – เบบี้สปิแนชและไวลด์ร็อคเก็ต จากแบรนด์ Hussey & Co ผู้นำด้านผักสลัดคุณภาพสูง สด สะอาด  รสชาติกรอบ ละมุน, และ Brussels Sprout รสชาติสุดละมุน ปลอดภัย ไร้สารตกค้าง โภชนาการสูง อุดมไปด้วยวิตามินซี ไฟเบอร์ และสารต้านอนุมูลอิสระตอบโจทย์สายเฮลตี้
  • สัมผัสความเฟรชที่ไม่ปรุงแต่ง ด้วยผลไม้พรีเมียมส่งตรงจากธรรมชาติ– สตรอเบอร์รี่ รสชาติเหนือระดับจาก My Choice สีสันสดใส หวานอมเปรี้ยว เนื้อสัมผัสนุ่ม มีกลิ่นหอมอ่อนๆ, Hass Avocado อะโวคาโดพันธุ์หลักจากประเทศออสเตรเลีย เนื้อสัมผัสครีมเนย รสชาติเข้มข้นคล้ายถั่ว เหมาะสำหรับทำอาหารต่าง ๆ ตั้งแต่กัวคาโมลไปจนถึงอะโวคาโดโทสต์, ส้มแมนดารินคุณภาพเยี่ยม ปลูกในพื้นที่อุดมสมบูรณ์ของออสเตรเลีย ปอกเปลือกง่าย รสชาติหอมหวานอมเปรี้ยว อุดมไปด้วยวิตามินซี ดีต่อสุขภาพ
  • ดื่มด่ำกับวัตถุดิบระดับโลกที่รังสรรค์โดยธรรมชาติจากออสเตรเลีย เนื้อทาจิมาวากิวสายเลือดญี่ปุ่นที่เติบโตในประเทศออสเตรเลีย ที่ผสมผสานศิลปะของลายไขมัน กับรสชาติเนื้อเข้มในสไตล์ออสเตรเลียสุดละมุน ละลายในปาก, เนื้อสันนอกแกะติดซี่โครงออสเตรเลียสุดพรีเมียม นุ่ม ฉ่ำ อุดมไปด้วยสารอาหาร ถือว่าเป็นสัญลักษณ์ของการเลี้ยงปศุสัตว์ที่เหนือชั้น, ปลาแซลมอนแทสมาเนียนสดคุณภาพเยี่ยม เลี้ยงดูในหนึ่งในน่านน้ำบริสุทธิ์ของโลก อุดมไปด้วยกรดไขมันดีและโอเมก้า 3 จากธรรมชาติ
  • นุ่มละมุนลิ้นด้วยผลิตภัณฑ์แดรี่ – ชีสจากแบรนด์ Ashgrove ที่สะท้อนมนต์เสน่ห์และลักษณะเฉพาะของภูมิภาคและฤดูกาลที่นำมาซึ่งนมวัวชั้นดี ไม่ว่าจะเป็น เชดดาร์ชีส บลูชีส ผลิตอย่างพิถีพิถัน ปราศจากเอนไซม์สัตว์ 100% รสชาติเข้มข้น และเป็นเอกลักษณ์, ไอศกรีมแบรนด์ Bulla ผลิตจากนมสดออสเตรเลีย 100% และครีมสุดพรีเมียม ให้รสสัมผัสที่เนียนนุ่ม, โยเกิร์ตแบรนด์ Tamar Valley จากส่วนผสมธรรมชาติ และนมสดแหล่งพิเศษจากฟาร์มที่ได้มาตรฐานสูงสุด รสชาติเข้มข้น นุ่มลิ้น ลิ้มลองโยเกิร์ตรสชาติเข้มข้น เนื้อเนียนนุ่ม จาก The Yoghurt Shop ที่รังสรรค์ด้วยความพิถีพิถันในรัฐเซาท์ออสเตรเลีย ผ่านกระบวนการผลิตแบบดั้งเดิม เพื่อมอบรสสัมผัสที่โดดเด่นอย่างแท้จริง และครีมชีสจาก Apollo ผลิตด้วยโรงงานแปรรูปที่ทันสมัย และนำเสนอรสชาติที่แปลกใหม่ให้ได้ลิ้มลอง ชวนคุณลิ้มลองดิปที่เติมเต็มทุกมื้อให้อร่อยยิ่งขึ้น Black Swan dips ซึ่งผลิตในออสเตรเลียจากวัตถุดิบคุณภาพ มาพร้อมรสชาติกลมกล่อมและเนื้อสัมผัสนุ่มละมุนที่คุณจะประทับใจตั้งแต่คำแรก
  • ที่สุดของผลิตภัณฑ์อาหารเสริมที่สายเซลฟ์แคร์ต้องเช็ค – ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมคุณภาพสูงจากออสเตรเลียอย่างแบรนด์ Spring Leaf ที่อุดมไปด้วยสาร Oligomeric Proanthocyanidins เสริมเกราะปกป้องร่างกายจากความเครียด พร้อมเสริมสารต้านอนุมูลอิสระ มอบการดูแลภายในอย่างอ่อนโยน, ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมจาก Blackmores ชื่อดังจากประเทศออสเตรเลีย คุณภาพเยี่ยม ด้วยวัตถุดิบสุดพรีเมียมจากธรรมชาติ, และ Swiss Collagen เกรปซีด ไอเทมเพื่อผิวสวยสุดฮิต อุดมไปด้วยคอลลาเจน เปปไทด์ วิตามินซี เกรปซีด ที่จะช่วยให้ผิวกระจ่างใส เต่งตึง และอ่อนเยาว์อย่างเป็นธรรมชาติ

นอกจากนี้ ท็อปส์ยังได้ยกทัพขนมและของอร่อยสุดฮิตจากแบรนด์ชั้นนำจากออสเตรเลียมาให้ช้อปกันอย่างจุใจ ไม่ว่าจะเป็น ถั่วแมคคาเดเมีย จาก แบรนด์ The Original Happy Nut ขึ้นชื่อเรื่องเนื้อสัมผัสกรอบ มัน หอมละมุน อุดมไปด้วยไขมันดีและสารต้านอนุมูลอิสระ เมล็ดข้าวโพดสำหรับทำป็อปคอร์นจากแบรนด์ Coles, ช็อคโกแลตนมเปปเปอร์มิ้นต์จากแบรนด์ Cadbury Dairy Milk, เวเฟอร์รูปถ้วยเคลือบช็อคโกแลตนมสอดไส้คาราเมลจากแบรนด์ Pods Twix, และอื่น ๆ อีกมากมาย 

ชวนลิ้มรสรสชาติที่สุดของต้นตำรับตามแบบฉบับชาวออสซี่แท้ ๆ ได้ที่งาน ‘Discover Australia: A First Taste of the Finest’ ตั้งแต่วันนี้ – 8 กรกฎาคม 2568 ที่ท็อปส์, และ ท็อปส์ ฟู้ด ฮอลล์ ในสาขาที่ร่วมรายการ พร้อมช่องทาง TOPS ONLINE ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.tops.co.th, เฟซบุ๊ก TopsThailand, หรือแอปพลิเคชันไลน์ @TopsThailand


#TOPS #EveryDayDISCOVERY #DiscoverAustralia
#AFirstTasteoftheFinest

ภาพรวมความเป็นส่วนตัว

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อให้เราสามารถมอบประสบการณ์การใช้งานที่ดีที่สุดแก่คุณได้ ข้อมูลคุกกี้จะถูกจัดเก็บไว้ในเบราว์เซอร์ของคุณ และทำหน้าที่ต่างๆ เช่น จดจำคุณเมื่อคุณกลับมาที่เว็บไซต์ของเรา และช่วยให้ทีมงานของเราเข้าใจว่าส่วนใดของเว็บไซต์ที่น่าสนใจและมีประโยชน์สำหรับคุณมากที่สุด นโยบายความเป็นส่วนตัว